⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 4804/2552

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4804/2552

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ข้อตกลงให้จำนำเงินค่าหุ้นเพื่อค้ำประกันหนี้เงินกู้ ไม่รวมถึงการให้สิทธิหักกลบลบหนี้จากเงินปันผล

ย่อคำพิพากษา

ตามหนังสือสัญญากู้เงินพิเศษ ข้อ 10 และหนังสือสัญญากู้เงินสามัญ ข้อ 7 ดังกล่าว มีข้อความทำนองเดียวกันว่า "ข้าพเจ้ายินยอมให้นำเงินค่าหุ้นทั้งหมดที่มีอยู่ในสหกรณ์ออมทรัพย์ครูศรีสะเกษ จำกัด ทั้งหมดในขณะนี้และเงินค่าหุ้นที่จะมีเพิ่มขึ้นอีกต่อไปในภายหน้ามาจำนำกับสหกรณ์ออมทรัพย์ศรีสะเกษ จำกัด เพื่อเป็นการค้ำประกันเงินกู้ตามหนังสือนี้ และในกรณีที่หนี้ถึงกำหนดชำระตามที่กล่าวในข้อ 5 หรือหากมีการบังคับคดีใดๆ ก็ตาม ข้าพเจ้ายินยอมให้สหกรณ์โอนเงินค่าหุ้นของข้าพเจ้าที่จำนำไว้เป็นประกันนี้ชำระหนี้เงินกู้ของข้าพเจ้าที่มีอยู่ต่อสหกรณ์ออมทรัพย์ศรีสะเกษ จำกัด ได้ทันที โดยไม่ต้องนำเงินค่าหุ้นที่จำนำนี้ออกขายทอดตลาดแต่อย่างใดและให้ถือว่าในข้อนี้เป็นการจดแจ้งการจำนำหุ้นตลอดทั้งให้หนังสือกู้ฉบับนี้เป็นสมุดทะเบียนการจำนำหุ้นด้วย" ข้อตกลงดังกล่าวมีความหมายชัดเจนในเรื่องเกี่ยวกับเงินค่าหุ้น โดยจำเลยยอมให้เงินค่าหุ้นของจำเลยที่มีอยู่แล้วและที่เพิ่มขึ้นในภายหน้าเป็นจำนำแก่ผู้คัดค้านเพื่อเป็นการค้ำประกันเงินกู้ตามหนังสือสัญญากู้เงินพิเศษและหนังสือสัญญากู้เงินสามัญ รวมทั้งให้สิทธิแก่ผู้คัดค้านโอนเงินค่าหุ้นของจำเลยที่จำนำไว้ดังกล่าวชำระหนี้เงินกู้ของจำเลยที่มีต่อผู้คัดค้านได้ มิใช่เป็นข้อตกลงในเรื่องเกี่ยวกับเงินปันผลอันเป็นส่วนหนึ่งของกำไรที่ผู้คัดค้านจะต้องจ่ายแก่จำเลยผู้คัดค้านจึงไม่อาจนำเงินปันผลที่จำเลยมีสิทธิจะได้รับจากผู้คัดค้านไปหักชำระหนี้เงินกู้ที่จำเลยมีอยู่ต่อผู้คัดค้านโดยอาศัยข้อตกลงดังกล่าว เมื่อผู้คัดค้านได้รับคำสั่งอายัดเงินปันผลดังกล่าวจากเจ้าพนักงานบังคับคดีแล้ว ผู้คัดค้านจึงไม่มีสิทธินำเงินปันผลที่จำเลยมีสิทธิจะได้รับดังกล่าวไปหักชำระหนี้ที่จำเลยมีอยู่ต่อผู้คัดค้าน

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.278

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีสืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นพิพากษาตามสัญญาประนีประนอมยอมความโดยจำเลยยอมชำระเงินจำนวน 30,000 บาท แก่โจทก์ โดยผ่อนชำระเป็นรายงวดและจะชำระให้เสร็จสิ้นภายในวันที่ 28 พฤษภาคม 2551 หากผิดนัดงวดหนึ่งงวดใดให้ถือว่าผิดนัดทั้งหมดและยอมชำระเงินตามฟ้องจำนวน 52,500 บาท แก่โจทก์ จำเลยไม่ปฏิบัติตามยอม โจทก์ขอให้ออกหมายบังคับคดี เจ้าพนักงานบังคับคดีได้มีคำสั่งอายัดเงินปันผลและเงินเฉลี่ยคืน และเงินค่าหุ้นเมื่อพ้นจกาสมาชิกของจำเลยไปยังผู้คัดค้าน ผู้คัดค้านมีหนังสือแจ้งมายังเจ้าพนักงานบังคับคดีว่า จำเลยผิดนัดชำระหนี้แก่ผู้คัดค้าน จึงไม่มีสิทธิได้รับเงินปันผลและเงินเฉลี่ยคืน ตามหนังสือสำนักงานสหกรณ์ออมทรัพย์ครูศรีสะเกษที่ สอ.ศก./17/2550 ลงวันที่ 21 พฤษภาคม 2550 โจทก์ยื่นคำร้องว่า จำเลยมีสิทธิได้รับเงินปันผลและเงินเฉลี่ยคืนตามที่อายัดแต่ผู้คัดค้านไม่ยอมส่งเงินดังกล่าวมายังเจ้าพนักงานบังคับคดี เพราะจะนำไปหักชำระหนี้ที่จำเลยมีอยู่แก่ผู้คัดค้าน ขอให้มีคำสั่งให้ผู้คัดค้านส่งเงินตามที่อายัด ผู้คัดค้านยื่นคำคัดค้านว่า จำเลยมีทุนเรือนหุ้นอยู่ที่ผู้คัดค้านแต่ได้จำนำประกันหนี้เงินกู้ที่จำเลยยืมไปจากผู้คัดค้าน ในทางบัญชีปี 2549 จำเลยมีสิทธิได้รับเงินปันผลและเงินเฉลี่ยคืน จำนวน 19,907 บาท ซึ่งผู้คัดค้านได้นำไปหักชำระหนี้ที่จำเลยได้จำนำหุ้นเป็นประกันเงินกู้กับผู้คัดค้าน ทั้งตามข้อบังคับของผู้คัดค้าน ข้อ 22 เมื่อจำเลยผิดนัดผิดสัญญา จำเลยก็ไม่มีสิทธิได้รับเงินเฉลี่ยคืน ผู้คัดค้านจึงไม่ต้องส่งเงินตามอายัด ขอให้ยกคำร้อง ในวันนัดไต่สวนคำร้อง ศาลชั้นต้นสอบถามข้อเท็จจริงจากคู่ความและเจ้าพนักงานบังคับคดี แล้วมีคำสั่งว่าจำเลยไม่มีสิทธิได้รับเงินเฉลี่ยคืนแต่มีสิทธิได้รับเงินปันผล จึงให้ผู้คัดค้านแยกเงินจำนวน 19,907 บาท ว่าเป็นเงินปันผลจำนวนเท่าใดและเงินเฉลี่ยคืนจำนวนเท่าใดแล้วให้ส่งเงินปันผลดังกล่าวให้แก่เจ้าพนักงานบังคับคดี ผู้คัดค้านอุทธรณ์เฉพาะปัญหาข้อกฎหมายโดยตรงต่อศาลฎีกา โดยได้รับอนุญาตจากศาลชั้นต้นตามประมวลกฎหมายวิธิจารณาความแพ่ง มาตรา 223 ทวิ ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ข้อเท็จจริงที่คู่ความไม่โต้เถียงกันในชั้นนี้ฟังได้ว่า ศาลชั้นต้นพิพากษาตามสัญญาประนีประนอมยอมความโดยจำเลยยอมชำระเงินจำนวน 30,000 บาท แก่โจทก์ โดยตกลงผ่อนชำระเป็นรายงวด และจะชำระให้เสร็จสิ้นภายในวันที่ 28 พฤษภาคม 2551 หากผิดนัดงวดหนึ่งงวดใดให้ถือว่าผิดนัดทั้งหมดและยอมชำระเงินตามฟ้องจำนวน 52,500 บาท แก่โจทก์ จำเลยไม่ปฏิบัติตามยอม โจทก์ขอให้ออกหมายบังคับคดี เจ้าพนักงานบังคับคดีได้มีคำสั่งอายัดเงินปันผลและเงินเฉลี่ยคืน และเงินค่าหุ้นเมื่อพ้นจากสมาชิกของจำเลยไปยังผู้คัดค้าน แต่ผู้คัดค้านได้นำเงินปันผลและเงินเฉลี่ยคืนที่จำเลยมีสิทธิได้รับจำนวน 19,907 บาท ไปหักชำระหนี้ที่จำเลยค้างชำระแก่ผู้คัดค้าน เมื่อคู่ความมิได้อุทธรณ์ปัญหาเกี่ยวกับเงินเฉลี่ยคืน คดีในส่วนเกี่ยวกับเงินเฉลี่ยคืนจึงเป็นอันยุติไป ตามคำสั่งของศาลชั้นต้นว่าจำเลยไม่มีสิทธิได้รับเงินเฉลี่ยคืนจากผู้คัดค้าน คดีมีปัญหาข้อกฎหมายตามอุทธรณ์ของผู้คัดค้านในชั้นนี้แต่เพียงว่าผู้คัดค้านจะต้องส่งเงินปันผลตามคำสั่งอายัดแก่เจ้าพนักงานบังคับคดีหรือไม่ ผู้คัดค้านอุทธรณ์ว่า เงินจำนวน 19,907 บาท ที่จำเลยมีสิทธิจะได้รับจากผู้คัดค้านแยกเป็นเงินปันผลจำนวน 15,462.25 บาท ผู้คัดค้านได้นำไปหักชำระหนี้ที่จำเลยค้างชำระแก่ผู้คัดค้านตามหนังสือสัญญากู้เงินพิเศษ ข้อ 10 และหนังสือสัญญากู้เงินสามัญ ข้อ 7 นั้น เห็นว่า ตามหนังสือสัญญากู้เงินพิเศษ ข้อ 10 และหนังสือสัญญากู้เงินสามัญ ข้อ 7 ดังกล่าว มีข้อความทำนองเดียวกันว่า "ข้าพเจ้ายินยอมให้นำเงินค่าหุ้นทั้งหมดที่มีอยู่ในสหกรณ์ออมทรัพย์ครูศรีสะเกษ จำกัด ทั้งหมดในขณะนี้และเงินค่าหุ้นที่จะมีเพิ่มขึ้นอีกต่อไปในภายหน้ามาจำนำกับสหกรณ์ออมทรัพย์ครูศรีสะเกษ จำกัด เพื่อเป็นการค้ำประกันเงินกู้ตามหนังสือนี้ และในกรณีที่หนี้ถึงกำหนดชำระตามที่กล่าวในข้อ 5 หรือหากมีการบังคับคดีใดๆ ก็ตาม ข้าพเจ้ายินยอมให้สหกรณ์โอนเงินค่าหุ้นของข้าพเจ้าที่จำนำไว้เป็นประกันนี้ชำระหนี้เงินกู้ของข้าพเจ้าที่มีอยู่ต่อสหกรณ์ออมทรัพย์ครูศรีสะเกษได้ทันที โดยไม่ต้องนำเงินค่าหุ้นที่จำนำนี้ออกขายทอดตลาดแต่อย่างใดและให้ถือความในข้อนี้เป็นการจดแจ้งการจำนำหุ้นตลอดทั้งให้หนังสือกู้ฉบับนี้เป็นสมุดทะเบียนการจำนำหุ้นด้วย" ข้อตกลงดังกล่าวมีความหมายชัดเจนในเรื่องเกี่ยวกับเงินค่าหุ้น โดยจำเลยยอมให้เงินค่าหุ้นของจำเลยที่มีอยู่แล้วและที่เพิ่มขึ้นในภายหน้าเป็นจำนำแก่ผู้คัดค้านเพื่อเป็นการค้ำประกันเงินกู้ตามหนังสือสัญญากู้เงินพิเศษและหนังสือสัญญากู้เงินสามัญ รวมทั้งให้สิทธิแก่ผู้คัดค้านโอนเงินค่าหุ้นของจำเลยที่จำนำไว้ดังกล่าวชำระหนี้เงินกู้ของจำเลยที่มีต่อผู้คัดค้านได้ มิใช่เป็นข้อตกลงในเรื่องเกี่ยวกับเงินปันผลอันเป็นส่วนหนึ่งของกำไรที่ผู้คัดค้านจะต้องจ่ายแก่จำเลยผู้คัดค้านจึงไม่อาจนำเงินปันผลที่จำเลยมีสิทธิจะได้รับจากผู้คัดค้านไปหักชำระหนี้เงินกู้ที่จำเลยมีอยู่ต่อผู้คัดค้านโดยอาศัยข้อตกลงดังกล่าว เมื่อผู้คัดค้านได้รับคำสั่งอายัดเงินปันผลดังกล่าวจากเจ้าพนักงานบังคับคดีแล้ว ผู้คัดค้านจึงไม่มีสิทธินำเงินปันผลที่จำเลยมีสิทธิจะได้รับดังกล่าวไปหักชำระหนี้ที่จำเลยมีอยู่ต่อผู้คัดค้านที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ผู้คัดค้านส่งเงินปันผลตามคำสั่งอายัดให้แก่เจ้าพนักงานบังคับคดีนี้ชอบแล้ว อุทธรณ์ของผู้คัดค้านฟังไม่ขึ้น อนึ่ง ศาลชั้นต้นมิได้มีคำสั่งในเรื่องค่าฤชาธรรมเนียมในศาลชั้นต้น ศาลฎีกาสมควรมีคำสั่งให้ถูกต้อง" พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมในศาลชั้นต้นและในชั้นนี้ให้เป็นพับ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4804/2552 นางอุดม สังขพันธุ์ โจทก์ สหกรณ์ออมทรัพย์ครู ศรีสะเกษ จำกัด ผู้คัดค้าน นางสาวทิพวรรณ พาสุข จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นางอุดม สังขพันธุ์ · ผู้คัดค้าน - สหกรณ์ออมทรัพย์ครูศรีสะเกษ จำกัด · จำเลย - นางสาวทิพวรรณ พาสุข
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)มนตรี ยอดปัญญา · วีระพล ตั้งสุวรรณ · อุบลรัตน์ ลุยวิกกัย
แหล่งที่มาสำนักวิชาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1145/2494ฎีกา 609/2526ฎีกา 621/2514ฎีกา 5378/2544ฎีกา 959/2537ฎีกา 175/2519ฎีกา 1256/2518ฎีกา 1485/2513ฎีกา 4122/2540ฎีกา 128/2521ฎีกา 6486/2531ฎีกา 1435/2510ฎีกา 4767/2529ฎีกา 171/2520ฎีกา 193/2510ฎีกา 1039/2492ฎีกา 2558/2527ฎีกา 2452/2535ฎีกา 992/2549ฎีกา 928/2503ฎีกา 1112/2555ฎีกา 428/2517ฎีกา 1263/2512ฎีกา 137/2516
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักวิชาการ