⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1762/2548

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1762/2548

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่ผู้ร้องยกรถจักรยานยนต์ให้บุตรเพื่อใช้ในการศึกษาเล่าเรียน ถือเป็นการให้โดยหน้าที่ธรรมจรรยา ผู้ร้องจึงไม่มีสิทธิเรียกร้องขอคืนทรัพย์สินนั้น

ย่อคำพิพากษา

การที่ผู้ร้องมิได้ทักท้วงในกรณีที่ผู้ขายใส่ชื่อจำเลยที่ 2 ซึ่งเป็นบุตรผู้ร้องเป็นเจ้าของรถจักรยานยนต์ของกลาง และปล่อยให้จำเลยที่ 2 มีชื่อเป็นเจ้าของรถจักรยานยนต์ของกลางจนถึงวันเกิดเหตุซึ่งเป็นเวลานานถึงประมาณ 11 เดือน โดยในระหว่างนั้นจำเลยที่ 2 ใช้รถจักรยานยนต์ของกลางขับไปเรียนหนังสือนั้น แสดงให้เห็นได้อย่างชัดเจนว่าผู้ร้องมีเจตนาที่จะยกรถจักรยานยนต์ของกลางให้แก่จำเลยที่ 2 เพื่อให้ใช้เป็นยานพาหนะในการไปศึกษาเล่าเรียน อันถือได้ว่าเป็นการให้โดยหน้าที่ธรรมจรรยา ผู้ร้องจึงมิใช่เจ้าของรถจักรยานยนต์ของกลาง ผู้ร้องย่อมไม่มีสิทธิเรียกร้องขอคืนรถจักรยานยนต์ของกลาง

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายอาญา ม.36

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีสืบเนื่องมาจากโจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งห้าตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 33, 83, 335 (1) (7), 336 ทวิ จำเลยที่ 1 ให้การรับสารภาพ ส่วนจำเลยที่ 2 ถึงที่ 5 ให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นมีคำสั่งจำหน่ายคดีสำหรับจำเลยที่ 2 ถึงที่ 5 ให้โจทก์ฟ้องเข้ามาใหม่ภายใน 7 วัน และพิพากษาลงโทษจำเลยที่ 1 ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 335 (1) (7) วรรคสาม, 336 ทวิ จำคุก 7 ปี จำเลยที่ 1 ให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุก 3 ปี 6 เดือน ริบรถจักรยานยนต์หมายเลขทะเบียน กฉษ สห 347 ของกลาง ผู้ร้องยื่นคำร้องและแก้ไขคำร้องว่า ผู้ร้องเป็นเจ้าของรถจักรยานยนต์หมายเลขทะเบียน กฉษ สห 347 ของกลาง โดยผู้ร้องซื้อมาจากห้างหุ้นส่วนจำกัดไทยงามยานยนต์สิงห์บุรี เมื่อประมาณต้นเดือนมิถุนายน 2541 เพื่อใช้ในครอบครัว และให้จำเลยที่ 2 ซึ่งเป็นบุตรขับไปเรียนหนังสือที่วิทยาลัยเทคนิคสิงห์บุรีแห่งที่ 2 อำเภอท่าช้าง จังหวัดสิงห์บุรี การที่จำเลยที่ 1 ได้ไปกระทำความผิดในคดีนี้ ผู้ร้องมิได้รู้เห็นเป็นใจด้วย ขอให้สั่งคืนรถจักรยานยนต์ของกลางดังกล่าวแก่ผู้ร้อง โจทก์ยื่นคำคัดค้านว่า ผู้ร้องไม่ใช่เจ้าของรถจักรยานยนต์ของกลาง แต่เป็นของจำเลยที่ 2 และจำเลยที่ 2 ได้ใช้รถจักรยานยนต์ของกลางกระทำความผิดในคดีนี้ ขอให้ยกคำร้อง ศาลชั้นต้นไต่สวนแล้วมีคำสั่งยกคำร้อง ผู้ร้องอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายืน ผู้ร้องฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "...พิเคราะห์แล้ว ปัญหาวินิจฉัยตามฎีกาของผู้ร้องในข้อแรกมีว่า ผู้ร้องเป็นเจ้าของรถจักรยานยนต์ของกลางหรือไม่ เห็นว่า การที่ผู้ร้องมิได้ทักท้วงในกรณีที่ผู้ขายใส่ชื่อจำเลยที่ 2 ซึ่งเป็นบุตรผู้ร้องเป็นเจ้าของรถจักรยานยนต์ของกลาง และปล่อยให้จำเลยที่ 2 มีชื่อเป็นเจ้าของรถจักรยานยนต์ของกลางจนถึงวันเกิดเหตุซึ่งเป็นเวลานานถึงประมาณ 11 เดือน โดยในระหว่างนั้นจำเลยที่ 2 ใช้รถจักรยานยนต์ของกลางขับไปเรียนหนังสือนั้น แสดงให้เห็นได้อย่างชัดเจนว่าผู้ร้องมีเจตนาที่จะยกรถจักรยานยนต์ของกลางให้แก่จำเลยที่ 2 เพื่อให้ใช้เป็นยานพาหนะในการไปศึกษาเล่าเรียน อันถือได้ว่าเป็นการให้โดยหน้าที่ธรรมจรรยาสถานหนึ่ง โดยแท้แล้ว เช่นนี้ ผู้ร้องจึงไม่ใช่เจ้าของรถจักรยานยนต์ของกลาง ผู้ร้องย่อมไม่มีสิทธิร้องขอคืนรถจักรยานยนต์ของกลาง เมื่อฟังได้ดังนี้ ฎีกาของผู้ร้องที่ว่าผู้ร้องมิได้รู้เห็นเป็นใจด้วยในการกระทำความผิดของจำเลยที่ 2 จึงไม่จำต้องวินิจฉัย เพราะไม่เปลี่ยนแปลงผลคดี ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายกคำร้องของผู้ร้องนั้นชอบแล้ว ฎีกาของผู้ร้องฟังไม่ขึ้น" พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1762/2548 พนักงานอัยการจังหวัดสิงห์บุรี โจทก์ นายพาน ม่วงงาม ผู้ร้อง นายวิศิษฐ์ เฉยเถื่อน กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดสิงห์บุรี · ผู้ร้อง - นายพาน ม่วงงาม · จำเลย - นายวิศิษฐ์ เฉยเถื่อน กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สุรพล เอกโยคยะ · ชวลิต ตุลยสิงห์ · เกษม วีรวงศ์
แหล่งที่มาสำนักวิชาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 3036/2544ฎีกา 170/2536ฎีกา 2696/2526ฎีกา 651/2507ฎีกา 8091/2544ฎีกา 776/2547ฎีกา 1865/2521ฎีกา 665/2531ฎีกา 1137-1138/2467ฎีกา 2903/2536ฎีกา 2355/2548ฎีกา 3726/2525ฎีกา 6911/2544ฎีกา 222/2468ฎีกา 1979/2521ฎีกา 1639/2553ฎีกา 1567/2513ฎีกา 4647/2529ฎีกา 6506/2547ฎีกา 269/2537ฎีกา 612/2542ฎีกา 2234/2535ฎีกา 8844/2543ฎีกา 1369/2524
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักวิชาการ