⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 8405/2552

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8405/2552

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ผู้ให้เช่าซื้อไม่มีสิทธิขอคืนทรัพย์สินที่เช่าซื้อหากรู้เห็นหรือมีเจตนาให้ผู้เช่าซื้อนำทรัพย์สินไปใช้ในการกระทำความผิด

ย่อคำพิพากษา

ผู้ร้องยื่นคำร้องขอคืนรถจักรยานยนต์ของกลางเมื่อวันที่ 15 พฤษภาคม 2550 โดยในคำร้องระบุว่าจำเลยกับพวกได้นำรถจักรยานยนต์ของกลางไปจำหน่ายเมทแอมเฟตามีนให้แก่ผู้ล่อซื้อซึ่งต่อมาศาลมีคำพิพากษาให้ริบรถจักรยานยนต์ของกลางดังนี้ แสดงว่าผู้ร้องต้องรู้มาก่อนวันที่ 15 พฤษภาคม 2550 ซึ่งเป็นวันที่ผู้ร้องยื่นคำร้องว่าศาลชั้นต้นพิพากษาริบรถจักรยานยนต์ของกลางแล้ว แต่ผู้ร้องก็เพิกเฉยไม่ได้บอกเลิกสัญญาเช่าซื้อและมายื่นคำร้องขอคืนรถจักรยานยนต์ของกลางในคดีนี้ ทั้งยังคงรับชำระเงินค่าเช่าซื้อจากผู้เช่าซื้อต่อไปอีก ประกอบกับหนังสือสัญญาเช่าซื้อข้อ 3.3 ระบุว่า ผู้เช่าซื้อต้องรับผิดชำระค่าเช่าซื้อให้ครบถ้วนตามสัญญาในกรณีทรัพย์สินที่เช่าซื้อสูญหาย ถูกทำลาย ถูกยึดหรือถูกริบ โดยความผิดของผู้เช่าซื้อเองและในกรณีมิใช่ความผิดของผู้เช่าซื้อ ผู้เช่าซื้อต้องรับผิดชอบชดใช้ราคาทรัพย์สินที่เช่าซื้อพร้อมด้วยค่าเสียหาย พฤติการณ์ดังกล่าวแสดงให้เห็นว่าผู้ร้องมีเจตนาเพียงต้องการที่จะได้รับเงินค่าเช่าซื้อตามสัญญาเช่าซื้อเท่านั้น ผู้ร้องจึงเพิกเฉยไม่ติดตามเอารถจักรยานยนต์ของกลางที่ให้เช่าซื้อคืน ทั้งๆ ที่ผู้ร้องรู้อยู่แล้วว่ามีการนำรถจักรยานยนต์ของกลางไปใช้ในทางผิดกฎหมายอันเป็นการผิดสัญญาเช่าซื้อ การที่ผู้ร้องมาขอคืนรถจักรยานยนต์ของกลางเห็นได้ว่าเป็นการกระทำเพื่อประโยชน์ของผู้เช่าซื้อ เข้าลักษณะผู้ร้องรู้เห็นเป็นใจด้วยในการกระทำความผิดของจำเลย ผู้ร้องจึงไม่มีสิทธิร้องขอคืนรถจักรยานยนต์ของกลาง

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายอาญา ม.36

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีสืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 15 วรรคสาม (2), 66 วรรคสอง, 102 ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83 และริบรถจักรยานยนต์หมายเลขทะเบียน กยฉ พะเยา 86 และรถจักรยานยนต์ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียนของกลาง ผู้ร้องยื่นคำร้องว่า ผู้ร้องเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์รถจักรยานยนต์หมายเลขทะเบียน กยฉ พะเยา 86 ของกลาง ผู้ร้องมิได้รู้เห็นเป็นใจด้วยในการกระทำความผิดของจำเลย ขอให้คืนรถจักรยานยนต์ของกลางแก่ผู้ร้อง โจทก์ยื่นคำคัดค้านว่า ผู้ร้องมิใช่เจ้าของกรรมสิทธิ์รถจักรยานยนต์ของกลาง ผู้ร้องรู้เห็นเป็นใจด้วยในการกระทำความผิดของจำเลย ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นไต่สวนแล้ว มีคำสั่งให้คืนรถจักรยานยนต์หมายเลขทะเบียน กยฉ พะเยา 86 ของกลาง แก่ผู้ร้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 5 พิพากษายืน โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "...พิเคราะห์แล้ว ข้อเท็จจริงเบื้องต้นรับฟังได้ว่า ผู้ร้องเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์รถจักรยานยนต์หมายเลขทะเบียน กยฉ พะเยา 86 ของกลางเมื่อวันที่ 16 ธันวาคม 2547 นายจรัญ เช่าซื้อรถจักรยานยนต์ของกลางไปจากผู้ร้องในราคา 49,360 บาท ชำระเงินในวันทำสัญญา 4,000 บาท ส่วนที่เหลือผ่อนชำระ 36 งวด งวดละ 1,260 บาท ทุกวันที่ 3 ของเดือน เริ่มชำระวันที่ 3 มกราคม 2548 นายจรัญผ่อนชำระค่าเช่าซื้อให้ผู้ร้องจนถึงเดือนกันยายน 2550 แล้วผิดนัดคงค้างชำระค่าเช่าซื้อ 6,090 บาท ตามใบเสร็จรับเงินและรายการการ์ดลูกค้า ก่อนผิดนัดเมื่อวันที่ 11 ตุลาคม 2549 จำเลยนำรถจักรยานยนต์ของกลางไปใช้กระทำความผิดคดีนี้และศาลชั้นต้นมีคำสั่งพิพากษาให้ริบรถจักรยานยนต์ของกลางเมื่อวันที่ 20 ธันวาคม 2549 คดีถึงที่สุด มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ว่า ผู้ร้องรู้เห็นเป็นใจด้วยในการกระทำความผิดของจำเลยหรือไม่ เห็นว่า ผู้ร้องยื่นคำร้องขอคืนรถจักรยานยนต์ของกลางคดีนี้เมื่อวันที่ 15 พฤษภาคม 2550 โดยในคำร้องระบุว่าเมื่อวันที่ 11 ตุลาคม 2549 จำเลยกับพวกได้นำรถจักรยานยนต์ของกลางไปจำหน่ายเมทแอมเฟตามีนให้แก่ผู้ล่อซื้อ ต่อมาวันที่ 20 ธันวาคม 2549 ศาลมีคำพิพากษาให้ริบรถจักรยานยนต์ของกลาง ดังนี้ แสดงว่าผู้ร้องต้องรู้มาก่อนวันที่ 15 พฤษภาคม 2550 ซึ่งเป็นวันที่ผู้ร้องยื่นคำร้องว่าศาลชั้นต้นพิพากษาริบรถจักรยานยนต์ของกลางแล้ว แต่ผู้ร้องก็เพิกเฉยไม่ได้บอกเลิกสัญญาเช่าซื้อและมายื่นคำร้องขอคืนรถจักรยานยนต์ของกลางในคดีนี้ ทั้งยังคงรับชำระเงินค่าเช่าซื้อจากผู้เช่าซื้อต่อไปอีก 3 งวด คืองวดที่ 30 ถึงงวดที่ 32 ประจำเดือนมิถุนายน ถึงเดือนสิงหาคม 2550 จนกระทั่งผู้เช่าซื้อผิดนัดชำระค่าเช่าซื้อในงวดที่ 33 ประจำเดือนกันยายน 2550 ประกอบกับหนังสือสัญญาเช่าซื้อ ข้อ 3.3 ระบุว่า ผู้เช่าซื้อต้องรับผิดชำระค่าเช่าซื้อให้ครบถ้วนตามสัญญาในกรณีทรัพย์สินที่เช่าซื้อสูญหาย ถูกทำลาย ถูกยึด หรือถูกริบโดยความผิดของผู้เช่าซื้อเอง และในกรณีมิใช่ความผิดของผู้เช่าซื้อ ผู้เช่าซื้อต้องรับผิดชอบชดใช้ราคาทรัพย์สินที่เช่าซื้อพร้อมด้วยค่าเสียหาย พฤติการณ์ดังกล่าวแสดงให้เห็นว่าผู้ร้องมีเจตนาเพียงต้องการที่จะได้รับเงินค่าเช่าซื้อตามสัญญาเช่าซื้อเท่านั้น ผู้ร้องจึงเพิกเฉยไม่ติดตามเอารถจักรยานยนต์ของกลางที่ให้เช่าซื้อคืน ทั้งๆ ที่ผู้ร้องรู้อยู่แล้วว่ามีการนำรถจักรยานยนต์ของกลางไปใช้ในทางผิดกฎหมายอันเป็นการผิดสัญญาเช่าซื้อ การที่ผู้ร้องมาขอคืนรถจักรยานยนต์ของกลางเห็นได้ว่าเป็นการกระทำเพื่อประโยชน์ของผู้เช่าซื้อ เข้าลักษณะผู้ร้องรู้เห็นเป็นใจด้วยในการกระทำความผิดของจำเลย ผู้ร้องจึงไม่มีสิทธิร้องขอคืนรถจักรยานยนต์ของกลาง ที่ศาลล่างทั้งสองมีคำสั่งและคำพิพากษาให้คืนรถจักรยานยนต์ของกลางแก่ผู้ร้องนั้น ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย ฎีกาของโจทก์ฟังขึ้น" พิพากษากลับ ให้ยกคำร้อง ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8405/2552 พนักงานอัยการจังหวัดพะเยา โจทก์ บริษัทเชียงรายสินธานี จำกัด ผู้ร้อง นายศักดิ์ ไชยวุฒิ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดพะเยา · ผู้ร้อง - บริษัทเชียงรายสินธานี จำกัด · จำเลย - นายศักดิ์ ไชยวุฒิ
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)บุญส่ง โพธิ์พุทธชัย · ธานิศ เกศวพิทักษ์ · สิงห์พล ละอองมณี
แหล่งที่มาสำนักวิชาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 3036/2544ฎีกา 170/2536ฎีกา 2696/2526ฎีกา 651/2507ฎีกา 8091/2544ฎีกา 776/2547ฎีกา 1865/2521ฎีกา 665/2531ฎีกา 1137-1138/2467ฎีกา 2903/2536ฎีกา 2355/2548ฎีกา 3726/2525ฎีกา 6911/2544ฎีกา 222/2468ฎีกา 1979/2521ฎีกา 1639/2553ฎีกา 1567/2513ฎีกา 4647/2529ฎีกา 6506/2547ฎีกา 269/2537ฎีกา 612/2542ฎีกา 2234/2535ฎีกา 8844/2543ฎีกา 1369/2524
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักวิชาการ