⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 529/2550

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 529/2550

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การสืบพยานเด็กอายุไม่เกินสิบแปดปี เป็นดุลพินิจของศาลที่จะกำหนดวิธีการที่เหมาะสมสำหรับเด็ก โดยไม่จำเป็นต้องปฏิบัติตามบทบัญญัติมาตรา 172 ตรี แห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาเสมอไป

ย่อคำพิพากษา

ป.วิ.อ. มาตรา 172 ตรี บัญญัติว่า "ในการสืบพยานในคดีที่พยานเป็นเด็กอายุไม่เกินสิบแปดปี ถ้าศาลเห็นสมควรและจัดให้พยานนั้นอยู่ในสถานที่ที่เหมาะสมสำหรับเด็กแล้ว ศาลอาจปฏิบัติอย่างใดอย่างหนึ่งต่อไปนี้..." จะเห็นได้ว่าบทบัญญัติดังกล่าวมิใช่บทบัญญัติบังคับศาล แต่ให้เป็นดุลพินิจของศาลในการกำหนดวิธีการสำหรับสืบพยานเด็ก เมื่อคดีนี้ศาลชั้นต้นใช้ดุลพินิจในการสืบพยานเด็กโดยให้พิจารณาลับ การดำเนินกระบวนพิจารณาคดีดังกล่าว จึงเป็นไปโดยชอบด้วยกฎหมายแล้ว และคำเบิกความของผู้เสียหายย่อมรับฟังเป็นพยานหลักฐานได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2543 เวลากลางวัน จำเลยซึ่งเป็นข้าราชการครูโรงเรียนบ้านเชียงยืน ได้กระทำชำเราเด็กหญิง จ. อายุ 13 ปีเศษ (เกิดวันที่ 25 พฤษภาคม 2530) ผู้เสียหาย ซึ่งมิใช่ภริยาของตนและเป็นเด็กหญิงอายุไม่เกินสิบห้าปี นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 โรงเรียนบ้านเชียงยืน ศิษย์ซึ่งอยู่ในความดูแลของจำเลยจนสำเร็จความใคร่ 1 ครั้ง โดยผู้เสียหายยินยอม เหตุเกิดที่ตำบลเชียงยืน อำเภอเชียงยืน อำเภอเชียงยืน จังหวัดมหาสารคาม ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 277, 285 จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 277 วรรคสอง, 285 จำคุก 12 ปี จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 4 พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 277 วรรคแรก ประกอบมาตรา 285 ลงโทษจำคุก 12 ปี จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "...ส่วนที่จำเลยฎีกาเป็นข้อกฎหมายในทำนองว่า การสืบพยานเด็กคดีนี้ศาลชั้นต้นไม่จัดให้แยกห้องพิจารณาสำหรับเด็กเบิกความแล้วให้มีการถ่ายทอดภาพและเสียงไปยังห้องพิจารณา เพื่อไม่ให้คู่ความหรือทนายความถามพยานเด็กโดยตรง และต้องถามผ่านนักจิตวิทยาหรือนักสังคมสงเคราะห์ ศาลจึงจะบันทึกคำเบิกความพยานเด็กได้ แต่คดีนี้ไม่ได้ดำเนินกระบวนพิจารณาในการสืบพยานที่เป็นเด็กตามที่กฎหมายบัญญัติ จึงเป็นการผิดระเบียบ ไม่สามารถรับฟังเป็นพยานหลักฐานได้นั้น เห็นว่า ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 172 ตรี บัญญัติว่าในการสืบพยานในคดีที่พยานเป็นเด็กอายุไม่เกินสิบแปดปี ถ้าศาลเห็นสมควรและจัดให้พยานนั้นอยู่ในสถานที่ที่เหมาะสมสำหรับเด็กแล้ว ศาลอาจปฏิบัติอย่างใดอย่างหนึ่งต่อไปนี้... จะเห็นได้ว่าบทบัญญัติดังกล่าวมิใช่บทบัญญัติบังคับศาล แต่ให้เป็นดุลพินิจของศาลในการกำหนดวิธีการสำหรับสืบพยานเด็ก เมื่อคดีนี้ศาลชั้นต้นใช้ดุลพินิจในการสืบพยานเด็กโดยให้พิจารณาลับ ตามรายงานกระบวนพิจารณาลงวันที่ 11 เมษายน 2545 การดำเนินกระบวนพิจารณาคดีดังกล่าวจึงเป็นไปโดยชอบด้วยกฎหมายแล้ว และคำเบิกความของผู้เสียหายย่อมรับฟังเป็นพยานหลักฐานได้ ฎีกาของจำเลยข้อนี้ฟังไม่ขึ้นเช่นกัน" พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 529/2550 พนักงานอัยการจังหวัดมหาสารคาม โจทก์ นายสกล แสนบุราณ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดมหาสารคาม · จำเลย - นายสกล แสนบุราณ
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)บวร กุลทนันทน์ · ชัช ชลวร · วีระศักดิ์ เสรีเศวตรัตน์
แหล่งที่มาสำนักวิชาการ
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักวิชาการ