คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1714/2545
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
คำสั่งศาลที่ยกคำร้องขอฟ้องคดีอย่างคนอนาถา ถือเป็นคำสั่งระหว่างการพิจารณาที่ต้องอุทธรณ์ภายใน 7 วัน หากไม่เช่นนั้น คำสั่งนั้นจะถึงที่สุด และศาลจะรับพิจารณาคำร้องขอให้พิจารณาใหม่เพื่อนำพยานหลักฐานมาแสดงเพิ่มเติมไม่ได้
ย่อคำพิพากษา
เมื่อศาลชั้นต้นยกคำร้องของโจทก์ที่ขอฟ้องคดีอย่างคนอนาถา เนื่องจากคดีของโจทก์ไม่มีมูลที่จะฟ้องร้องแล้ว
โจทก์ต้องอุทธรณ์คำสั่งศาลชั้นต้นภายใน 7 วัน นับแต่วันมีคำสั่งตาม ป.วิ.พ. มาตรา 156 วรรคท้าย แต่โจทก์กลับยื่นคำร้องขอให้พิจารณาคำขอนั้นใหม่เพื่ออนุญาตให้ตนนำพยานหลักฐานมาแสดงเพิ่มเติมว่าคดีของตนมีมูลที่จะฟ้องร้องและเป็นคนยากจน ดังนั้น ปัญหาที่ว่าคดีโจทก์มีมูลที่จะฟ้องร้องหรือไม่ จึงยุติแล้วตามคำสั่งศาลชั้นต้น ถ้าหากศาลจะอนุญาตให้โจทก์นำพยานหลักฐานมาแสดงเพิ่มเติมและได้ความว่าโจทก์เป็นคนยากจนก็ตาม ก็ไม่เป็นประโยชน์แก่รูปคดีของโจทก์ จึงไม่มีเหตุที่จะพิจารณาคำขอของโจทก์นั้นใหม่
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
คดีนี้สืบเนื่องมาจากโจทก์ฟ้องจำเลยว่าผิดคำมั่นจะขายที่ดินและเรียกค่าเสียหาย โดยโจทก์ยื่นคำร้องขอฟ้องคดีอย่างคนอนาถา
ศาลชั้นต้นไต่สวนคำร้องขอฟ้องคดีอย่างคนอนาถาแล้ว มีคำสั่งเมื่อวันที่ ๒ เมษายน ๒๕๔๒ ว่า คดีโจทก์ไม่มีมูล ให้ยกคำร้อง หากโจทก์ประสงค์จะดำเนินคดีต่อไปให้โจทก์นำเงินค่าธรรมเนียมมาเสียภายในวันที่ ๒๐ พฤษภาคม ๒๕๔๒
ต่อมาวันที่ ๑๙ เมษายน ๒๕๔๒ โจทก์ยื่นคำร้องขอให้พิจารณาคำขอดำเนินคดีอย่างคนอนาถาใหม่
ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า คดีนี้ศาลมีคำสั่งเมื่อวันที่ ๒ เมษายน ๒๕๔๒ ว่า คดีโจทก์ไม่มีมูลที่จะฟ้องร้อง ให้ยกคำร้อง โจทก์ไม่ได้อุทธรณ์คำสั่งภายใน ๗ วัน ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๑๕๖ วรรคท้าย ประเด็นข้อนี้ย่อมยุติ ไม่มีเหตุที่จะดำเนินคดีอย่างคนอนาถา จึงให้ยกคำร้องขอพิจารณาคำขอใหม่ โดยไม่ต้องไต่สวนอนาถาอีก
โจทก์อุทธรณ์คำสั่ง
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน หากโจทก์ประสงค์จะดำเนินคดีต่อไป ให้โจทก์นำเงินค่าธรรมเนียมศาลมาชำระต่อศาลชั้นต้นภายในกำหนด ๑๕ วัน นับแต่วันทราบคำพิพากษานี้
โจทก์ฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยแล้ว คดีมีปัญหาว่า โจทก์มีสิทธิยื่นคำร้องขอต่อศาลให้พิจารณาคำขอดำเนินคดีอย่างคนอนาถาใหม่ โดยให้โจทก์นำพยานหลักฐานมาสืบเพิ่มเติมว่าคดีโจทก์มีมูล และโจทก์เป็นคนยากจนหรือไม่ เห็นว่า ศาลชั้นต้นสั่งยกคำร้องของโจทก์ที่ขอฟ้องคดีอย่างคนอนาถาเนื่องจากคดีของโจทก์ไม่มีมูลที่จะฟ้องร้อง โจทก์มิได้อุทธรณ์คำสั่งศาลชั้นต้นภายใน ๗ วัน นับแต่วันมีคำสั่งตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๑๕๖ วรรคท้าย กลับยื่นคำร้องขอให้พิจารณาคำขอนั้นใหม่เพื่ออนุญาตให้ตนนำพยานหลักฐานมาแสดงเพิ่มเติมว่าคดีของตนมีมูลที่จะฟ้องร้องและเป็นคนยากจน ดังนั้น ปัญหาที่ว่าคดีโจทก์มีมูลที่จะฟ้องร้องหรือไม่ ย่อมยุติแล้วตามคำสั่งศาลชั้นต้น ถึงหากศาลจะอนุญาตให้โจทก์นำพยานหลักฐานมาแสดงเพิ่มเติมและได้ความว่าโจทก์เป็นคนยากจน ก็ไม่เป็นประโยชน์แก่รูปคดีของโจทก์ จึงไม่มีเหตุที่จะพิจารณาคำขอของโจทก์นั้นใหม่ คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ชอบแล้ว ฎีกาโจทก์ฟังไม่ขึ้น
พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสามศาลให้เป็นพับ.
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1714/2545
นางมะลิหรือแสงพิจิตร รอดแจ่ม โจทก์
นายมานพ พิริยเลิศศักดิ์ ที่ 1 กับพวก จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นางมะลิหรือแสงพิจิตร รอดแจ่ม · จำเลย - นายมานพ พิริยเลิศศักดิ์ ที่ 1 กับพวก |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | วิรัช ลิ้มวิชัย · ทองหล่อ โฉมงาม · จิระวรรณ ศิริบุตร |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลแพ่งกรุงเทพใต้ - นางจันทนา ตันไชยา · ศาลอุทธรณ์ - นายคมวุฒ อินทรบุรี |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา