คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1193/2559
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
มูลคดีที่เกิดขึ้นในส่วนของการทำสัญญาซื้อขาย ถือเป็นมูลคดีที่เกิดขึ้นในเขตศาลที่การทำสัญญานั้นได้กระทำขึ้น
ย่อคำพิพากษา
แม้ตามคำฟ้องโจทก์จะระบุภูมิลำเนาของจำเลยอยู่ที่จังหวัดนครปฐม แต่โจทก์บรรยายคำฟ้องว่า โจทก์กับจำเลยทำสัญญาซื้อขายกันที่อำเภอหาดใหญ่ และโจทก์ได้แนบสำเนาหนังสือสัญญาซื้อขายซึ่งระบุว่ามีการทำสัญญาที่โรงแรมซากุระ แกรนด์วิว หาดใหญ่ จังหวัดสงขลา จึงถือว่ามูลคดีนี้เกิดขึ้นที่อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ซึ่งอยู่ในเขตอำนาจของศาลจังหวัดสงขลา ซึ่งเป็นศาลชั้นต้นตาม ป.วิ.พ. มาตรา 4 (1) การที่โจทก์เสนอคำฟ้องคดีต่อศาลชั้นต้นจึงชอบแล้ว
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
—
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยชำระเงิน 386,660 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงิน 348,300 บาท นับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์
ศาลชั้นต้นตรวจคำฟ้องแล้วมีคำสั่งว่า ข้ออ้างที่อาศัยเป็นหลักแห่งข้อหาอันเป็นมูลฟ้อง ไม่อยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลนี้ อาศัยอำนาจตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 18 วรรคสาม ประกอบมาตรา 2 (1) จึงมีคำสั่งไม่รับคำฟ้องคืนค่าขึ้นศาลทั้งหมด
โจทก์อุทธรณ์เฉพาะปัญหาข้อกฎหมายโดยตรงต่อศาลฎีกา โดยได้รับอนุญาตจากศาลชั้นต้นตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 223 ทวิ
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า มีปัญหาข้อกฎหมายต้องวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของโจทก์ว่า ศาลชั้นต้นต้องรับฟ้องโจทก์ไว้พิจารณาพิพากษาเนื่องจากเป็นศาลที่มีเขตอำนาจหรือไม่ เห็นว่า แม้ตามฟ้องโจทก์จะระบุภูมิลำเนาของจำเลยว่า อยู่บ้านเลขที่ 45 หมู่ที่ 1 ตำบลบางแก้ว อำเภอนครชัยศรี จังหวัดนครปฐม แต่โจทก์บรรยายไว้ท้ายคำฟ้องว่าโจทก์และจำเลยทำสัญญาซื้อขายชิ้นส่วนไก่ที่อำเภอหาดใหญ่ มูลคดีเกิดขึ้นที่อำเภอหาดใหญ่จึงขออนุญาตยื่นฟ้องจำเลยต่อศาลจังหวัดสงขลาซึ่งเป็นศาลชั้นต้น อีกทั้งยังได้แนบสำเนาหนังสือสัญญาซื้อขาย ซึ่งระบุว่ามีการทำสัญญาที่โรงแรมซากุระ แกรนด์วิว หาดใหญ่ ในเบื้องต้นจึงต้องรับฟังตามฟ้องโจทก์ว่า โจทก์และจำเลยทำหนังสือสัญญาซื้อขายชิ้นส่วนไก่ที่อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ซึ่งถือเป็นสถานที่ที่มูลคดีเกิดขึ้น สถานที่ดังกล่าวอยู่ในเขตอำนาจศาลจังหวัดสงขลาซึ่งเป็นศาลชั้นต้น โจทก์จึงชอบที่จะเสนอคำฟ้องของโจทก์ต่อศาลจังหวัดสงขลาได้ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 4 (1) ที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับคำฟ้องของโจทก์นั้น เป็นการไม่ชอบ อุทธรณ์ของโจทก์ฟังขึ้น
พิพากษากลับ ให้ศาลชั้นต้นรับคำฟ้องของโจทก์ไว้ดำเนินการต่อไป ค่าฤชาธรรมเนียมในชั้นฎีกาให้ศาลชั้นต้นรวมสั่งเมื่อมีคำพิพากษาหรือคำสั่งใหม่
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1193/2559
นางพิรัตน์ ดิสโร โจทก์
นางสาวหรือนางนงลักษณ์ ฤกษ์ดี จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นางพิรัตน์ ดิสโร · จำเลย - นางสาวหรือนางนงลักษณ์ ฤกษ์ดี |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | เกียรติพงศ์ อมาตยกุล · ประสิทธิ์ เจริญถาวรโภคา · วัฒนา วิทยกุล |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดสงขลา - นายสากล รัตนคามินี |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
| หมายเลขคดีดำ | พ.3639/2558 |
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา