⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 867/2493

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 867/2493

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
* การเรียกเงินกินเปล่าในการเช่าเคหะ ไม่ถือเป็นการเพิ่มค่าเช่า จึงไม่ขัดต่อกฎหมายควบคุมค่าเช่า * หากคู่ความไม่โต้แย้งคำสั่งศาลชั้นต้นที่กำหนดประเด็นพิพาทให้สืบพยาน คู่ความนั้นจะอุทธรณ์หรือฎีกาคำสั่งดังกล่าวไม่ได้

ย่อคำพิพากษา

ข้อความในสัญญาจะเช่ามีว่าถ้าผู้ให้เช่าส่งมอบห้องเช่าให้ผู้เช่าได้ก่อน กำหนดบ้างแล้วผู้เช่าจะชำระเงินกินเปล่าที่ค้างอีกครึ่งหนึ่งให้ ดังนี้ เมื่อผู้ให้เช่าได้จัดการส่งมอบห้องเช่าบางห้องให้ผู้เช่าอยู่ได้ก่อนกำหนดแล้ว ผู้เช่าก็ต้องชำระเงินกินเปล่าอีกครึ่งหนึ่งแก่ผู้ให้เช่าตามที่สัญญาไว้ ทำสัญญาให้เช่าเคหะโดยเรียกกินเปล่าโดยตอนเริ่มแรกเช่านั้น ไม่ใช่เป็นการเรียกเงินค่ากินเปล่าอันเป็นการพิ่มค่าเช่า จึงไม่ขัดกับ พ.ร.บ.ควบคุมค่าเช่า 2488 มาตรา 10,11 ศาลชั้นต้นกะประเด็นให้สืบพยานเฉพาะประเด็นข้อเดียวจำเลยประสงค์จะสืบพยานในประเด็นข้ออื่น แต่ก็หาได้โต้แย้งคำสั่งศาลชั้นต้นไว้ตาม ป.วิ.แพ่งม.226 จำเลยจะมาโต้แย้งในชั้นอุทธรณ์หรือฎีกาไม่ได้ จะขอสืบพยานในข้อนี้ก็ไม่ได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.226 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.391 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.537

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า เมื่อวันที่ ๑ พฤศจิกายน ๒๔๘๔ จำเลยได้ทำสัญญาเช่าห้องแถวหมายเลข ๙๓๓,๙๓๕,๙๓๗,๙๓๙,๙๔๑,๙๔๓ ของโจทก์ โดยยอมเสียเงินกินเปล่าให้โจทก์ ๒๓,๐๐๐ บาท ค่าเช่าห้องละ ๔๕ บาทต่อเดือน โดยโจทก์จะส่งมอบห้องให้จำเลยภายใน ๔๕ วัน จำเลยได้ชำระเงินค่ากินเปล่าแล้ว ๔,๐๐๐ บาท และสัญญาว่าถ้าโจทก์ส่งมอบห้องให้จำเลยได้บ้างก่อนกำหนดเวลาแล้ว จำเลยจะใช้เงินกินเปล่าครึ่งหนึ่งของจำนวนที่ค้างอยู่ ต่อมาในเดือนธันวาคม ๒๔๘๔ โจทก์ได้จุดการมอบห้องให้จำเลยได้ ๒ ห้อง คือหมายเลข ๙๓๓-๙๓๕ จำเลยได้เข้าอยู่ตั้งแต่นั้นมา จำเลยได้ผ่อนชำระค่าเช่า ๓๐๐ บาท ยังค้างอยู่ ๒,๒๒๐ บาท ส่วนเงินกินเปล่าแก่โจทก์ โจทก์ทวงถาม จำเลยบิดพลิ้วไปต่าง ๆ โจทก์จึงบอกเลิกสัญญาและบอกให้จำเลยชำระค่าเช่าและเงินกินเปล่าที่ค้าง จำเลยไม่ชำระโจทก์จึงฟ้องขอเรียกพร้อมดอกเบี้ย ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระเงิน ๙,๕๐๐ บาท กับดอกเบี้ย ศาลอุทธรณ์ พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่า ตามสัญญาในข้อ ๓ มีข้อความตอนหนึ่งว่า "ถ้านายฉอ้อนส่งห้องให้นายกุมารนายคู ได้บ้างก่อนเวลาดังกล่าว นายกุมารนายคู จะต้องจ่ายเงินให้นายฉอ้อนครึ่งจำนวนของเงินที่ค้างในข้อ ๓" ข้อเท็จจริงได้ความว่า โจทก์ส่งมอบห้องเลขที่ ๙๓๓-๙๓๕ ให้จำเลยก่อนกำหนด ซึ่งจำเลยได้เข้าอยู่ตลอดมา จำเลยจึงมีหน้าที่ตามสัญญาจะต้องจ่ายเงินกินเปล่าแก่โจกท์ อีกครึ่งหนึ่งคือ ๙,๕๐๐ บาท ข้อที่จำเลยคัดค้านว่า การเรียกเงินกินเปล่า เป็นการขัด พ.ร.บ. ควบคุมค่าเช่าฯ ๒๔๘๘ มาตรา ๑๐-๑๒ นั้น เรื่องนี้มิได้เรียกเงินกินเปล่าอันเป็นการเพิ่มค่าเช่า จึงไม่ต้องห้าม ข้อที่จำเลยอ้างว่า โจทก์บอกเลิกสัญญาแล้ว สัญญาย่อมสิ้นสุดลง โจทก์จะเรียกค่ากินเปล่าไม่ได้นั้นตาม ก.ม. เมื่อเลิกสัญญากันแล้ว หน้าที่อันจะปฏิบัติไปตามสัญญานั้น เป็นอันระงับเลิก แต่สิทธิและหนี้ซึ่งบังเกิดหรือมีอยู่ตามสัญญานั้น จะต้องชำระแก่กันให้เสร็จนั้นไป เพื่อเข้าสู่สภาพเดิม ส่วนข้อที่จำเลยค้านว่า ศาลชั้นต้นไม่สืบพยานจำเลยให้ข้อที่จำเลยต่อสู้ไว้ว่า โจทก์ไม่สามารถมอบห้องทั้ง ๖ ห้องให้จำเลยภายในกำหนดนั้น ปรากฏว่าในวันชี้สองสถาน ศาลชั้นต้นกะประเด็นให้สืบพยานเฉพาะเรื่องเงิน ๓๐๐ บาท จำเลยหาได้โต้แย้งคำสั่งของศาลไว้ตาม ป.วิ.แพ่ง มาตรา ๒๒๖ ไม่ จำเลยจะมาโต้แย้ง ในชั้นอุทธรณ์ฎีกาไม่ได้ จึงพิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 867/2493 นายฉอ้อน รามโกมุท โจทก์ นายกุมาร จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายฉอ้อน รามโกมุท · จำเลย - นายกุมาร
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)เลขวณิชธรรมวิทักษ์ · นาถปริญญา · มนูกิจวิมลอรรถ
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลชั้นต้น - นายเชื้อ คงคากุล · ศาลอุทธรณ์ - พระประศาสตร์วินิจฉัย
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1798/2506ฎีกา 770/2486ฎีกา 2821/2522ฎีกา 560/2553ฎีกา 4015/2528ฎีกา 2409/2551ฎีกา 6239/2551ฎีกา 1247/2510ฎีกา 4335/2539ฎีกา 4873/2528ฎีกา 5434/2536ฎีกา 8021/2549ฎีกา 1360/2544ฎีกา 615/2531ฎีกา 7927/2538ฎีกา 1627/2505ฎีกา 1036/2506ฎีกา 506/2493ฎีกา 888/2511ฎีกา 9188/2538ฎีกา 1196/2513ฎีกา 1733/2498ฎีกา 5438/2537ฎีกา 1593/2524
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา