⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1551/2500

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1551/2500

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
1. การให้เช่าช่วงต้องได้รับอนุญาตจากผู้ให้เช่า การที่ผู้ให้เช่าเพียงรู้หรือควรรู้ไม่เพียงพอ 2. การทำสัญญาเช่าใหม่ที่ขยายขอบเขตจากสัญญาเดิม ถือว่าสัญญาเช่าเดิมระงับไป

ย่อคำพิพากษา

การที่ผู้เช่าจะให้เช่าช่วงที่ ๆ เช่ามาจากผู้ให้เช่าได้ ต้องนำสืบได้ว่าได้รับอนุญาตจากผู้ให้เช่า การที่จำเลยผู้เช่านำสืบได้เพียงว่าในการให้เช่าช่วงนั้นผู้ให้เช่าเพียงรู้หรือควรรู้เท่านั้นยังไม่พอ จำเลยผู้เช่าที่ได้ทำสัญญาเช่าที่ 2 คราว คราวแรกและคราวที่ 2 ในการเช่าคราวหลัง (คราวที่ 2) ได้ขยายบริเวณเช่าออกไปอีกมากกว่าเก่า และนำเอาสัญญาเช่าเก่ามารวมกับสัญญาใหม่ด้วย เช่นนี้ ถือว่าสัญญาเช่าที่ทำครั้งแรกระงับไป

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.349 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.544

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่าโจทก์เป็นเจ้าของที่ดินโฉนดเลขที่ ๑๗๙๖ และสิ่งปลูกสร้างในที่ดินโดยซื้อจากคุณหญิงภาษาปริวัตร เมื่อ พ.ศ. ๒๔๗๖ จำเลยเช่าที่ดินแปลงดังกล่าวมีเนื้อที่ประมาณ ๓๐๐ ตารางวาพร้อมกับบ้านเลขที่ ๙๗ จากคุณหญิงภาษาปริวัตรเพื่ออยู่อาศัย ต่อมาจำเลยผิดสัญญาโดยดัดแปลงแบ่งบ้านเลขที่ ๙๗ เป็นเลขที่ ๙๕ - ๙๗ - ๙๙ ให้ผู้อื่นเช่าช่วงโดยมิได้ได้รับอนุญาตจากผู้ให้เช่า โจทก์ได้บอกเลิกสัญญาเช่ากับจำเลยแล้ว จึงฟ้องขอให้ขับจำเลยกับบริวารออกไปจากที่พิพาท ให้รื้อห้องแถวและเรือนที่ทำขึ้นออกไป พร้อมกับชำระค่าเช่าและค่าเสียหาย จำเลยให้การว่าเมื่อ พ.ศ. ๒๔๗๒ จำเลยเช่าที่ดินรา+นี้ ๕๐ ตารางวาปลูกบ้านเลขที่ ๙๓ อาศัย ส่วนบ้านเลขที่ ๙๑ พระสารศาสตร์ เป็นผู้เช่า ครั้นย้ายไปจำเลยได้เช่าต่อ โดยทำสัญญาเช่าลงวันที่ ๑๔ กรกฎาคม ๒๔๗๓ ต่อมาจำเลยให้เช่าช่วงจริง แต่ด้วยความเห็นชอบและยินยอมของเจ้าของเดิม จำเลยย่อมได้รับความคุ้มครองตาม พ.ร.บ. ควบคุมค่าเช่าในภาวะคับขัน ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาว่า สัญญาเช่าแยกออกเป็น ๒ ส่วน ๆ ๕๐ ตารางวาจำเลยได้รับความคุ้มครองตาม พ.ร.บ. ควบคุมค่าเช่าฯ โจทก์จะบอกเลิกสัญญาไม่ได้ สำหรับส่วนนอกจากที่กล่าวแล้วสัญญาเป็นอันระงับ โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาว่า สัญญาระงับหมดให้ขับจำเลยและบริวาร และให้จำเลยรื้อถอนเรือนห้องแถวไป พร้อมกับใช้ค่าเสียหาย จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงน่าเชื่อตามคำพยานโจทก์ คือจำเลยเพิ่มได้ทำสัญญาเช่ากับคุณหญิงภาษาปริวัตรเมื่อ ๑๔ กรกฎาคม ๒๔๗๓ นั่นเอง หรือแม้จะฟังว่าจำเลยเช่าที่ ๕๐ ตารางวามาก่อน แต่ภายหลังจำเลยมาเช่าบ้านที่พระสารศาสตร์เช่าเพิ่มขึ้น โดยทำสัญญาเช่ารวมเป็นฉบับเดียว ก็ย่อมเห็นชัดว่าการเช่าครั้งก่อนมารวมอยู่กับการเช่าครั้งหลัง นั่นก็คือสัญญาเช่าครั้งก่อนก็ย่อมระงับไป จะเถียงว่าสัญญาเช่าฉบับก่อนยังคงมีอยู่ไม่ได้ จึงพิพากษายืนตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1551/2500 นางทวี พิสูจน์พาณิชยลักษณ์ โจทก์ นายเป้ง แซ่ลิ้ม จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นางทวี พิสูจน์พาณิชยลักษณ์ · จำเลย - นายเป้ง แซ่ลิ้ม
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ประวัติ ปัตตพงศ์ · ประวัติ ปัตตพงศ์ · ประวัติ ปัตตพงศ์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแพ่ง - นายจินดา เกตุปัญญา · ศาลอุทธรณ์ - หลวงวิชัยนิตินาท
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 767/2518ฎีกา 5324/2542ฎีกา 2675/2548ฎีกา 2248/2524ฎีกา 392-393/2488ฎีกา 2241/2521ฎีกา 2070/2531ฎีกา 1479/2539ฎีกา 6631/2568ฎีกา 801-802/2492ฎีกา 1414/2500ฎีกา 8367/2547ฎีกา 373/2474ฎีกา 1783/2551ฎีกา 2037/2539ฎีกา 616-617/2490ฎีกา 1216/2491ฎีกา 878/2518ฎีกา 790/2497ฎีกา 1490/2538ฎีกา 993/2487ฎีกา 5434/2536ฎีกา 9649/2555ฎีกา 3765/2532
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา