คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 13288/2556
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การเช่าช่วงอสังหาริมทรัพย์ต้องมีหลักฐานเป็นหนังสือลงลายมือชื่อฝ่ายที่ต้องรับผิดเป็นสำคัญ การเช่าช่วงที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายทำให้ผู้เช่าช่วงตกเป็นบริวารของผู้ให้เช่าช่วงเดิม
ย่อคำพิพากษา
การเช่าช่วงอสังหาริมทรัพย์ต้องตกอยู่ภายใต้บังคับของ ป.พ.พ. มาตรา 538 ซึ่งจะต้องมีหลักฐานเป็นหนังสือลงลายมือชื่อฝ่ายที่ต้องรับผิดเป็นสำคัญ แต่ผู้ร้องเช่าช่วงบ้านพิพาทจากจำเลยโดยไม่มีสัญญาเช่าต่อโจทก์หรือจำเลย ผู้ร้องจึงไม่อาจยกการเช่าช่วงขึ้นใช้ยันโจทก์ได้ ไม่ว่าโจทก์จะรู้เห็นยินยอมด้วยหรือไม่ การเช่าช่วงดังกล่าวจึงไม่ชอบด้วยกฎหมาย ต้องถือว่าผู้ร้องเป็นบริวารของจำเลย การต่อเติมห้องครัวและห้องน้ำที่อ้างเป็นไปเพื่อความสะดวกในการใช้ทรัพย์สินของผู้ร้อง ไม่ใช่การปลูกสร้างใหม่ จึงไม่ใช่สัญญาต่างตอบแทนยิ่งกว่าการเช่าธรรมดาอันไม่จำเป็นต้องมีหลักฐานเป็นหนังสือ จึงถือไม่ได้ว่าผู้ร้องเป็นผู้มีอำนาจพิเศษตาม ป.วิ.พ. มาตรา 296 จัตวา (3) จึงไม่มีเหตุที่จะต้องไต่สวนคำร้องของผู้ร้อง
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
คดีสืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาตามสัญญาประนีประนอมยอมความให้จำเลยและบริวารขนย้ายทรัพย์สินออกจากบ้านเลขที่ 11/351 หมู่บ้านอยู่เจริญ แขวงลาดพร้าว เขตลาดพร้าว กรุงเทพมหานคร และส่งมอบอาคารดังกล่าวและชำระเงินค่าเสียหายแก่โจทก์ จำเลยไม่ปฏิบัติตามคำพิพากษา โจทก์ขอให้หมายตั้งเจ้าพนักงานบังคับคดี เจ้าพนักงานบังคับคดีนำประกาศของเจ้าพนักงานบังคับคดีไปปิดไว้ที่บ้านพิพาท
ผู้ร้องยื่นคำร้องขอให้ยกเลิกการบังคับคดีแก่ผู้ร้อง
ในวันนัดไต่สวนคำร้อง ทนายผู้ร้องขอเลื่อนคดี โจทก์คัดค้าน ศาลชั้นต้นไม่อนุญาตให้เลื่อนคดี
ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ยกคำร้อง
ผู้ร้องอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสองศาลให้เป็นพับ
ผู้ร้องฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยว่า มีเหตุที่จะต้องไต่สวนคำร้องของผู้ร้องหรือไม่ เห็นว่า ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 296 จัตวา (3) ระบุว่า เมื่อเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาแจ้งต่อเจ้าพนักงานบังคับคดีว่าลูกหนี้ตามคำพิพากษาหรือบริวารยังไม่ออกไปตามคำบังคับ ให้เจ้าพนักงานบังคับคดีปิดประกาศกำหนดเวลาให้ผู้ที่อ้างว่าไม่ใช่บริวารของลูกหนี้ตามคำพิพากษายื่นคำร้องแสดงอำนาจพิเศษภายในกำหนดแปดวัน หากไม่ยื่นภายในกำหนดเวลาดังกล่าวให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่าเป็นบริวารของลูกหนี้ตามคำพิพากษา ฉะนั้น ผู้ที่อ้างอำนาจพิเศษดังกล่าวจะต้องมีหลักฐานเบื้องต้นมาแสดงต่อศาล มิใช่กล่าวอ้างในคำร้องลอย ๆ ทั้งการเช่าช่วงเป็นการเช่าอสังหาริมทรัพย์ต้องตกอยู่ภายใต้บังคับของประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 538 ซึ่งจะต้องมีหลักฐานเป็นหนังสือลงลายมือชื่อฝ่ายที่ต้องรับผิดเป็นสำคัญ แต่ตามคำร้องของผู้ร้องปรากฏชัดเจนว่าผู้ร้องเช่าช่วงบ้านพิพาทจากจำเลยโดยไม่มีสัญญาเช่าต่อโจทก์หรือจำเลย ผู้ร้องจึงไม่อาจยกการเช่าช่วงขึ้นใช้ยันโจทก์ได้ ไม่ว่าโจทก์จะรู้เห็นยินยอมด้วยหรือไม่ก็ตาม การเช่าช่วงดังกล่าวจึงไม่ใช่การเช่าช่วงโดยชอบด้วยกฎหมาย ต้องถือว่าผู้ร้องยังคงเป็นบริวารของจำเลย ทั้งการต่อเติมห้องครัวและห้องน้ำดังที่อ้างก็เป็นไปเพื่อความสะดวกในการใช้ทรัพย์สินของผู้ร้อง ไม่ใช่การปลูกสร้างขึ้นมาใหม่ จึงไม่ใช่สัญญาต่างตอบแทนยิ่งกว่าการเช่าธรรมดาอันไม่จำต้องมีหลักฐานการเช่าเป็นหนังสือ กรณีตามคำร้องจึงถือไม่ได้ว่าผู้ร้องเป็นผู้มีอำนาจพิเศษ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 296 จัตวา (3) จึงไม่มีเหตุที่จะต้องไต่สวนคำร้องของผู้ร้องอีก ที่ศาลล่างทั้งสองยกคำร้องของผู้ร้องนั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วยในผล ฎีกาของผู้ร้องฟังไม่ขึ้น
พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 13288/2556
นางสาวรัตนา ศรีกมลาชีพ โจทก์
นายพสิษฐ์ ศิริพจนาวรรณ ผู้ร้อง
นางสาวหรือนางธัญชนกหรือธนันธร วงษ์วิเศษ จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นางสาวรัตนา ศรีกมลาชีพ · ผู้ร้อง - นายพสิษฐ์ ศิริพจนาวรรณ · จำเลย - นางสาวหรือนางธัญชนกหรือธนันธร วงษ์วิเศษ |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | สุนันท์ ชัยชูสอน · ทัศนีย์ จั่นสัญจัย ธรรมเกณฑ์ · สุทธินันท์ เสียมสกุล |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลแพ่ง - นายประทีป ทับอัตตานนท์ · ศาลอุทธรณ์ - นายเดชา สร้อยสุวรรณ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
| หมายเลขคดีดำ | พ.4584/2555 |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา