⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 3376/2563

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3376/2563

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การอ้างข้อเท็จจริงเพิ่มเติมในชั้นฎีกาโดยที่ข้อเท็จจริงนั้นมิได้กล่าวมาแล้วโดยชอบในศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ ต้องห้ามมิให้ฎีกา

ย่อคำพิพากษา

โจทก์บรรยายในคำฟ้องอย่างแจ้งชัดว่า จำเลยทำไม้ปอเลียง ในบริเวณป่าบางไต เมื่อจำเลยให้การรับสารภาพ ข้อเท็จจริงต้องรับฟังตามคำฟ้องว่าจำเลยทำไม้ในป่าอันเป็นการทำไม้หวงห้ามและมีไว้ในครอบครองซึ่งไม้หวงห้ามอันยังมิได้แปรรูป ที่จำเลยอ้างว่าเป็นการทำไม้ในที่ดินที่มีกรรมสิทธิ์หรือสิทธิครอบครองไม่เป็นไม้หวงห้ามในชั้นฎีกา จึงขัดกับคำรับสารภาพของจำเลยและเป็นการยกข้อเท็จจริงเพิ่มเติมขึ้นใหม่โดยข้อเท็จจริงดังกล่าวมิได้กล่าวมาแล้วโดยชอบในศาลล่างทั้งสอง ต้องห้ามมิให้ฎีกาตาม ป.วิ.พ. มาตรา 225 วรรคหนึ่ง, 252 ประกอบ ป.วิ.อ. มาตรา 15 จึงเป็นฎีกาที่ไม่ชอบ ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ.2484 มาตรา 4, 6, 7, 11, 69, 73, 74 พระราชบัญญัติเลื่อยโซ่ยนต์ พ.ศ.2545 มาตรา 3, 4, 17 พระราชบัญญัติสัตว์พาหนะ พ.ศ.2482 มาตรา 4, 21, 30 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 33, 91 ริบไม้ของกลาง จำเลยให้การปฏิเสธ แต่ก่อนสืบพยานโจทก์ จำเลยขอถอนคำให้การเดิมและให้การใหม่เป็นรับสารภาพตามฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ.2484 มาตรา 11 วรรคหนึ่ง, 69 วรรคสอง (ที่ถูก 69 วรรคสอง (2)), 73 วรรคสอง (ที่ถูก 73 วรรคสอง (2)) พระราชบัญญัติเลื่อยโซ่ยนต์ พ.ศ.2545 มาตรา 3 วรรคหนึ่ง, 4 วรรคหนึ่ง, 17 วรรคหนึ่ง พระราชบัญญัติสัตว์พาหนะ พ.ศ.2482 มาตรา 21 วรรคหนึ่ง, 30 เป็นความผิดหลายกรรมต่างกันให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไป ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 ฐานทำไม้หวงห้ามโดยไม่ได้รับอนุญาต จำคุก 6 ปี ฐานมีไว้ในครอบครองซึ่งไม้หวงห้ามยังมิได้แปรรูป จำคุก 6 ปี ฐานมีเลื่อยโซ่ยนต์ไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับใบอนุญาต จำคุก 6 เดือน ฐานครอบครองสัตว์พาหนะไม่มีตั๋วรูปพรรณ จำคุก 10 วัน รวมจำคุก 12 ปี 6 เดือน 10 วัน จำเลยให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กึ่งหนึ่ง ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุก 6 ปี 3 เดือน 5 วัน ริบไม้ของกลาง จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 8 แผนกคดีสิ่งแวดล้อมพิพากษาแก้เป็นว่า ความผิดฐานทำไม้หวงห้ามโดยไม่ได้รับอนุญาต จำคุก 4 ปี ฐานมีไว้ในครอบครองซึ่งไม้หวงห้ามอันยังมิได้แปรรูป จำคุก 4 ปี รวมโทษจำคุกฐานมีเลื่อยโซ่ยนต์ไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับใบอนุญาตและฐานครอบครองสัตว์พาหนะโดยไม่มีตั๋วรูปพรรณตามคำพิพากษาของศาลชั้นต้น เป็นจำคุก 8 ปี 6 เดือน 10 วัน เมื่อลดโทษให้กึ่งหนึ่ง ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 แล้ว คงจำคุก 4 ปี 3 เดือน 5 วัน นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยฎีกา โดยผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาและลงชื่อในคำพิพากษาศาลชั้นต้นอนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ศาลฎีกาแผนกคดีสิ่งแวดล้อมวินิจฉัยว่า คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามที่จำเลยฎีกาในประการแรกว่า ระหว่างการพิจารณาของศาลอุทธรณ์ภาค 8 นั้น พระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ.2484 มาตรา 7 เดิมถูกยกเลิก โดยพระราชบัญญัติป่าไม้ (ฉบับที่ 8) พ.ศ.2562 มาตรา 4 โดยกฎหมายที่แก้ไขใหม่ ซึ่งเป็นคุณแก่จำเลย บัญญัติให้ไม้ซึ่งขึ้นในที่ดินที่มีกรรมสิทธิ์หรือสิทธิครอบครองไม่เป็นไม้หวงห้าม ดังนั้นการกระทำของจำเลยซึ่งทำไม้ในที่ดินของนางสาวเกศินี บุตรสาวของจำเลย จึงไม่เป็นความผิดฐานทำไม้หวงห้าม และมีไว้ในครอบครองซึ่งไม้หวงห้ามอันยังมิได้แปรรูปตามฟ้องนั้น เห็นว่า โจทก์บรรยายในคำฟ้องอย่างแจ้งชัดว่า จำเลยทำไม้ปอเลียง ในบริเวณป่าบางไต เมื่อจำเลยให้การรับสารภาพ ข้อเท็จจริงจึงต้องรับฟังตามคำฟ้องว่าจำเลยทำไม้ในป่าอันเป็นการทำไม้หวงห้ามและมีไว้ในครอบครองซึ่งไม้หวงห้ามอันยังมิได้แปรรูป ที่จำเลยอ้างว่าเป็นการทำไม้ในที่ดินที่มีกรรมสิทธิ์หรือสิทธิครอบครอง ไม่เป็นไม้หวงห้าม ในชั้นฎีกา จึงขัดกับคำรับสารภาพของจำเลยและเป็นการยกข้อเท็จจริงเพิ่มเติมขึ้นใหม่โดยข้อเท็จจริงดังกล่าวมิได้กล่าวมาแล้วโดยชอบในศาลล่างทั้งสอง ต้องห้ามมิให้ฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 225 วรรคหนึ่ง, 252 ประกอบประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 15 จึงเป็นฎีกาที่ไม่ชอบ ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัยในประการนี้ ส่วนที่จำเลยฎีกาขอให้ลงโทษสถานเบาและรอการลงโทษจำคุกให้จำเลยนั้น เห็นว่า ไม้ของกลางคดีนี้มีจำนวนมากถึง 20 ท่อน และ 10 ต้น ปริมาตร 14.63 ลูกบาศก์เมตร ประกอบกับจำเลยเคยต้องคดีเกี่ยวกับพระราชบัญญัติป่าไม้มาก่อนด้วย ถือได้ว่าเป็นการกระทำความผิดซ้ำซาก ไม่เข็ดหลาบ และเป็นการทำลายทรัพยากรป่าไม้อันเป็นทรัพยากรธรรมชาติที่สำคัญของประเทศ พฤติการณ์ในการกระทำความผิดของจำเลยนับว่าเป็นเรื่องร้ายแรง ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 8 พิพากษาลงโทษจำเลยมานั้น นับว่าเป็นโทษสถานเบาและเป็นคุณแก่จำเลยมากแล้ว เหตุส่วนตัวที่จำเลยกล่าวอ้างมาในฎีกา ยังไม่เพียงพอที่ศาลฎีกาจะลงโทษสถานเบากว่าและรอการลงโทษจำคุกให้แก่จำเลยได้ ฎีกาข้อนี้ของจำเลยฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3376/2563 พนักงานอัยการจังหวัดไชยา โจทก์ นาย ส. จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดไชยา · จำเลย - นาย ส.
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)พันธุ์เลิศ บุญเลี้ยง · ธงชัย เสนามนตรี · ชูชีพ ปิณฑะสิริ
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดไชยา - นายณเดชก์ พิทยานิยม · ศาลอุทธรณ์ภาค 8 - นายวิระ สุดแก้ว
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
หมายเลขคดีดำสว.(อ)255/2562
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา