⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 421/2545

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 421/2545

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เมื่อจำเลยยังไม่ทราบคำสั่งศาลที่ให้ดำเนินการใดๆ อันเกี่ยวกับการดำเนินคดี จะถือว่าจำเลยทิ้งคดีไม่ได้

ย่อคำพิพากษา

แม้ศาลชั้นต้นสั่งอนุญาตให้จำเลยที่ 1 ดำเนินคดีอย่างคนอนาถาในชั้นฎีกาได้ และมีคำสั่งรับฎีกาของจำเลยที่ 1 ในวันเดียวกันก็ตาม แต่ศาลชั้นต้นสั่งรับฎีกาของจำเลยที่ 1 ในภายหลัง ซึ่งไม่ปรากฏในสำนวนว่าจำเลยที่ 1 ได้ลงนามทราบคำสั่งของศาลชั้นต้นที่รับฎีกาและให้จำเลยที่ 1 นำส่งหมายนัดและสำเนาฎีกาให้โจทก์เพื่อแก้ฎีกา ทั้งไม่ปรากฏว่ามีหมายแจ้งให้จำเลยที่ 1 ทราบคำสั่งดังกล่าว ดังนั้น เมื่อจำเลยที่ 1 ยังไม่ทราบคำสั่งรับฎีกาของศาลชั้นต้นที่กำหนดให้จำเลยที่ 1 ดำเนินการส่งหมายนัดและสำเนาฎีกาให้โจทก์ภายใน 7 วันนั้นจะถือว่าจำเลยที่ 1 เพิกเฉยไม่ดำเนินคดีภายในเวลาที่ศาลชั้นต้นกำหนด อันเป็นการทิ้งฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 174(2),247ไม่ได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.132 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.174 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.174 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.247

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีสืบเนื่องมาจากโจทก์ฟ้องจำเลยทั้งสองให้คืนเงินแก่โจทก์ฐานลาภมิควรได้ จำเลยทั้งสองให้การต่อสู้หลายประการ ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาให้จำเลยทั้งสองร่วมกันคืนเงินจำนวน 12,559,700 บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันที่ 7 พฤษภาคม 2536 ไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ แต่ดอกเบี้ยถึงวันฟ้องต้องไม่เกิน 1,393,610.54 บาท(ฟ้องวันที่ 31 ตุลาคม 2537) จำเลยทั้งสองอุทธรณ์โดยไม่รับอนุญาตให้ดำเนินคดีอย่างคนอนาถา ศาลอุทธรณ์ภาค 5 พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยที่ 1 ชำระเงินจำนวน12,559,700 บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันที่ 10พฤษภาคม 2537 จนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ ให้ยกฟ้องโจทก์สำหรับจำเลยที่ 2นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น โจทก์ฎีกาขอให้พิพากษากลับคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 5 จำเลยที่ 1 ฎีกาโดยได้รับอนุญาตให้ดำเนินคดีอย่างคนอนาถา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ข้อเท็จจริงได้ความว่า จำเลยที่ 1 ยื่นฎีกาเมื่อวันที่ 3เมษายน 2543 พร้อมกับคำร้องขอดำเนินคดีอย่างคนอนาถาในชั้นฎีกาศาลชั้นต้นไต่สวนคำร้องของจำเลยที่ 1 แล้วมีคำสั่งเมื่อวันที่ 26 ตุลาคม 2543อนุญาตให้จำเลยที่ 1 ดำเนินคดีอย่างคนอนาถาในชั้นฎีกาได้ โดยศาลชั้นต้นมีคำสั่งในฎีกาของจำเลยที่ 1 ในวันเดียวกันว่า "จำเลยที่ 1 ได้รับอนุญาตให้ฎีกาอย่างคนอนาถาได้รับฎีกาของจำเลยที่ 1 สำเนาให้โจทก์ ให้จำเลยที่ 1นำส่งภายใน 7 วัน นับแต่วันนี้ หากไม่มีผู้รับโดยชอบให้ปิด หากส่งไม่ได้ให้แถลงภายใน 7 วัน นับแต่วันส่งไม่ได้มิฉะนั้นถือว่าทิ้งฎีกา" ต่อมาวันที่ 15 มีนาคม2544 เจ้าหน้าที่ศาลทำรายงานเสนอผู้พิพากษาศาลชั้นต้นว่า จำเลยที่ 1 ไม่นำส่งหมายนัดและสำเนาฎีกาให้โจทก์เพื่อแก้ฎีกาล่วงเลยเวลามานานแล้วตามเอกสารในสำนวนแผ่นที่ 178/1 ศาลชั้นต้นจึงส่งสำนวนมายังศาลฎีกาเพื่อให้พิจารณาสั่ง พิเคราะห์แล้ว มีปัญหาต้องวินิจฉัยว่า จำเลยที่ 1 ทิ้งฎีกาหรือไม่ เห็นว่าแม้ศาลชั้นต้นมีคำสั่งอนุญาตให้จำเลยที่ 1 ดำเนินคดีอย่างคนอนาถาในชั้นฎีกาได้และได้มีคำสั่งรับฎีกาของจำเลยที่ 1 ในวันเดียวกันก็ตาม แต่ศาลชั้นต้นสั่งรับฎีกาของจำเลยที่ 1 ในภายหลัง ซึ่งข้อเท็จจริงในสำนวนไม่ปรากฏว่าจำเลยที่ 1 ได้ลงนามทราบคำสั่งของศาลชั้นต้นที่รับฎีกาของจำเลยที่ 1 และให้จำเลยที่ 1 นำส่งหมายนัดและสำเนาฎีกาให้แก่โจทก์เพื่อแก้ฎีกา ทั้งไม่ปรากฏว่ามีหมายแจ้งให้จำเลยที่ 1 ทราบคำสั่งของศาลชั้นต้นที่รับฎีกาของจำเลยที่ 1 ดังกล่าวเช่นกัน ดังนั้น เมื่อจำเลยที่ 1 ยังไม่ทราบคำสั่งรับฎีกาของศาลชั้นต้นที่กำหนดให้จำเลยที่ 1 ต้องดำเนินการส่งหมายนัดและสำเนาฎีกาให้โจทก์เพื่อแก้ฎีกา การที่จำเลยที่ 1 ไม่ได้นำส่งหมายนัดและสำเนาฎีกาให้โจทก์เพื่อแก้ฎีกาภายใน 7 วันตามคำสั่งของศาลชั้นต้นดังกล่าวนั้น จะถือว่าจำเลยที่ 1 เพิกเฉยไม่ดำเนินคดีภายในเวลาตามที่ศาลชั้นต้นกำหนด อันเป็นการทิ้งฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 174(2), 247ไม่ได้ อนึ่ง สำหรับฎีกาของโจทก์นั้นเมื่อกระบวนพิจารณาชั้นส่งหมายนัดและสำเนาฎีกาของจำเลยที่ 1 ยังไม่ชอบ ในชั้นนี้จึงให้รอการวินิจฉัยไว้ก่อน" ให้ศาลชั้นต้นแจ้งคำสั่งรับฎีกาจำเลยที่ 1 ให้จำเลยที่ 1 ทราบและปฏิบัติตามคำสั่ง แล้วดำเนินกระบวนพิจารณาต่อไป และให้จำหน่ายคดีออกจากสารบบความของศาลฎีกา ค่าฤชาธรรมเนียมไว้รวมสั่งเมื่อมีคำสั่งหรือคำพิพากษาใหม่ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 421/2545 ธนาคาร ไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน โจทก์ บริษัท 103 อินเทลลิเจนท์ จำกัด กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - ธนาคาร ไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน · จำเลย - บริษัท 103 อินเทลลิเจนท์ จำกัด กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)พินิจ เพชรรุ่ง · โนรี จันทร์ทร · ทวีวัฒน์ แดงทองดี
แหล่งที่มาสำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 4326/2540ฎีกา 6025/2538ฎีกา 3914/2531ฎีกา 2245/2535ฎีกา 2018/2548ฎีกา 1874/2519ฎีกา 1337/2533ฎีกา 393/2536ฎีกา 12569/2547ฎีกา 8366/2557ฎีกา 407/2544ฎีกา 866/2518ฎีกา 1477/2500ฎีกา 469/2531ฎีกา 6472/2541ฎีกา 4762/2545ฎีกา 1574/2498ฎีกา 2627/2522ฎีกา 3474/2538ฎีกา 514/2499ฎีกา 581/2502ฎีกา 1644/2519ฎีกา 491/2523ฎีกา 923/2523
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ