⚖️ LawAraiค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรก › ค้นฎีกา › ฎีกา 7022/2548

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7022/2548

ป.พ.พ. ม.797

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การเป็นตัวแทนต้องมีการแต่งตั้งโดยชัดแจ้งหรือโดยปริยายจากตัวการให้มีอำนาจทำการแทน

ย่อคำพิพากษา

การตั้งตัวแทนจะต้องมีการแต่งตั้งจากตัวการโดยแสดงออกชัดหรือโดยปริยายให้มีอำนาจทำการแทนตัวการตามที่ ป.พ.พ. มาตรา 797 บัญญัติไว้ ไม่ปรากฏว่าโจทก์แต่งตั้งจำเลยร่วมเป็นตัวแทน แต่จำเลยร่วมให้การว่าเป็นตัวแทนหรือนายหน้าของจำเลยที่ 1 ในการขายรถคันที่ให้เช่าซื้อให้แก่บุคคลภายนอก บันทึกข้อตกลงที่จำเลยที่ 1 กับจำเลยร่วมทำไว้ต่อกันก็เป็นเพียงแต่จำเลยที่ 1 ตกลงให้จำเลยร่วมครอบครองรถคันที่เช่าซื้อต่อจากจำเลยที่ 1 เท่านั้น มิใช่เรื่องที่โจทก์มอบอำนาจให้จำเลยร่วมไปดำเนินการ การที่จำเลยร่วมรับมอบรถคันที่เช่าซื้อไว้จากจำเลยที่ 1 จึงเป็นการรับมอบในฐานะตัวแทนหรือนายหน้าของจำเลยที่ 1 ในการขายรถให้แก่บุคคลภายนอก มิใช่ในฐานะตัวแทนของโจทก์ จำเลยทั้งสองจึงต้องรับผิดส่งมอบรถคันพิพาทให้แก่โจทก์

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.797

🔎 คำพิพากษาอื่นที่อ้างมาตราเดียวกัน: ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.797 →

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้จำเลยทั้งสองร่วมกันหรือแทนกันส่งมอบรถคันที่เช่าซื้อคืนแก่โจทก์ในสภาพที่เรียบร้อยใช้การได้ดี หากคืนไม่ได้ให้ใช้ราคาแทนเป็นเงิน 384,735 บาท และค่าขาดประโยชน์ 165,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี จากต้นเงิน 165,000 บาท นับถัดจากวันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จ และค่าเสียหายในอัตราเดือนละ 10,000 บาท นับถัดจากวันฟ้องจนกว่าจะส่งมอบรถคืนหรือใช้ราคาแทนเสร็จสิ้น จำเลยทั้งสองให้การขอให้ยกฟ้อง ระหว่างพิจารณาจำเลยทั้งสองยื่นคำร้องขอให้ศาลชั้นต้นหมายเรียกนายฉัตรชัยเข้าเป็นจำเลยร่วม ศาลชั้นต้นอนุญาต จำเลยร่วมให้การขอให้ศาลพิพากษายกคำร้องของจำเลยทั้งสอง ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยร่วมส่งมอบรถคันที่เช่าซื้อคืนโจทก์ในสภาพเรียบร้อยและใช้การได้ดี หากคืนไม่ได้ให้ใช้ราคาแทนเป็นเงิน 280,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี จนกว่าจะส่งมอบรถหรือใช้ราคาแทน และใช้ชำระค่าขาดประโยชน์จำนวน 65,500 บาท แก่โจทก์ด้วย ยกฟ้องโจทก์สำหรับจำเลยทั้งสอง ให้จำเลยร่วมชำระค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความ 6,000 บาท เฉพาะค่าขึ้นศาลให้จำเลยร่วมใช้แทนเท่าทุนทรัพย์ที่โจทก์ชนะคดี โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 9 พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยทั้งสองร่วมกันคืนรถยนต์ที่เช่าซื้อในสภาพเรียบร้อยแก่โจทก์ หากคืนไม่ได้ให้จำเลยทั้งสองร่วมกันใช้ราคาเป็นเงิน 150,000 บาท ให้จำเลยทั้งสองร่วมกันใช้ค่าเสียหายเป็นเงิน 132,000 บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยในอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปี นับถัดจากวันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จ และให้จำเลยทั้งสองร่วมกันใช้ค่าเสียหายเดือนละ 8,000 บาท นับถัดจากวันฟ้องจนกว่าจะส่งมอบรถยนต์ที่เช่าซื้อคืนหรือใช้ราคาแทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความรวม 10,000 บาท ให้ยกฟ้องจำเลยร่วม ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสองศาลสำหรับจำเลยร่วมให้เป็นพับ จำเลยที่ 2 ฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีพาณิชย์และเศรษฐกิจวินิจฉัยว่า คดีมีปัญหาตามฎีกาของจำเลยที่ 2 ว่าจำเลยทั้งสองต้องรับผิดต่อโจทก์หรือไม่ โดยจำเลยทั้งสองต่อสู้ว่า เมื่อโจทก์มีหนังสือทวงถามจำเลยที่ 1 ได้แจ้งให้โจทก์มารับรถคันที่เช่าซื้อคืนไป และจำเลยร่วมเป็นผู้มารับรถแทนโจทก์ไปแล้วตามบันทึกข้อตกลง จำเลยทั้งสองจึงไม่ต้องรับผิดต่อโจทก์อีก เห็นว่าการที่จะเป็นตัวแทนได้นั้น จะต้องมีการแต่งตั้งจากตัวการโดยการแสดงออกชัดหรือโดยปริยายให้มีอำนาจทำการแทนตัวการตามที่ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 797 บัญญัติไว้ แต่ข้อเท็จจริงในคดีนี้ไม่ปรากฏว่า โจทก์ได้แต่งตั้งจำเลยร่วมเป็นตัวแทนแต่อย่างใด ซึ่งจำเลยร่วมก็ได้ให้การว่า จำเลยร่วมไม่ได้เป็นตัวแทนของโจทก์ แต่เป็นตัวแทนหรือนายหน้าของจำเลยที่ 1 ในการขายรถคันที่เช่าซื้อให้แก่บุคคลภายนอก ส่วนที่จำเลยที่ 2 ฎีกาว่าจำเลยร่วมอ้างว่าเป็นตัวแทนของโจทก์ทำให้จำเลยทั้งสองหลงเชื่อ ทั้งในระหว่างพิจารณาของศาลชั้นต้น จำเลยร่วมยังได้ติดต่อกับโจทก์แจ้งความประสงค์จะเจรจาทำยอม และจำนำรถคันที่เช่าซื้อคืนให้แก่โจทก์นั้น ไม่ทำให้ฟังได้ว่าจำเลยร่วมเป็นตัวแทนของโจทก์ บันทึกข้อตกลงที่จำเลยที่ 1 กับจำเลยร่วมทำไว้ต่อกัน ก็เป็นเพียงแต่จำเลยที่ 1 ตกลงให้จำเลยร่วมครอบครองรถคันที่เช่าซื้อต่อจากจำเลยที่ 1 การที่จำเลยร่วมรับรองไว้ในบันทึกข้อตกลงฉบับดังกล่าวว่า จะรับผิดชอบต่อการผูกพันที่มีอยู่กับโจทก์ทุกกรณี และจะรับผิดชอบต่อความเสียหายอันเกิดแก่รถคันที่เช่าซื้อ รวมทั้งจะรีบดำเนินการเปลี่ยนชื่อผู้เช่าซื้อและผู้ค้ำประกันให้เสร็จเรียบร้อยภายใน 6 เดือนนั้น มิใช่เป็นเรื่องที่โจทก์มอบอำนาจให้จำเลยร่วมไปดำเนินการ การที่จำเลยร่วมรับมอบรถคันที่เช่าซื้อไว้จากจำเลยที่ 1 จึงเป็นการรับมอบในฐานตัวแทนหรือนายหน้าของจำเลยที่ 1 ในการขายรถให้แก่บุคคลภายนอก มิใช่ในฐานะตัวแทนของโจทก์แต่อย่างใด จำเลยทั้งสองจึงต้องรับผิดต่อโจทก์ ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 9 พิพากษาให้จำเลยทั้งสองรับผิดต่อโจทก์มานั้นชอบแล้ว ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของจำเลยที่ 2 ฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน โจทก์ไม่แก้ฎีกาจึงไม่กำหนดค่าทนายความให้ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7022/2548 บริษัทจีอี แคปปิตอล ออโต้ลีส จำกัด (มหาชน) โจทก์ นายสุวิทย์ จันทร กับพวก จำเลย นายฉัตรชัย อำลอย จำเลยร่วม

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - บริษัทจีอี แคปปิตอล ออโต้ลีส จำกัด (มหาชน) · จำเลย - นายสุวิทย์ จันทร กับพวก · จำเลยร่วม - นายฉัตรชัย อำลอย
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)เฉลิมชัย จารุไพบูลย์ · ปัญญา ถนอมรอด · สถิตย์ ทาวุฒิ
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดสงขลา - นายกวินทร์ ศิริกรรณ · ศาลอุทธรณ์ภาค 9 - นางสาวบุญมี ฐิตะศิริ
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 707/2507ฎีกา 5523/2536ฎีกา 681/2506ฎีกา 2675/2527ฎีกา 53/2525ฎีกา 735/2491ฎีกา 114/2536ฎีกา 1972/2500ฎีกา 1451/2512ฎีกา 6/2475ฎีกา 597/2534ฎีกา 6320/2541ฎีกา 2438/2535ฎีกา 6911/2544ฎีกา 6101/2539ฎีกา 5351/2538ฎีกา 1630/2509ฎีกา 2606-2616/2529ฎีกา 158/2509ฎีกา 2489/2528ฎีกา 85/2540ฎีกา 2957/2523ฎีกา 510/2491ฎีกา 3160/2545
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา