⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 4633/2558

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4633/2558

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
คำฟ้องที่ไม่มีลายมือชื่อของโจทก์เป็นคำฟ้องที่ไม่บริบูรณ์ หากโจทก์หรือทนายโจทก์ไม่แก้ไขให้ถูกต้องภายในเวลาที่ศาลกำหนด ศาลชอบที่จะมีคำสั่งไม่รับคำฟ้องนั้นได้

ย่อคำพิพากษา

คำฟ้องที่ไม่มีลายมือชื่อของโจทก์เป็นคำฟ้องที่ไม่บริบูรณ์ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 67 (5) หากโจทก์หรือทนายโจทก์ไม่แก้ไขเพิ่มเติม โดยไม่ลงลายมือชื่อในคำฟ้องภายในเวลาที่ศาลชั้นต้นกำหนด ชอบที่ศาลชั้นต้นจะมีคำสั่งไม่รับคำฟ้องนั้น ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 18 วรรคสอง การที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งรับคำฟ้องของโจทก์ไว้ย่อมเป็นการไม่ชอบ มีผลทำให้กระบวนพิจารณาภายหลังจากนั้นเป็นกระบวนพิจารณาที่ไม่ชอบไปด้วย ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 27 วรรคหนึ่ง

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.18 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.27 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.67

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยไปจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ห้องชุดพิพาทให้แก่โจทก์ และรับเงินส่วนที่เหลือ 1,260,000 บาท จากโจทก์ หากจำเลยไม่ยอมไปโอนกรรมสิทธิ์ห้องชุดพิพาทให้ถือเอาคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนาของจำเลย ให้จำเลยชดใช้ค่าเสียหายเป็นพิเศษแก่โจทก์เป็นเงิน 1,400,000 บาท จำเลยให้การขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องโจทก์ ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้จำเลยคืนเงินมัดจำ 140,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันที่ 27 กันยายน 2555 จนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสองศาลให้เป็นพับ จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า โจทก์ยังมิได้ลงลายมือชื่อในคำฟ้อง จึงให้ศาลชั้นต้นดำเนินการให้โจทก์หรือทนายโจทก์ลงลายมือชื่อในคำฟ้องให้ถูกต้อง ปรากฏว่าโจทก์และทนายโจทก์ทราบคำสั่งโดยชอบแล้ว ไม่ลงลายมือชื่อในคำฟ้องภายในเวลาที่ศาลชั้นต้นกำหนด ศาลชั้นต้นจึงส่งสำนวนคืนศาลฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่า คำฟ้องที่ไม่มีลายมือชื่อของโจทก์เป็นคำฟ้องที่ไม่บริบูรณ์ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 67 (5) หากโจทก์หรือทนายโจทก์ไม่แก้ไขเพิ่มเติม โดยไม่ลงลายมือชื่อในคำฟ้องภายในเวลาที่ศาลชั้นต้นกำหนด ชอบที่ศาลชั้นต้นจะมีคำสั่งไม่รับคำฟ้องนั้น ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 18 วรรคสอง การที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งรับคำฟ้องของโจทก์ไว้ย่อมเป็นการไม่ชอบ มีผลทำให้กระบวนพิจารณาภายหลังจากนั้นเป็นกระบวนพิจารณาที่ไม่ชอบไปด้วย ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 27 วรรคหนึ่ง พิพากษาว่า ให้เพิกถอนคำสั่งรับคำฟ้องของศาลชั้นต้น และมีคำสั่งใหม่เป็นไม่รับคำฟ้อง กับให้เพิกถอนกระบวนพิจารณาภายหลังจากนั้นทั้งหมด ยกอุทธรณ์ของโจทก์ ยกคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ และยกฎีกาของจำเลย คืนค่าขึ้นศาลทั้งหมดในศาลชั้นต้นและชั้นอุทธรณ์แก่โจทก์ กับให้คืนค่าขึ้นศาลทั้งหมดในชั้นฎีกาแก่จำเลย ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสามศาลนอกจากที่สั่งคืนให้เป็นพับ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4633/2558 นายสมบัติ สินธิพิณหรือสนธิพิณ โจทก์ นายพีระพงศ์ วงโรจน์ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายสมบัติ สินธิพิณหรือสนธิพิณ · จำเลย - นายพีระพงศ์ วงโรจน์
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ธีระพงศ์ จิระภาค · ชูชีพ ปิณฑะสิริ · ชัยเจริญ ดุษฎีพร
แหล่งที่มาสำนักวิชาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1726/2497ฎีกา 793/2504ฎีกา 7069/2560ฎีกา 1087/2512ฎีกา 614/2520ฎีกา 3097/2530ฎีกา 3758/2541ฎีกา 5966/2539ฎีกา 891/2538ฎีกา 1722/2515ฎีกา 392/2535ฎีกา 7390-7391/2553ฎีกา 194/2512ฎีกา 3801/2555ฎีกา 7980/2551ฎีกา 3813/2535ฎีกา 345/2520ฎีกา 280/2530ฎีกา 5882/2541ฎีกา 5146/2537ฎีกา 4820/2548ฎีกา 4637/2567ฎีกา 225/2530ฎีกา 5640/2540
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักวิชาการ