⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1348/2498

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1348/2498

ย่อคำพิพากษา

สัญญาที่กรรมการบริษัทแต่นายเดียวลงชื่อในสัญญาไม่ถูกต้องตามข้อบังคับของบริษัทซึ่งกำหนดไว้ว่าต้องมีกรรมการ 2 นายลงชื่อจึงจะผูกมัดบริษัท กรรมการที่ลงชื่อโดยไม่ถูกต้องตามข้อบังคับบริษัทนั้นจึงไม่อยู่ในฐานะผู้แทนของบริษัท แต่เมื่อบริษัทได้ให้สัตยาบันสัญญานั้นโดยเข้าครอบครอบทรัพย์ตามสัญญานั้นแล้วเมื่อใด กรรมการผู้มีชื่อในสัญญานั้นก็กลับมีฐานะเป็นตัวแทนของบริษัท จึงผูกพันบริษัทตาม ม. 823

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.797 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.823

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่าจำเลยได้เช่าเครื่องใช้ในสำนักงานโจทก์เลขที่ ๑๖๓๒ ปากตรอกท่าหวั่งหลี จังหวัดพระนคร เพื่อใช้ดำเนินกิจการของจำเลยซึ่งโจทก์ได้เช่ามาจากศาสนา ต่อมาโจทก์ได้ตกลงโอนการเช่าตึกพร้อมทั้งเครื่องใช้ในสำนักงานที่จำเลยนี้ให้แก่จำเลยตามสัญญาประนีประนอมยอมความในคดีศาลแพ่งหมายเลขแดงที่ ๕๒๑/๒๔๙๖ แต่จำเลยยังมิได้รับมอบการโอนไป กรรมสิทธิในเครื่องใช้ยังเป็นของโจทก์อยู่ จำเลยค้างค่าเช่ารวมเป็นเงิน ๘,๐๐๐ บาท ขอให้บังคับ จำเลยต่อสู้หลายประการ ที่สำคัญ ๆ คือ สัญญาเช่ารายนี้ไม่ผูกพันจำเลย เพราะตามคำขอจดทะเบียนของจำเลยมีอยู่ว่ากิจการใดที่จะผูกพันจำเลยจะต้องมีกรรมการลงชื่อ ๒ นาย และต้องประทับตราของจำเลยด้วย สัญญาเช่ารายนี้มีพันโทหลวงชัยอัศวรักษ์ กรรมการลงนามเพียงนายเดียว จึงไม่ผูกพันจำเลย ต่อมาจำเลยยื่นคำร้องขอให้ศาลวินิจฉัยปัญหาข้อกฎหมายเบื้องต้นตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม. ๒๔ วันชี้สองสถาน โจทก์จำเลยต่างแถลงไม่ติดใจสืบพยานขอให้ศาลวินิจฉัยข้อ ก.ม.เบื้องต้นตามคำร้องจำเลย ศาลแพ่งวินิจฉัยว่าบริษัทจำเลยได้จดทะเบียนไว้ว่า กิจการใดที่กรรมการ ๒ นายลงลายมือชื่อจะต้องประทับตราด้วยบริษัทจึงจะต้องรับผิดชอบ เมื่อสัญญานี้มีผู้เซ็นแต่กรรมการคนเดียวไม่เป็นไปตามที่จดทะเบียนไว้ บริษัทจำเลยจึงไม่ต้องรับผิดพิพากษายกฟ้องโจทก์ โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่า แม้ยังจะถือไม่ได้ว่าหลวงชัยอัศวรักษ์กรรมการบริษัทจำเลยได้ทำสัญญาเช่าเครื่องใช้ในสำนักงานของโจทก์ในฐานะผู้แทนบริษัทจำเลยซึ่งเป็นนิติบุคคล เพราะไม่ครบองค์คณะกรรมการ ๒ คน ก็ตาม ก็ยังถือได้ว่าหลวงอัศวรักษ์กรรมการได้ทำสัญญาเช่าเครื่องใช้ในสำนักงานของโจทก์ในฐานะตัวแทนบริษัทจำเลยตาม ป.พ.พ.ม.๗๙๗และบริษัทจำเลยได้ให้สัตยาบันโดยเข้าครอบครองใช้ประโยชน์เครื่องใช้ในสำนักงานของโจทก์ที่หลวงชัยอัศวรักษ์กรรมการตัวแทนบริษัทจำเลยเช่ามาตามสัญญา แม้หลวงชัยอัศวรักษ์กรรมการบริษัทจำเลยทำสัญญาเช่ากับโจทก์โดยปราศจากอำนาจ บริษัทจำเลยก็ยังต้องรับผิดตามสัญญานั้นต่อโจทก์ตาม ป.พ.พ.ม. ๘๒๓ พิพากษากลับ ให้ศาลชั้นต้นดำเนินการพิจารณาต่อไปแล้วพิพากษาใหม่ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1348/2498 นายสุจิตร ปัตตะโชติ โจทก์ บริษัท เกียรติสงครามชัย จำกัด จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายสุจิตร ปัตตะโชติ · จำเลย - บริษัท เกียรติสงครามชัย จำกัด
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ทรงนิติกรณ์ · เลขวณิชธรรมวิทักษ์ · ชวน สิงหลกะ
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแพ่ง - นายยุ้ย อาตมียะนันท์ · ศาลอุทธรณ์ - หลวงสุทธิเทศนฤบาล
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 2074/2545ฎีกา 707/2507ฎีกา 5523/2536ฎีกา 681/2506ฎีกา 2675/2527ฎีกา 5470/2537ฎีกา 53/2525ฎีกา 735/2491ฎีกา 114/2536ฎีกา 3616/2558ฎีกา 1972/2500ฎีกา 1451/2512ฎีกา 225/2530ฎีกา 6/2475ฎีกา 597/2534ฎีกา 6320/2541ฎีกา 946/2509ฎีกา 6258/2550ฎีกา 2026/2494ฎีกา 2438/2535ฎีกา 6911/2544ฎีกา 6101/2539ฎีกา 5351/2538ฎีกา 1630/2509
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา