⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 3656/2555

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3656/2555

ชิงทรัพย์

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เมื่อการกระทำความผิดฐานชิงทรัพย์มีเหตุฉกรรจ์ตามกฎหมายที่ทำให้ต้องรับโทษหนักขึ้น ให้ลงโทษตามบทมาตราที่มีโทษหนักที่สุดเพียงบทเดียว โดยไม่จำเป็นต้องระบุบทมาตราที่มีโทษเบากว่าอีก

ย่อคำพิพากษา

เมื่อการกระทำของจำเลยเป็นความผิดฐานชิงทรัพย์แล้ว และปรากฏว่าการชิงทรัพย์ของจำเลยมีเหตุฉกรรจ์ทำให้ต้องได้รับโทษหนักขึ้น และเป็นความผิดตาม ป.อ. มาตรา 339 ทั้งวรรคสองและวรรคสาม ในการระบุบทมาตราแห่งความผิดก็ระบุเฉพาะวรรคที่มีบทหนักที่สุดเพียงวรรคเดียว หาจำต้องระบุให้ครบทุกวรรคไม่ เพราะแต่ละวรรคต่างมีองค์ประกอบความผิดเช่นเดียวกับวรรคแรก แตกต่างกันเฉพาะเหตุที่ทำให้ต้องรับโทษหนักขึ้น ดังนั้น เมื่อการกระทำความผิดฐานชิงทรัพย์ของจำเลยเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับอันตรายแก่กายหรือจิตใจตามมาตรา 339 วรรคสาม ซึ่งเป็นบทหนักกว่าวรรคสองแล้ว ก็ไม่ต้องระบุวรรคสองซึ่งเป็นอัตราโทษเบากว่าอีก

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายอาญา ม.339

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 33, 83, 339 และริบของกลาง จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 339 วรรคสอง และวรรคสาม ประกอบมาตรา 83 จำคุก 15 ปี ริบของกลาง จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ที่ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยกระทำความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 339 วรรคสอง และวรรคสาม ประกอบมาตรา 83 และศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษายืนมาไม่ถูกต้อง เพราะเมื่อการกระทำของจำเลยเป็นความผิดฐานชิงทรัพย์ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 339 วรรคแรก แล้ว และปรากฏว่าการชิงทรัพย์ของจำเลยดังกล่าวมีเหตุฉกรรจ์ อันทำให้จำเลยต้องได้รับโทษหนักขึ้นก็ต้องพิจารณาว่าเป็นเหตุฉกรรจ์ตามวรรคใดอันมีโทษหนักที่สุดเพียงวรรคเดียว หาจำต้องระบุให้ครบทุกวรรคไม่ เพราะแต่ละวรรคมีองค์ประกอบความผิดชิงทรัพย์เช่นเดียวกันกับวรรคแรก เพียงแต่ต่างกันในเหตุฉกรรจ์เท่านั้น เมื่อปรากฏว่าการชิงทรัพย์ของจำเลยเป็นเหตุให้ผู้อื่นรับอันตรายแก่กายหรือจิตใจตามมาตรา 339 วรรคสาม ซึ่งเป็นเหตุฉกรรจ์มีโทษหนักกว่าวรรคสองแล้ว ก็ไม่ต้องระบุว่าจำเลยกระทำความผิดตามวรรคสองซึ่งมีอัตราโทษเบากว่าด้วย เห็นควรแก้ไขให้ถูกต้อง พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 339 วรรคสาม ประกอบมาตรา 83 นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ภาค 3 ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3656/2555 พนักงานอัยการจังหวัดบัวใหญ่ โจทก์ นายชำนาญ ร่มกลาง จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดบัวใหญ่ · จำเลย - นายชำนาญ ร่มกลาง
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สุรพันธุ์ ละอองมณี · สุรศักดิ์ คีรีวิเชียร · สมสันต์ ศุภศาสตรสิน
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดบัวใหญ่ - นายยุทธพงศ์ ภูรีเสถียร · ศาลอุทธรณ์ภาค 3 - นายประสงค์ จรูญรัตนา
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
หมายเลขคดีดำอ.2260/2553

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 529/2509ฎีกา 3144/2527ฎีกา 6320/2533ฎีกา 2530/2527ฎีกา 368/2468ฎีกา 5999/2544ฎีกา 213/2554ฎีกา 3294/2527ฎีกา 2457/2530ฎีกา 778/2519ฎีกา 831/2532ฎีกา 1985/2531ฎีกา 600/2544ฎีกา 3779/2536ฎีกา 515/2481ฎีกา 8192/2553ฎีกา 3380/2531ฎีกา 3227/2543ฎีกา 2674/2532ฎีกา 4268/2552ฎีกา 851/2487ฎีกา 1595/2532ฎีกา 1280/2513ฎีกา 4066/2545
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา