⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2133/2545

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2133/2545

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
คำสั่งของศาลชั้นต้นที่ไม่อนุญาตให้จำเลยยื่นคำให้การเมื่อพ้นกำหนดเวลา เป็นคำสั่งในระหว่างพิจารณาที่ไม่อาจอุทธรณ์ได้ทันที

ย่อคำพิพากษา

การที่จำเลยยื่นคำร้องขอให้ศาลชั้นต้นรับคำให้การของจำเลยเมื่อพ้นกำหนดเวลาที่จะยื่นคำให้การได้ และศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ยกคำร้อง มีผลเท่ากับศาลชั้นต้นไม่อนุญาตให้จำเลยยื่นคำให้การ ซึ่งเมื่อสั่งไม่อนุญาตให้จำเลยยื่นคำให้การแล้ว ก็ไม่จำต้องสั่งไม่รับคำให้การจำเลยอีก คำสั่งของศาลชั้นต้นดังกล่าวยังอยู่ในขั้นตอนของคำสั่งไม่อนุญาตให้ยื่นคำให้การ มิใช่คำสั่งไม่รับคำให้การของจำเลยอันจะถือเป็นคำสั่งไม่รับคำคู่ความ ตาม ป.วิ.พ.มาตรา 18 จึงเป็นคำสั่งในระหว่างพิจารณาก่อนที่ศาลชั้นต้นจะได้มีคำพิพากษาหรือคำสั่งชี้ขาดคดี ตาม ป.วิ.พ.มาตรา 226 (1)

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.18 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.199 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.226

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีสืบเนื่องมาจากโจทก์ฟ้องขอให้ขับไล่จำเลยออกจากบ้านเลขที่ ๘๙/๙๙ หมู่ที่ ๓ ตำบลบางศรีเมือง อำเภอเมืองนนทบุรี จังหวัดนนทบุรี ให้จำเลยชำระเงิน ๕,๐๐๐ บาท และค่าเสียหายอีกเดือนละ ๑,๐๐๐ บาท นับถัดจากวันฟ้องแก่โจทก์ ในวันนัดให้การแก้ข้อหาแห่งคดีและนัดสืบพยานโจทก์เมื่อวันที่ ๒๓ มิถุนายน ๒๕๔๓ ผู้รับมอบฉันทะจากทนายจำเลยยื่นคำร้องขอเลื่อนคดีอ้างว่าทนายจำเลยติดต่อว่าความที่ศาลอื่น ศาลชั้นต้นอนุญาตให้เลื่อนไปนัดสืบพยานโจทก์ในวันที่ ๒๘ สิงหาคม ๒๕๔๓ และอนุญาตให้จำเลยยื่นคำให้การภายในเวลา ๗ วัน ตามขอ วันที่ ๓ กรกฎาคม ๒๕๔๓ ทนายจำเลยยื่นคำร้องว่าเมื่อวันที่ ๒๙ มิถุนายน ๒๕๔๓ ทนายจำเลยเดินทางไปทำธุระที่จังหวัดเพชรบูรณ์ แล้วเดินทางกลับมายื่นคำให้การในวันที่ ๓๐ มิถุนายน ๒๕๔๓ ไม่ทัน จำเลยมิได้จงใจยื่นคำให้การเกินกำหนด ขอให้ศาลรับคำให้การที่ยื่นมาพร้อมคำร้อง ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ยกคำร้อง กับมีคำสั่งในคำให้การของจำเลยว่า จำเลยยื่นคำให้การเมื่อพ้นกำหนดเวลาที่ศาลอนุญาต จึงไม่รับคำให้การ จำเลยอุทธรณ์คำสั่ง ศาลอุทธรณ์ภาค ๑ พิพากษายกอุทธรณ์ของจำเลย จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ... เห็นว่า คดีนี้จำเลยยื่นคำร้องขอให้ศาลชั้นต้นรับคำให้การจำเลยโดยจำเลยยื่นคำร้องดังกล่าวเมื่อพ้นกำหนดเวลาที่จะยื่นคำให้การได้ ศาลชั้นต้นยกคำร้อง จึงมีผลเท่ากับศาลชั้นต้นไม่อนุญาตให้จำเลยยื่นคำให้การ ซึ่งเมื่อสั่งไม่อนุญาตให้จำเลยยื่นคำให้การแล้ว ก็ไม่จำต้องสั่งไม่รับคำให้การจำเลยอีก คำสั่งของศาลชั้นต้นดังกล่าวยังอยู่ในขั้นตอนของคำสั่งไม่อนุญาตให้ยื่นคำให้การ มิใช่คำสั่งไม่รับคำให้การของจำเลย อันจะถือเป็นคำสั่งไม่รับคำคู่ความตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๑๘ จึงเป็นคำสั่งในระหว่างพิจารณาก่อนที่ศาลชั้นต้นจะได้มีคำพิพากษาหรือคำสั่งชี้ขาดคดี ต้องห้ามมิให้อุทธรณ์คำสั่งดังกล่าวในระหว่างพิจารณาคดี ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๒๒๖ (๑) ศาลอุทธรณ์ภาค ๑ พิพากษายกอุทธรณ์ของจำเลยชอบแล้ว ฎีกาของจำเลยฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน โจทก์ไม่แก้ฎีกา จึงไม่กำหนดค่าทนายความชั้นฎีกาให้. นางสาวอังคณา สินเกษม ย่อ นายไพโรจน์ โรจน์อภิรักษ์กุล ตรวจ นายวีระวัฒน์ ปวราจารย์ ผู้ช่วยฯ/ตรวจ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2133/2545 นายธีรวุธ เกรียงชาญชัย นางวงเดือน จาจันทึก

รายละเอียดคดี

คู่ความเกรียงชาญชัย - นายธีรวุธ · จาจันทึก - นางวงเดือน
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ชวลิต ตุลยสิงห์ · ดวงมาลย์ ศิลปอาชา · สมชาย จุลนิติ์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดนนทบุรี - นายธันยวัต วงศ์รันน์ · ศาลอุทธรณ์ภาค 1 - นายปรีชา เชิดชู
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 5049/2547ฎีกา 5882/2541ฎีกา 2281/2539ฎีกา 1913/2520ฎีกา 4820/2548ฎีกา 4637/2567ฎีกา 225/2530ฎีกา 5640/2540ฎีกา 87/2534ฎีกา 1247/2510ฎีกา 1384/2518ฎีกา 959/2544ฎีกา 536/2536ฎีกา 4335/2539ฎีกา 3202/2559ฎีกา 1360/2544ฎีกา 7040/2543ฎีกา 7927/2538ฎีกา 58/2531ฎีกา 1196/2513ฎีกา 1733/2498ฎีกา 5438/2537ฎีกา 3338-3339/2522ฎีกา 1609/2506
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา