⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 414/2553

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 414/2553

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เมื่อโจทก์ทิ้งฟ้อง ศาลมีอำนาจสั่งจำหน่ายคดี แต่ไม่จำเป็นต้องสั่งจำหน่ายคดีทุกกรณี ศาลอาจใช้ดุลพินิจกำหนดเวลาให้โจทก์นำเงินค่าขึ้นศาลมาเสียใหม่ได้

ย่อคำพิพากษา

ในกรณีที่โจทก์ทิ้งฟ้องตาม ป.วิ.พ. มาตรา 174 (2) ศาลมีอำนาจสั่งจำหน่ายคดีเสียจากสารบบความได้ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 132 (1) แต่บทบัญญัติมาตรา 132 (1) นี้มิได้บังคับเด็ดขาดว่า ศาลต้องจำหน่ายคดีทุกกรณี แต่ให้ศาลใช้ดุลพินิจว่าจะมีคำสั่งจำหน่ายคดีหรือไม่ก็ได้ ที่ศาลชั้นต้นใช้ดุลพินิจไม่จำหน่ายคดีแล้วกำหนดเวลาให้โจทก์นำเงินมาเสียค่าขึ้นศาลใหม่ จึงชอบแล้ว

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.132 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.174

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์ทำสัญญาเช่าที่ดินของการรถไฟแห่งประเทศไทย บริเวณสถานีคลองลึก เพื่อปลูกสร้างอาคารชั่วคราวให้ประชาชนเช่าช่วงประกอบการค้า การรถไฟแห่งประเทศไทยตกลงจะให้โจทก์เช่าที่ดินและอาคารมีกำหนด 3 ปี ก่อนโจทก์ทำสัญญาเช่าที่ดิน จำเลยได้บุกรุกเข้ามาปลูกสร้างโรงเรือนเป็นอาคารชั้นเดียวลงบนที่ดินที่โจทก์เช่า โจทก์บอกกล่าวให้จำเลยรื้อถอนโรงเรือนดังกล่าวออกไปแต่จำเลยเพิกเฉยอันเป็นการทำละเมิดต่อโจทก์ทำให้โจทก์เสียหายต้องขาดประโยชน์จากการใช้ที่ดินที่เช่าในพื้นที่ที่จำเลยบุกรุก ขอให้บังคับจำเลยรื้อถอนอาคารหรือโรงเรือน 1 หลัง ออกไปจากที่ดินที่โจทก์เช่าจากการรถไฟแห่งประเทศไทย ห้ามมิให้เข้ามาเกี่ยวข้องอีกต่อไปและให้จำเลยชำระค่าเสียหายให้โจทก์เดือนละ 15,000 บาท นับแต่วันฟ้องไปจนกว่าจะรื้อถอนอาคารหรือโรงเรือนนั้นออกไป และส่งมอบที่ดินแก่โจทก์ ระหว่างพิจารณาก่อนยื่นคำให้การ นายธงชัย ยื่นคำร้องขอเข้าเป็นจำเลยร่วม ศาลชั้นต้นมีคำสั่งอนุญาต จำเลยและจำเลยร่วมให้การทำนองเดียวกันว่า โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องเพราะการรถไฟแห่งประเทศไทยไม่ได้มอบอำนาจให้โจทก์ฟ้องขับไล่จำเลย และโจทก์ไม่ได้มอบอำนาจให้ฟ้องและดำเนินคดีแทน ฟ้องโจทก์เคลือบคลุมและขาดอายุความเพราะฟ้องเกิน 1 ปี ที่ดินพิพาทเป็นที่ดินที่ผู้อื่นมีสิทธิครอบครอง แล้วโอนต่อกันมาจนเป็นของจำเลยร่วม โจทก์ไม่ได้รับความเสียหายเพราะโจทก์ก่อสร้างกำแพงทึบปิดกั้นที่ดินพิพาทไม่มีทางออก ไม่สามารถทำการค้าได้ ได้แต่ใช้อยู่อาศัยซึ่งอาจให้เช่าได้ไม่เกินเดือนละ 500 บาท ขอให้ยกฟ้อง ระหว่างพิจารณา โจทก์ยื่นคำร้องขอให้เรียกการรถไฟแห่งประเทศไทยเข้าเป็นโจทก์ร่วม ศาลชั้นต้นมีคำสั่งอนุญาต ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยและจำเลยร่วมรื้อถอนอาคาร 1 หลัง ออกไปจากที่ดินพิพาท ห้ามมิให้เข้ามาเกี่ยวข้องอีกต่อไป และให้จำเลยกับจำเลยร่วมร่วมกันชำระค่าเสียหายแก่โจทก์เป็นเงินเดือนละ 1,500 บาท นับแต่วันฟ้อง (วันที่ 31 สิงหาคม 2543) เป็นต้นไปจนกว่าจำเลยกับจำเลยร่วมจะรื้อถอนอาคารออกไปและส่งมอบที่ดินพิพาทให้โจทก์ กับให้จำเลยและจำเลยร่วมร่วมกันใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์และโจทก์ร่วม โดยกำหนดค่าทนายความให้รวม 4,000 บาท จำเลยและจำเลยร่วมอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษายืน ให้จำเลยและจำเลยร่วมร่วมกันใช้ค่าทนายความชั้นอุทธรณ์ 1,500 บาท แทนโจทก์ โจทก์ร่วมไม่แก้อุทธรร์จึงไม่กำหนดค่าทนายความชั้นอุทธรณ์ให้ จำเลยและจำเลยร่วมฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้รับฎีกาของจำเลยและจำเลยร่วมเฉพาะในข้อที่ 3 ซึ่งเป็นปัญหาข้อกฎหมาย ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "มีปัญหาที่ศาลฎีกาจะต้องวินิจฉัยเพียงประเด็นเดียวว่าการที่ศาลชั้นต้นไม่สั่งว่าโจทก์ทิ้งฟ้องเพราะไม่นำเงินค่าขึ้นศาลมาเสียให้ครบภายในกำหนดเวลาที่ศาลมีคำสั่งนั้น ชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ เห็นว่า ในกรณีที่โจทก์ทิ้งฟ้องตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 174 (2) ศาลมีอำนาจสั่งจำหน่ายคดีเสียจากสารบบความได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 132 (1) นี้มิได้บังคับเด็ดขาดว่า ศาลต้องจำหน่ายคดีทุกกรณีแต่ให้ศาลใช้ดุลพินิจว่าจะมีคำสั่งจำหน่ายคดีหรือไม่ก็ได้ ที่ศาลชั้นต้นใช้ดุลพินิจไม่จำหน่ายคดีแล้วกำหนดเวลาให้โจทก์นำเงินมาเสียค่าขึ้นศาลใหม่ จึงชอบแล้ว ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษามานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของจำเลยและจำเลยร่วมฟังไม่ขึ้น" พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 414/2553 บริษัทโกลเด้นเกต พร๊อพเพอร์ตี้ จำกัด โจทก์ การรถไฟแห่งประเทศไทย โจทก์ร่วม นางสมใจ ลำบัวลอย จำเลย นายธงชัย ฝอยทอง จำเลยร่วม

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - บริษัทโกลเด้นเกต พร๊อพเพอร์ตี้ จำกัด · โจทก์ร่วม - การรถไฟแห่งประเทศไทย · จำเลย - นางสมใจ ลำบัวลอย · จำเลยร่วม - นายธงชัย ฝอยทอง
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)บุญรอด ตันประเสริฐ · เฉลิมเกียรติ ชาญศิลป์ · สนอง เล่าศรีวรกต
แหล่งที่มาสำนักวิชาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 4326/2540ฎีกา 6025/2538ฎีกา 3914/2531ฎีกา 2245/2535ฎีกา 2018/2548ฎีกา 1874/2519ฎีกา 1337/2533ฎีกา 393/2536ฎีกา 12569/2547ฎีกา 8366/2557ฎีกา 407/2544ฎีกา 866/2518ฎีกา 1477/2500ฎีกา 469/2531ฎีกา 6472/2541ฎีกา 4762/2545ฎีกา 1574/2498ฎีกา 2627/2522ฎีกา 3474/2538ฎีกา 514/2499ฎีกา 581/2502ฎีกา 1644/2519ฎีกา 491/2523ฎีกา 923/2523
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักวิชาการ