⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 3475/2550

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3475/2550

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การหักจำนวนวันที่ถูกคุมขังก่อนศาลพิพากษาออกจากโทษจำคุกตามคำพิพากษา จะกระทำได้ต่อเมื่อผู้ต้องคำพิพากษาถูกคุมขังอยู่ในคดีที่ศาลมีคำพิพากษาเท่านั้น

ย่อคำพิพากษา

ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 22 วรรคแรก บัญญัติว่า "โทษจำคุกให้เริ่มแต่วันมีคำพิพากษา แต่ถ้าผู้ต้องคำพิพากษาถูกคุมขังก่อนศาลพิพากษา ให้หักจำนวนวันที่ถูกคุมขังออกจากระยะเวลาจำคุกตามคำพิพากษา เว้นแต่คำพิพากษานั้นจะกล่าวไว้เป็นอย่างอื่น" คำว่า ถูกคุมขังก่อนศาลพิพากษา หมายความว่า ต้องถูกคุมขังอยู่ในคดีที่ศาลมีคำพิพากษา การที่จำเลยที่ 1 ถูกคุมขังในคดีอื่นและผู้ประกันมิได้ร้องขอส่งตัวจำเลยที่ 1 เพื่อให้ศาลออกหมายขังจำเลยที่ 1 ในคดีนี้จึงไม่อาจหักวันที่ถูกคุมขังออกจากระยะเวลาจำคุกในคดีนี้ได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายอาญา ม.22

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีสืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดตามพระราชบัญญัติวัตถุที่ออกฤทธิ์ต่อจิตประสาท พ.ศ.2518 มาตรา 13 ทวิ วรรคหนึ่ง, 62 วรรคหนึ่ง, 89, 106 ทวิ ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83 เป็นการกระทำกรรมเดียว เป็นความผิดกฎหมายหลายบทแต่ละบทมีอัตราโทษเท่ากัน ลงโทษฐานมีวัตถุออกฤทธิ์ในประเภท 2 ไว้ในครอบครองเพื่อขายและขายจำคุกคนละ 6 ปี จำเลยที่ 2 ให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุกจำเลยที่ 2 มีกำหนด 3 ปี ส่วนจำเลยที่ 1 ให้การรับสารภาพในชั้นจับกุมและชั้นสอบสวนเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา ลดโทษให้หนึ่งในสามตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุกจำเลยที่ 1 มีกำหนด 4 ปี ริบของกลางทั้งหมด เว้นแต่ธนบัตรที่ใช้ล่อซื้อให้แก่กระทรวงสาธารณสุข ศาลอุทธรณ์ภาค 7 พิพากษายืน ตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นคดีถึงที่สุดโดยศาลฎีกาพิพากษายืนตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 7 จำเลยที่ 1 ยื่นคำร้องว่า จำเลยที่ 1 ถูกจับกุมเมื่อวันที่ 26 ตุลาคม 2537 และได้รับการปล่อยชั่วคราวเมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายน 2537 ผู้ประกันได้ถอนหลักประกันเมื่อวันที่ 19 ธันวาคม 2537 วันที่ 25 มกราคม 2538 จำเลยที่ 1 ได้รับการปล่อยชั่วคราวอีกครั้ง ต่อมาวันที่ 23 ตุลาคม 2538 จำเลยที่ 1 ถูกจับกุมในอีกคดีหนึ่งตามคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 1965/2539 ของศาลจังหวัดอ่างทอง แล้วถูกคุมขังมาโดยตลอด มิได้รับการปล่อยชั่วคราว ต่อมาศาลฎีกาพิพากษาคดีนี้ให้ลงโทษจำคุกจำเลยที่ 1 มีกำหนด 4 ปี ศาลชั้นต้นได้ออกหมายจำคุกเมื่อคดีถึงที่สุดที่ 993/2541 ลงวันที่ 25 มิถุนายน 2541 โดยหักวันที่ถูกคุมขังมาแล้วให้จำเลยที่ 1 เพียง 45 วัน มิได้หักวันที่ถูกคุมขังนับแต่วันที่ 23 ตุลาคม 2538 จนถึงวันที่ศาลฎีกาพิพากษาคดีนี้ออกจากระยะเวลาจำคุกของจำเลยที่ 1 แม้ผู้ประกันจะมิได้ถอนหลักประกันคดีนี้ แต่จำเลยที่ 1 ก็ถูกคุมขังอยู่จริง ทั้งคดีทั้งสองต่างดำเนินกระบวนพิจารณาไปพร้อมกัน จึงขอให้ศาลชั้นต้นหักวันที่ถูกคุมขังดังกล่าวออกจากโทษจำคุกของจำเลยที่ 1 ด้วย ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า วันที่ 23 ตุลาคม 2538 จำเลยที่ 1 ถูกคุมขังในคดีอื่นที่ศาลจังหวัดอ่างทองมิใช่ถูกคุมขังในคดีนี้ และผู้ประกันมิได้ร้องขอส่งตัวจำเลยที่ 1 เพื่อคุมขังจำเลยที่ 1 ไว้ในคดีนี้จึงไม่อาจหักวันที่ถูกคุมขังออกจากระยะเวลาจำคุกตามที่จำเลยที่ 1 อ้างได้ ต่อมาจำเลยที่ 1 ยื่นคำร้องขอให้ศาลชั้นต้นไต่สวนและมีคำสั่งหักวันที่ถูกคุมขังดังกล่าวข้างต้นออกจากระยะเวลาจำคุกของจำเลยที่ 1 ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า การหักวันที่ถูกคุมขังให้จำเลยที่ 1 ถูกต้องแล้ว ที่จำเลยที่ 1 ถูกคุมขังในคดีอื่นไม่เกี่ยวข้องกับคดีนี้ ไม่อาจนำมาหักได้ ให้ยกคำร้อง จำเลยที่ 1 อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 7 พิพากษายืน จำเลยที่ 1 ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "เห็นว่า ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 22 วรรคแรก บัญญัติว่า "โทษจำคุกให้เริ่มแต่วันมีคำพิพากษา แต่ถ้าผู้ต้องคำพิพากษาถูกคุมขังก่อนศาลพิพากษา ให้หักจำนวนวันที่ถูกคุมขังออกจากระยะเวลาจำคุกตามคำพิพากษา เว้นแต่คำพิพากษานั้นจะกล่าวไว้เป็นอย่างอื่น" คำว่า ถูกคุมขังก่อนศาลพิพากษานั้น หมายความว่าต้องถูกคุมขังอยู่ในคดีที่ศาลมีคำพิพากษา การที่จำเลยที่ 1 ถูกคุมขังในคดีอื่นและผู้ประกันมิได้ร้องขอส่งตัวจำเลยที่ 1 เพื่อให้ศาลออกหมายขังจำเลยที่ 1 ในคดีนี้จึงไม่อาจหักวันที่ถูกคุมขังออกจากระยะเวลาจำคุกในคดีนี้ตามที่จำเลยที่ 1 อ้างได้" พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3475/2550 พนักงานอัยการจังหวัดสุพรรณบุรี โจทก์ นายถาวร สัมฤทธิ์ กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดสุพรรณบุรี · จำเลย - นายถาวร สัมฤทธิ์ กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สมศักดิ์ จันทรา · ชาลี ทัพภวิมล · ชูเกียรติ ตันทวีวงศ์
แหล่งที่มาเนติบัณฑิตยสภา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 4333/2560ฎีกา 529/2484ฎีกา 5387/2547ฎีกา 88/2520ฎีกา 7238/2553ฎีกา 336/2557ฎีกา 709/2491ฎีกา 1141/2515ฎีกา 3790/2527ฎีกา 1929/2567ฎีกา 5723-5724/2531ฎีกา 2590/2524ฎีกา 127/2533ฎีกา 4411/2536ฎีกา 4620-4621/2543ฎีกา 757/2521ฎีกา 19246/2555ฎีกา 5749/2544ฎีกา 1282/2531ฎีกา 1518/2565ฎีกา 1408/2516ฎีกา 3518-3522/2530ฎีกา 2229/2517ฎีกา 1398/2530
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · เนติบัณฑิตยสภา