คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 83/2493
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ศาลจะนับโทษจำเลยต่อจากคดีอื่นได้ ก็ต่อเมื่อได้มีการขอให้นับโทษต่อและศาลได้มีคำพิพากษาหรือคำสั่งให้รับโทษต่อในศาลชั้นต้นหรือศาลอุทธรณ์แล้วเท่านั้น
ย่อคำพิพากษา
จำเลยถูกฟ้องหลายสำนวน โจทก์เพิ่งจะมาขอให้นับโทษสำนวนแรกต่อกับโทษจำเลยในสำนวนที่ 5 ในชั้นอุทธรณ์ และขอให้เรียกตัวจำเลยมาสอบถามในชั้นศาลฎีกา ดังนี้แม้จำเลยจะเป็นคนเดียวกันจริง ศาลฎีกาก็ไม่นับโทษต่อให้
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
กฎหมายลักษณะอาญา ม.32 กฎหมายลักษณะอาญา ม.33
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
ความว่า โจทก์ไม่ได้ขอให้นับโทษจำเลยแต่ในศาลชั้นต้น ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องและโจทก์อุทธรณ์แล้วต่อมาโจทก์ได้ยื่นคำร้องขอให้นับโทษจำเลยต่อจากคดีแดงที่ ๕๙๐/๒๔๙๑ ศาลอุทธรณ์พิพากษาจำคุกจำเลย ๒ ปี ส่วนที่ขอให้นับโทษต่อนั้น เห็นว่าต่อให้ไม่ได้เพราะไม่ร้องขอเสียแต่ศาลชั้นต้น จึงไม่รู้แน่ว่าจำเลยต้องโทษในคดีนั้นจริงหรือไม่
โจทก์ฎีกา
ในระหว่างฎีกาโจทก์ร้องขอให้สอบถามจำเลย ๆ แถลงรับว่าเป็นคนเดียวกับจำเลยในคดีแดงที่ ๕๙๐/๒๔๙๑ จริงแต่ว่าโจทก์ฟ้องคดีนี้เป็นคดีแรก ส่วนคดีแดงที่ ๕๙๐/๒๔๙๑ โจทก์ฟ้องเป็นสำนวนที่ ๕
ศาลฎีกาเห็นว่า ตามพฤตติการณ์ที่เป็นมานอกจากโจทก์จะร้องขอนับโทษต่อล่าช้าแล้ว เห็นว่าไม่ควรที่จะนับโทษต่อให้ ไม่มีเหตุสมควรจะเปลี่ยนแปลงคำวินิจฉัยของศาลอุทธรณ์
พิพากษายืน
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 83/2493
อัยยการจังหวัดแพร่ โจทก์
นายสิบตำรวจเอกมี บุญจันทร์ จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - อัยยการจังหวัดแพร่ · จำเลย - นายสิบตำรวจเอกมี บุญจันทร์ |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ธรรมบัณฑิต · นาถปรีชา · นนทประชา |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดแพร่ - นายประเทือง ชลายน · ศาลอุทธรณ์ - หลวงสารรักษ์ประนาท |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา