⚖️ LawAraiค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 7060/2554

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7060/2554

พ.ร.บ.จราจรทางบก ม.43, 122, 134 ฯลฯ

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การสอบสวนผู้ต้องหาอายุไม่เกิน 18 ปี จะต้องมีนักจิตวิทยาหรือนักสังคมสงเคราะห์และพนักงานอัยการเข้าร่วมในการถามปากคำ เฉพาะในกรณีที่กฎหมายกำหนดไว้ ได้แก่ คดีที่มีอัตราโทษจำคุกอย่างสูงตั้งแต่สามปีขึ้นไป, คดีที่มีอัตราโทษจำคุกอย่างสูงไม่ถึงสามปีซึ่งผู้ต้องหาที่เป็นเด็กร้องขอ, หรือคดีทำร้ายร่างกายเด็กอายุไม่เกินสิบแปดปี.

ย่อคำพิพากษา

การสอบสวนผู้ต้องหาอายุไม่เกิน 18 ปี ที่ต้องมีนักจิตวิทยาหรือนักสังคมสงเคราะห์และพนักงานอัยการเข้าร่วมในการถามปากคำ ตาม ป.วิ.อ. มาตรา 133 ทวิ วรรคหนึ่ง ประกอบมาตรา 134 ตรี ซึ่งเป็นกฎหมายที่ใช้บังคับอยู่ในขณะมีการสอบสวนคดีนี้ มี 3 ประเภท ได้แก่ คดีที่มีอัตราโทษจำคุกอย่างสูงตั้งแต่สามปีขึ้นไป คดีที่มีอัตราโทษจำคุกอย่างสูงไม่ถึงสามปีซึ่งผู้ต้องหาที่เป็นเด็กร้องขอ และคดีทำร้ายร่างกายเด็กอายุไม่เกินสิบแปดปี คดีนี้มีอัตราโทษจำคุกอย่างสูงไม่ถึง 3 ปี เมื่อไม่ปรากฏว่าผู้ต้องหาร้องขอต่อพนักงานสอบสวนให้มีบุคคลดังกล่าวเข้าร่วมในการถามปากคำ การสอบสวนของพนักงานสอบสวนจึงชอบด้วยบทบัญญัติดังกล่าวแล้ว

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.133 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.134 ประมวลกฎหมายอาญา ม.33 ประมวลกฎหมายอาญา ม.83 ประมวลกฎหมายอาญา ม.91 ประมวลกฎหมายอาญา ม.138 พ.ร.บ.จราจรทางบก ม.43 พ.ร.บ.จราจรทางบก ม.122 พ.ร.บ.จราจรทางบก ม.134 พ.ร.บ.จราจรทางบก ม.148 พ.ร.บ.จราจรทางบก ม.157 พ.ร.บ.จราจรทางบก ม.160 พระราชบัญญัติรถยนต์ พ.ศ.2522 ม.42 พระราชบัญญัติรถยนต์ พ.ศ.2522 ม.64

🔎 คำพิพากษาอื่นที่อ้างมาตราเดียวกัน: ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.133 → ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.134 → ประมวลกฎหมายอาญา ม.33 → ประมวลกฎหมายอาญา ม.83 →

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสองตามพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ.2522 มาตรา 43 (4) (5) (8), 122, 134, 148, 157, 160 วรรคสาม, 160 ทวิ พระราชบัญญัติรถยนต์ พ.ศ.2522 มาตรา 42, 64 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 33, 83, 91, 138 ริบรถจักรยานยนต์ของกลาง จำเลยที่ 1 ให้การรับสารภาพฐานขับรถโดยไม่ได้รับใบอนุญาตขับขี่รถจักรยานยนต์ และฐานขับรถจักรยานยนต์โดยไม่ได้สวมหมวกนิรภัยหรือหมวกที่จัดทำขึ้นโดยเฉพาะเพื่อป้องกันอันตรายในขณะขับขี่ แต่ให้การปฏิเสธฐานร่วมกันแข่งรถในทางเดินรถสาธารณะ และฐานต่อสู้ขัดขวางเจ้าพนักงานตามกฎหมายในการปฏิบัติการตามหน้าที่ จำเลยที่ 2 ให้การรับสารภาพฐานโดยสารรถจักรยานยนต์โดยไม่สวมหมวกนิรภัยหรือหมวกที่จัดทำขึ้นโดยเฉพาะเพื่อป้องกันอันตรายในขณะโดยสารรถจักรยานยนต์ แต่ให้การปฏิเสธฐานร่วมกันแข่งรถในทางเดินรถสาธารณะ และฐานต่อสู้ขัดขวางเจ้าพนักงานตามกฎหมายในการปฏิบัติการตามหน้าที่ ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์แผนกคดีเยาวชนและครอบครัวพิพากษายืน โจทก์ฎีกา โดยอัยการสูงสุดรับรองให้ฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีเยาวชนและครอบครัววินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงรับฟังยุติ ขณะสอบสวนจำเลยทั้งสองอายุไม่เกินสิบแปดปี ระหว่างนั้นมีบทบัญญัติว่าด้วยการสอบสวนตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 133 ทวิ และมาตรา 134 ตรี ใช้บังคับอยู่ ในการสอบสวนจำเลยทั้งสองไม่มีนักจิตวิทยาหรือนักสังคมสงเคราะห์และพนักงานอัยการอยู่ด้วย มีปัญหาวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ในข้อกฎหมายว่า การสอบสวนของพนักงานสอบสวนในคดีนี้ชอบด้วยบทกฎหมายดังกล่าวหรือไม่ เห็นว่า การสอบสวนผู้ต้องหาอายุไม่เกินสิบแปดปีที่ต้องมีนักจิตวิทยาหรือนักสังคมสงเคราะห์และพนักงานอัยการเข้าร่วมในการถามปากคำ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 133 ทวิ วรรคหนึ่ง ประกอบมาตรา 134 ตรี นั้น ต้องขึ้นอยู่กับประเภทของคดี ซึ่งแบ่งเป็น 3 ประเภท ประเภทแรกคือ คดีที่มีอัตราโทษจำคุกอย่างสูงตั้งแต่สามปีขึ้นไป ประเภทที่สองคือคดีที่มีอัตราโทษจำคุกอย่างสูงไม่ถึงสามปี และผู้เสียหายหรือพยานซึ่งเป็นเด็กร้องขอ และประเภทที่สามคือคดีทำร้ายร่างกายเด็กอายุไม่เกินสิบแปดปี คดีนี้จัดอยู่คดีประเภทที่สอง ดังนั้น ผู้ต้องหาในคดีประเภทนี้จึงต้องร้องขอต่อพนักงานสอบสวนให้มีบุคคลดังกล่าวเข้าร่วมในการถามปากคำด้วย แต่ในข้อนี้ศาลล่างทั้งสองยังไม่ได้ฟังข้อเท็จจริงให้ความชัดว่า จำเลยที่ 1 ได้ร้องขอต่อพนักงานสอบสวนให้ดำเนินการดังกล่าวหรือไม่ อันนำไปสู่การวินิจฉัยข้อกฎหมายตามฎีกาของโจทก์ ศาลฎีกาเห็นสมควรวินิจฉัยข้อเท็จจริงตามที่ปรากฏในสำนวนไปเสียเลย โดยไม่จำต้องย้อนสำนวนไปให้ศาลล่างทั้งสองวินิจฉัย ข้อเท็จจริงได้ความตามคำเบิกความของนายมานะ บิดาของจำเลยที่ 1 ว่า ขณะสอบสวนจำเลยที่ 1 พยานได้แจ้งให้พนักงานสอบสวนทราบแล้วว่า ในการสอบสวนจะต้องมีนักจิตวิทยาหรือนักสังคมสงเคราะห์และพนักงานอัยการร่วมด้วย แต่พนักงานสอบสวนแจ้งว่า ไม่จำต้องมีบุคคลดังกล่าวนั้น คงเป็นเพียงคำเบิกความลอย ๆ ของนายมานะเท่านั้น โดยจำเลยที่ 1 ไม่ได้ถามค้านพนักงานสอบสวนไว้ เพื่อให้มีโอกาสอธิบาย จึงง่ายต่อการกล่าวอ้างในภายหลัง ทั้งพนักงานสอบสวนเป็นเจ้าพนักงานของรัฐ ไม่ปรากฏว่ามีส่วนได้เสียกับฝ่ายใด ย่อมไม่มีเหตุผลที่พนักงานสอบสวนจะทำการสอบสวนโดยฝ่าฝืนต่อบทกฎหมายดังกล่าว อันอาจถูกดำเนินคดีฐานปฏิบัติไม่ชอบด้วยหน้าที่ ข้ออ้างของจำเลยที่ 1 จึงไม่มีน้ำหนักในการรับฟัง ส่วนจำเลยที่ 2 ไม่ได้กล่าวอ้างว่ามีการร้องขอไว้เช่นนั้น การสอบสวนของพนักงานสอบสวนในคดีนี้จึงชอบแล้ว โจทก์ย่อมมีอำนาจฟ้อง ที่ศาลล่างทั้งสองพิพากษามานั้นไม่ต้องด้วยความเห็นของศาลฎีกา ฎีกาของโจทก์ฟังขึ้น พิพากษายกคำพิพากษาของศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ ให้ศาลชั้นต้นพิจารณาพิพากษาใหม่ตามรูปคดี ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7060/2554 พนักงานอัยการ สำนักงานอัยการพิเศษ ฝ่ายคดีเยาวชนและครอบครัว โจทก์ นายศรัณย์ พกสิน กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการ สำนักงานอัยการพิเศษฝ่ายคดีเยาวชนและครอบครัว · จำเลย - นายศรัณย์ พกสิน กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)พิษณุ ดำรงเกียรติวัฒนา · ปดารณี ลัดพลี · ธราธร ศิลปโอสถ
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลเยาวชนและครอบครัวกลาง - นายวินัย อินประสิทธิ์ · ศาลอุทธรณ์ - นายชัยพร สมบุญวงค์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
หมายเลขคดีดำยช.(อ)265/2550

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 959/2531ฎีกา 1837/2531ฎีกา 9026/2553ฎีกา 1392/2564ฎีกา 2581/2548ฎีกา 21848/2555ฎีกา 6635/2551ฎีกา 1089/2559ฎีกา 3345/2535ฎีกา 4180/2548ฎีกา 712/2559ฎีกา 861/2521ฎีกา 5305/2539ฎีกา 1715/2545ฎีกา 6355/2544ฎีกา 8272/2553ฎีกา 531/2510ฎีกา 647/2563ฎีกา 5042/2549ฎีกา 8297/2540ฎีกา 11720/2555ฎีกา 4519/2544ฎีกา 2766/2546ฎีกา 8833/2554
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา