⚖️ LawAraiค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 4977/2560

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4977/2560

ป.อาญา ม.29, 30, 32 ฯลฯ · พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ ม.4, 7, 8 ฯลฯ

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การให้ข้อมูลที่นำไปสู่การจับกุมผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด หรือการยึดของกลางอันเป็นประโยชน์แก่การปราบปรามยาเสพติด ถือเป็นการให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ตามกฎหมาย

ย่อคำพิพากษา

จำเลยที่ 2 ให้ข้อมูลต่อเจ้าพนักงานตำรวจชุดจับกุมจนได้มีการสืบสวนขยายผลจนไปพบ ซ. ที่นำเมทแอมเฟตามีนมาส่ง แม้จับกุมตัว ซ. ผู้นำเมทแอมเฟตามีนมาส่งไม่ได้ แต่ก็นำไปสู่การยึดเมทแอมเฟตามีนได้ถึง 5,800 เม็ดเศษ มากกว่าของกลางในคดีนี้ และเจ้าพนักงานตำรวจก็ได้มีโอกาสเห็นตัว ซ. อีกทั้งยังได้บันทึกรูปพรรณสัณฐานของ ซ. ไว้แล้วอันเป็นประโยชน์ในการสืบสวนติดตามจับกุมในโอกาสต่อไป ถือได้ว่าจำเลยที่ 2 ได้ให้ข้อมูลที่สำคัญและเป็นประโยชน์อย่างยิ่งในการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดให้โทษตาม พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 100/2

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายอาญา ม.29 ประมวลกฎหมายอาญา ม.30 ประมวลกฎหมายอาญา ม.32 ประมวลกฎหมายอาญา ม.53 ประมวลกฎหมายอาญา ม.58 ประมวลกฎหมายอาญา ม.78 ประมวลกฎหมายอาญา ม.83 พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 ม.4 พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 ม.7 พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 ม.8 พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 ม.15 พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 ม.66 พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 ม.100 พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 ม.102

🔎 คำพิพากษาอื่นที่อ้างมาตราเดียวกัน: ประมวลกฎหมายอาญา ม.29 → ประมวลกฎหมายอาญา ม.30 → ประมวลกฎหมายอาญา ม.32 → ประมวลกฎหมายอาญา ม.53 →

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสามตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 4, 7, 8, 15, 66, 100/1, 102 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 32, 58, 83 ริบเมทแอมเฟตามีนของกลางและบวกโทษจำคุกที่รอการลงโทษไว้ในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 2658/2555 ของศาลชั้นต้นเข้ากับโทษของจำเลยที่ 1 ในคดีนี้ จำเลยที่ 1 ในการรับสารภาพ จำเลยที่ 2 และที่ 3 ให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยทั้งสามมีความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 15 วรรคสาม (2), 66 วรรคสาม, 102 ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83 จำคุกจำเลยทั้งสามคนละตลอดชีวิตและปรับคนละ 1,200,000 บาท ลดโทษให้จำเลยที่ 1 กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 ประกอบมาตรา 53 ลดโทษให้จำเลยที่ 2 และที่ 3 คนละหนึ่งในสามตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 ประกอบมาตรา 53 เป็นจำคุกจำเลยที่ 1 มีกำหนด 25 ปี และปรับ 600,000 บาท บวกโทษจำคุก 12 เดือน ที่รอการลงโทษจำคุกไว้ในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 2658/2555 ของศาลชั้นต้น เข้ากับโทษของจำเลยที่ 1 เป็นจำคุกจำเลยที่ 1 มีกำหนด 25 ปี 12 เดือน และปรับ 600,000 บาท จำคุกจำเลยที่ 2 และที่ 3 คนละ 33 ปี 4 เดือน และปรับคนละ 800,000 บาท หากจำเลยทั้งสามไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29, 30 โดยให้กักขังแทนค่าปรับเกินหนึ่งปีแต่ไม่เกินสองปี ริบเมทแอมเฟตามีนของกลาง จำเลยทั้งสามอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์แผนกคดียาเสพติดพิพากษาแก้เป็นว่า ปรับจำเลยทั้งสามคนละ 1,000,000 บาท ลดโทษให้จำเลยที่ 1 กึ่งหนึ่ง คงปรับ 500,000 บาท ลดโทษให้จำเลยที่ 2 และที่ 3 คนละหนึ่งในสาม เป็นปรับจำเลยที่ 2 และที่ 3 คนละ 666,666.66 บาท นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยที่ 2 ฎีกา โดยได้รับอนุญาตจากศาลฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ชั้นนี้มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยที่ 2 ว่า จำเลยที่ 2 ได้ให้ข้อมูลที่สำคัญและเป็นประโยชน์อย่างยิ่งในการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดให้โทษต่อตำรวจ ซึ่งศาลจะลงโทษจำเลยที่ 2 น้อยกว่าอัตราโทษขั้นต่ำที่กำหนดไว้สำหรับความผิดนั้นก็ได้ ตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 100/2 หรือไม่ ปัญหาดังกล่าวเป็นข้อกฎหมายที่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อย แม้จำเลยที่ 2 เพิ่งยกขึ้นว่ากล่าวโดยแจ้งชัดในชั้นฎีกา ศาลฎีกาก็มีอำนาจวินิจฉัย สำหรับปัญหาดังกล่าว ตามทางนำสืบของโจทก์ได้ความตามคำเบิกความของพันตำรวจโท มงคล เจ้าพนักงานตำรวจผู้ร่วมจับกุมจำเลยว่า ชั้นจับกุมจำเลยที่ 2 ให้การรับสารภาพ โดยให้ถ้อยคำต่อเจ้าพนักงานตำรวจผู้จับกุมว่าจำเลยที่ 2 เป็นคนติดต่อซื้อเมทแอมเฟตามีนมาจากนายเซี้ยง คนลาว และจำเลยที่ 2 ได้ให้ข้อมูลเกี่ยวกับบุคคลที่เกี่ยวข้องในขบวนการจำหน่ายยาเสพติดให้โทษโดยระบุบุคคลที่เกี่ยวข้องและหมายเลขโทรศัพท์ไว้ตามแผนผังแสดงเครือข่ายยาเสพติดของจำเลยที่ 2 หลังจากนั้นได้ทำการขยายผลเพื่อที่จะจับกุมนายเซี้ยงตามที่จำเลยที่ 2 ให้ข้อมูล ซึ่งต่อมาได้ติดตามไปที่อำเภอสังคม จังหวัดหนองคาย และตรวจยึดเมทแอมเฟตามีนได้ 3 มัด จำนวน 5,800 เม็ดเศษ แต่นายเซี้ยงสามารถวิ่งหลบหนีเข้าป่า ไม่สามารถจับกุมได้ และมีดาบตำรวจสุนทรเจ้าพนักงานตำรวจผู้ร่วมจับกุมอีกคนหนึ่งเบิกความว่า หลังจับกุมจำเลยที่ 2 ต่อมาวันที่ 2 มิถุนายน 2556 พยานพร้อมชุดจับกุมเดินทางไปที่อำเภอสังคม จังหวัดหนองคาย พร้อมกับจำเลยที่ 2 ไปตรงจุดที่จำเลยที่ 2 ได้นัดหมายกับนายเซี้ยงให้นำเมทแอมเฟตามีนมาส่งมอบ แล้วมีชายคนหนึ่งวิ่งเข้ามาและนำเมทแอมเฟตามีนมาส่งตรงรถของเจ้าพนักงานตำรวจผู้จับกุม ร้อยตำรวจเอกจารุพัฒน์ ซึ่งอยู่ตรงตำแหน่งคนขับได้คว้าตัวชายคนดังกล่าวไว้ แต่ไม่สามารถคว้าตัวไว้ได้ จากนั้นพยานได้ติดตามไปเพื่อคว้าตัวชายดังกล่าว จนพยานกับชายคนนั้นล้มลงและชายคนนั้นวิ่งหนีไปได้ จากการตรวจบริเวณดังกล่าวพบเมทแอมเฟตามีนประมาณ 6,000 เม็ด ชุดจับกุมได้จัดทำบันทึกการตรวจยึดไว้ตามบันทึกการตรวจยึด โดยบันทึกดังกล่าวระบุว่าชายที่นำเมทแอมเฟตามีนมาส่งคือนายเซี้ยงและได้บันทึกถึงรูปพรรณสัณฐานของนายเซี้ยงไว้ด้วย ซึ่งเรื่องที่จำเลยที่ 2 ได้ให้ข้อมูลต่อเจ้าพนักงานตำรวจและเจ้าพนักงานตำรวจสืบสวนขยายผลไปจับกุมนายเซี้ยง ที่อำเภอสังคม และยึดได้เมทแอมเฟตามีน 5,800 เม็ดเศษ ดังกล่าว ศาลล่างทั้งสองก็ได้รับฟังข้อเท็จจริงยุติเป็นเบื้องต้นมาตามลำดับแล้ว เห็นว่า จากการที่จำเลยที่ 2 ได้ให้ข้อมูลต่อเจ้าพนักงานตำรวจชุดจับกุมจนได้มีการสืบสวนขยายผลการจับกุมจนไปพบนายเซี้ยงที่นำเมทแอมเฟตามีนมาส่งและยึดเมทแอมเฟตามีนได้อีก 5,800 เม็ดเศษนั้น แม้จับกุมตัวนายเซี้ยงผู้นำเมทแอมเฟตามีนมาส่งไม่ได้แต่ก็นำไปสู่การยึดเมทแอมเฟตามีนได้ถึง 5,800 เม็ดเศษมากกว่าของกลางในคดีนี้ แสดงว่าข้อมูลที่จำเลยที่ 2 ให้แก่เจ้าพนักงานตำรวจตามที่เจ้าพนักงานตำรวจได้แจ้งสิทธิให้จำเลยทราบนั้นเป็นความจริงไม่ใช่เรื่องเลื่อนลอย การจับกุมนายเซี้ยง ผู้นำเมทแอมเฟตามีนนั้นมาส่งไม่ได้ ถือเป็นเรื่องความสามารถในการจับกุมคนร้ายของเจ้าพนักงานตำรวจเองไม่ได้เกิดจากการกระทำของจำเลยที่ 2 และเจ้าพนักงานตำรวจก็ได้มีโอกาสเห็นตัวนายเซี้ยงอีกทั้งยังได้บันทึกรูปพรรณสัณฐานของนายเซี้ยงไว้แล้ว อันเป็นประโยชน์ในการสืบสวนติดตามจับกุมนายเซี้ยงให้ได้ในโอกาสต่อไป ส่วนเมทแอมเฟตามีนที่นายเซี้ยงนำมาส่งนั้นก็นับว่าเป็นจำนวนมาก การที่เจ้าพนักงานตำรวจยึดไว้ได้ย่อมทำให้จำนวนเมทแอมเฟตามีนไหลเวียนในหมู่ของผู้เสพยาเสพติดลดลงและยังมีส่วนทำให้เมทแอมเฟตามีนจำนวนนั้นไม่แพร่กระจายไปเป็นอันตรายต่อเยาวชนของชาติที่อยู่ในวัยศึกษาเล่าเรียนหรือคนทำงานทั่วไป การให้ข้อมูลของจำเลยที่ 2 ต่อเจ้าพนักงานตำรวจที่ทำให้เจ้าพนักงานตำรวจได้มีโอกาสเห็นตัวคนร้ายและนำไปสู่การยึดเมทแอมเฟตามีนได้อีกจำนวนหนึ่งดังกล่าว จึงถือได้ว่าจำเลยที่ 2 ได้ให้ข้อมูลที่สำคัญและเป็นประโยชน์อย่างยิ่งในการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดให้โทษต่อตำรวจและสมควรให้จำเลยที่ 2 ได้รับประโยชน์โดยลงโทษน้อยกว่าอัตราโทษขั้นต่ำที่กำหนดไว้สำหรับความผิดนั้น ตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 100/2 ได้ฎีกาของจำเลยที่ 2 ฟังขึ้น พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยที่ 2 มีความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 15 วรรคสาม (2), 66 วรรคสาม ประกอบมาตรา 100/2 ให้จำคุกจำเลยที่ 2 มีกำหนด 42 ปี และปรับ 840,000 บาท ลดโทษให้หนึ่งในสามตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุก 28 ปี และปรับ 560,000 บาทนอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4977/2560 พนักงานอัยการจังหวัดอุดรธานี โจทก์ นายระนอง กองชัย กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดอุดรธานี · จำเลย - นายระนอง กองชัย กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)เถกิงศักดิ์ คำสุระ · นิพันธ์ ช่วยสกุล · ธัชพันธ์ ประพุทธนิติสาร
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดอุดรธานี - นายจตุพล โลหะนำเจริญ · ศาลอุทธรณ์ - นายกงจักร์ โพธิ์พร้อม
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
หมายเลขคดีดำอ.2744/2559

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1837/2531ฎีกา 2581/2548ฎีกา 1392/2564ฎีกา 21848/2555ฎีกา 1089/2559ฎีกา 3345/2535ฎีกา 9647/2557ฎีกา 8080/2538ฎีกา 712/2559ฎีกา 861/2521ฎีกา 1992/2530ฎีกา 5598/2540ฎีกา 6355/2544ฎีกา 628/2493ฎีกา 647/2563ฎีกา 4519/2544ฎีกา 239/2484ฎีกา 2936/2543ฎีกา 5806/2534ฎีกา 893/2563ฎีกา 5957/2530ฎีกา 3588/2564ฎีกา 8651/2558ฎีกา 16561/2557
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา