⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2568/2545

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2568/2545

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ทรัพย์สินที่ได้ใช้ในการกระทำความผิดหรือได้มาโดยการกระทำความผิดที่จะตกเป็นของแผ่นดินตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1327 นั้น อยู่ภายใต้บังคับกฎหมายอาญา ซึ่งกำหนดให้ทรัพย์สินที่ศาลพิพากษาให้ริบจะตกเป็นของแผ่นดิน เว้นแต่เจ้าของที่แท้จริงมิได้รู้เห็นเป็นใจด้วยในการกระทำความผิดและร้องขอคืนภายใน 1 ปี นับแต่วันคำพิพากษาถึงที่สุด หลักเกณฑ์ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1327 จึงมิใช่บทขยายระยะเวลายื่นคำร้องขอคืนทรัพย์สินของกลางที่ศาลพิพากษาให้ริบตามกฎหมายอาญา

ย่อคำพิพากษา

ทรัพย์สินที่ได้ใช้ในการกระทำความผิดหรือได้มาโดยการกระทำความผิดที่จะตกเป็นของแผ่นดินตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1327 นั้น หมายถึงทรัพย์สินที่พนักงานเจ้าหน้าที่ของรัฐเก็บรักษาไว้โดยไม่มีการฟ้องร้องต่อศาล หรือหากมีการฟ้องร้องก็ต้องเป็นกรณีที่ศาลมิได้พิพากษาให้ริบหรือสั่งคืนทรัพย์สินของกลางให้แก่เจ้าของ ทั้งนี้เพราะมาตรา 1327 อยู่ภายในบังคับแห่งกฎหมายอาญา ซึ่งประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 35 และ 36 บัญญัติเรื่องนี้ว่า ทรัพย์สินซึ่งศาลพิพากษาให้ริบให้ตกเป็นของแผ่นดิน เว้นแต่เจ้าของที่แท้จริงมิได้รู้เห็นเป็นใจด้วยในการกระทำความผิดร้องขอคืนภายใน 1 ปี นับแต่วันคำพิพากษาถึงที่สุด เมื่อการเรียกเอาทรัพย์สินตามมาตรา 1327 วรรคหนึ่ง กับการยื่นคำร้องต่อศาลเพื่อขอทรัพย์สินที่ถูกริบคืนตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 36 มีหลักเกณฑ์และวิธีการแตกต่างกัน หลักเกณฑ์ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1327 วรรคหนึ่ง จึงมิใช่บทขยายระยะเวลายื่นคำร้องขอคืนทรัพย์สินของกลางที่ศาลพิพากษาให้ริบตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 36 ดังนั้น แม้ผู้ร้องจะเพิ่งทราบว่าทรัพย์สินของตนถูกศาลพิพากษาให้ริบหลังจากคดีถึงที่สุดแล้ว ระยะเวลายื่นคำร้องขอคืนของกลางก็ไม่ผ่อนเวลาออกไปเป็น 5 ปี

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายอาญา ม.35 ประมวลกฎหมายอาญา ม.36 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1327

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีสืบเนื่องจากศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 57, 91 พระราชบัญญัติทางหลวง พ.ศ. 2535 มาตรา 61, 73 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 33, 91 ริบรถยนต์บรรทุกหมายเลขทะเบียน 82 - 0761 สระบุรี และรถพ่วงหมายเลขทะเบียน 82 - 0906 สระบุรี ของกลาง ผู้ร้องยื่นคำร้องว่า ผู้ร้องเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์รถพ่วงหมายเลขทะเบียน 82 -0906 สระบุรี และมิได้รู้เห็นเป็นใจด้วยในการกระทำความผิด ขอให้คืนรถพ่วงของกลางแก่ผู้ร้อง ศาลชั้นต้นตรวจคำร้องแล้ว เห็นว่า ผู้ร้องมิได้ยื่นคำร้องภายในหนึ่งปีนับแต่วันคำพิพากษาถึงที่สุด จึงมีคำสั่งให้ยกคำร้อง ผู้ร้องอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายืน ผู้ร้องฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ข้อเท็จจริงรับฟังได้ว่า เมื่อวันที่ 15 มกราคม 2542 ศาลชั้นต้นพิพากษาริบรถพ่วงหมายเลขทะเบียน 82 - 0906 สระบุรี ของกลางคดีนี้คู่ความไม่อุทธรณ์ คดีจึงถึงที่สุดตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น ผู้ร้องยื่นคำร้องขอคืนรถพ่วงของกลางเมื่อวันที่ 12 ตุลาคม 2543 ซึ่งพ้นกำหนด 1 ปี นับแต่วันคำพิพากษาถึงที่สุดแล้ว มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของผู้ร้องว่า ในกรณีที่ผู้ร้องเพิ่งทราบว่าศาลพิพากษาริบทรัพย์ของกลาง ซึ่งเป็นของผู้ร้องหลังจากศาลมีคำพิพากษาถึงที่สุดเมื่อพ้นกำหนด 1 ปีแล้ว ระยะเวลายื่นคำร้องขอคืนของกลาง จะต้องผ่อนเวลาออกไปเป็น 5 ปีตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1327 วรรคหนึ่ง หรือไม่ เห็นว่า ทรัพย์สินซึ่งได้ใช้ในการกระทำความผิดหรือได้มาโดยการกระทำความผิดที่จะตกเป็นของแผ่นดินตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1327 นั้นหมายถึงทรัพย์สินที่พนักงานเจ้าหน้าที่ของรัฐเก็บรักษาไว้โดยไม่มีการฟ้องร้องต่อศาลหรือหากมีการฟ้องร้องต่อศาลก็ต้องเป็นกรณีที่ศาลไม่ได้พิพากษาให้ริบหรือสั่งคืนทรัพย์สินของกลางให้แก่เจ้าของ ทั้งนี้เพราะมาตรา 1327 อยู่ภายในบังคับแห่งกฎหมายอาญา ซึ่งประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 35 และ 36 บัญญัติถึงเรื่องนี้ไว้ว่า ทรัพย์สินซึ่งศาลพิพากษาให้ริบให้ตกเป็นของแผ่นดิน เว้นแต่เจ้าของที่แท้จริงมิได้รู้เห็นเป็นใจด้วยในการกระทำความผิดร้องขอคืนภายใน 1 ปี นับแต่วันคำพิพากษาถึงที่สุด เมื่อการเรียกเอาทรัพย์สินคืนตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1327 วรรคหนึ่ง กับการยื่นคำร้องต่อศาลเพื่อขอทรัพย์สินที่ถูกริบคืนตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 36 มีหลักเกณฑ์และวิธีการแตกต่างกันเช่นนี้ หลักเกณฑ์ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1327 วรรคหนึ่ง จึงไม่ใช่บทขยายระยะเวลายื่นคำร้องขอคืนทรัพย์สินของกลางที่ศาลพิพากษาให้ริบตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 36 ดังนั้น แม้ผู้ร้องจะเพิ่งทราบว่าทรัพย์สินของตนถูกศาลพิพากษาให้ริบหลังจากคดีถึงที่สุดแล้ว ระยะเวลายื่นคำร้องขอคืนของกลางก็ไม่ผ่อนเวลาออกไปเป็น 5 ปี ดังที่ผู้ร้องฎีกา ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษาให้ยกคำร้องจึงชอบแล้ว ฎีกาของผู้ร้องฟังไม่ขึ้น" พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2568/2545 พนักงานอัยการ ประจำศาลจังหวัดธัญบุรี โจทก์ ห้างหุ้นส่วนจำกัด หน้าพระลานกลการ ผู้ร้อง นาย ละออ บ่อแก้ว จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการ ประจำศาลจังหวัดธัญบุรี · ผู้ร้อง - ห้างหุ้นส่วนจำกัด หน้าพระลานกลการ · จำเลย - นาย ละออ บ่อแก้ว
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ชาญชัย ลิขิตจิตถะ · จำรูญ แสนภักดี · วสันต์ ตรีสุวรรณ
แหล่งที่มาสำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1342/2546ฎีกา 3036/2544ฎีกา 170/2536ฎีกา 2696/2526ฎีกา 651/2507ฎีกา 8091/2544ฎีกา 776/2547ฎีกา 1865/2521ฎีกา 665/2531ฎีกา 1137-1138/2467ฎีกา 2903/2536ฎีกา 2355/2548ฎีกา 3726/2525ฎีกา 6911/2544ฎีกา 222/2468ฎีกา 1979/2521ฎีกา 1639/2553ฎีกา 1567/2513ฎีกา 4647/2529ฎีกา 6506/2547ฎีกา 269/2537ฎีกา 612/2542ฎีกา 2234/2535ฎีกา 8844/2543
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ