⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 513/2501

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 513/2501

ย่อคำพิพากษา

เมื่อปรากฎว่าสัญญากู้เงินที่จำเลยทำให้โจทก์ยึดถือเป็นหลักฐานยังคงอยู่ที่โจทก์โดยมิได้เพิกถอนในเอกสารนั้นว่าได้ชำระหนี้แล้ว ทั้งรับว่าไม่มีเอกสารใดอีกที่มีลายมือชื่อโจทก์พอที่จะให้เป็นหลักฐานแสดงการรับเงินของโจทก์ก็ย่อมแสดงว่าจำเลยยังคงเป็นหนี้โจทก์อยู่ เช็คเป็นตราสารซึ่งผู้สั่งจ่ายสั่งธนาคารให้ใช้เงินให้แก่บุคคลอีกคนหนึ่งเมื่อทวงถาม จึงเรียกไม่ได้ว่าเป็นสิ่งของหรือทรัพย์สินอย่างอื่น

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.84 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.653 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.656

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

เรื่อง เรียกเงินคืน โจทก์ฟ้องว่าเมื่อวันที่ ๑ มิ.ย. ๒๔๙๖จำเลยยืมเงินไป ๖,๘๕๑ บาท สัญญาให้ดอกเบี้ยชั่งละบาทต่อเดือนกำหนดชำระคืนภายในวันที่ ๑ มิ.ย.๒๔๙๗ จำเลยรับเงินไปครบถ้วนแล้วแต่วันทำสัญญา ตั้งแต่วันกู้มาจำเลยไม่เคยให้คืนเงินต้นหรือชำระดอกเบี้ยให้โจทก์เลยยังค้างชำระอยู่ ๒,๓๘๐ บาท โจทก์ทวงถามแล้วจำเลยผัดผ่อนจึงฟ้องให้ชำระเงินต้นและดอกเบี้ย ๙,๒๓๑ บาท กับชำระดอกเบี้ยในเงินต้นร้อยละ ๑๕ ต่อปีแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเงินให้เสร็จ จำเลยให้การรับว่าได้กู้เงินโจทก์จริงแต่ได้ชำระให้แล้วแต่วันที่ ๑๙ พ.ค.๒๔๙๗ เป็นเงิน ๑๖,๐๐๐ บ. โดยโจทก์จำเลยไปกู้เงินจากผู้มีชื่อ โจทก์ให้ผู้มีชื่อจ่ายเงินเป็นเช็คธนาคารไทยพาณิชย์ในนามโจทก์เป็นผู้รับและโจทก์เป็นผู้ยึดถือเช็คไปรับเงินมาแล้ว จึงไม่มีหนี้สินใด ๆ กับโจทก์ จำเลยได้ทวงเอาสัญญากู้คืนจากโจทก์ โจทก์ว่ายังหาไม่พบ หาพบเมื่อใดจะคืนให้ ศาลจังหวัดสมุทรปราการสอบคู่ความจำเลยแถลงว่าพระยาอรรถกฤตนิรุตติ์ เป็นผู้ออกเช็คในการกู้เงินโดยออกในนามโจทก์เป็นผู้รับเงิน ฝ่ายโจทก์รับว่าสัญญากู้หมาย ล.๒ จำเลยกู้เงินพระยาอรรถกฤตฯและโจทก์เป็นผู้ค้ำประกัน เช็คหมายล.๓ เป็นเช้๕ที่พระยาออรถกฤตฯออกให้ตามสัญญากู้หมาย ล.๒ ในนามโจทก์ แต่ไม่มีลายมือชื่อโจทก์ในเช็คนั้น ส่วนบันทึกไกล่เกลี่ยค่าเช่านาตามสำเนาหมาย ล. ๔ โจทก์ไม่รับรอง จำเลยขอสืบว่าเช็คหมาย ล.๓ เป็นการใช้หนี้โจทก์ไม่ใช่ใช้หนี้ค่าเช่าตามเอกสารหมาย ล.๔ ค่าเช่านานั้นจำเลยใช้เป็นข้าวเปลือกเสร็จสิ้นแล้วไม่มีติดค้างกัน และแถลงว่าไม่มีเอกสารอื่นใดที่จะส่งอีก และไม่มีเอกสารใดที่มีลายมือชื่อโจทก์รับเงินใช้หนี้เงินกู้รายนี้ ศาลชั้นต้นงดสืบพยานทั้งสองฝ่ายแล้ววินิจฉัยให้จำเลยชำระต้นเงินและดอกเบี้ยค้างรวม ๙,๒๓๑ บาทให้โจทก์พร้อมกับดอกเบี้ยในต้นเงิน ๖,๘๕๑ บาท อัตราร้อยละ ๑๕ ต่อมี นับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเงินให้โจทก์เสร็จ จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า สัญญากู้เงินที่จำเลยทำให้โจทก์ยึดถือเป็นหลักฐานยังคงอยู่ที่โจทก์ โดยมิได้แทงเพิกถอนในสัญญาเอกสารนั้นว่าได้ชำระหนี้แล้ว ทั้งจำเลยรับว่าไม่มีเอกสารใดอีกที่มีลายมือชื่อโจทก์พอที่จะให้เป็นหลักฐานแสดงการรับเงินของโจทก์ เช็คหมาย ล.๓ ก็ไม่มีลายมือชื่อโจทก์ เช็คเป็นตราสารซึ่งผู้สั่งจ่ายสั่งธนาคารให้ใช้เงินให้แก่บุคคลอีกคนหนึ่งเมื่อทวงถาม จึงเรียกไม่ได้ว่าเป็นสิ่งของหรือทรัพย์สินอย่างอื่นตามความหมายของป.พ.พ. มาตรา ๖๕๖ จำเลยไม่อาจอ้างมาเป็นหลักฐานแสดงการรับเงินของโจทก์ได้ จึงพิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 513/2501 นายเนียม บัวบางพลู โจทก์ นายชื่น จันทรหอม จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายเนียม บัวบางพลู · จำเลย - นายชื่น จันทรหอม
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ดุลยกรณ์พิทารณ์ · ธรรมบัณฑิต · ดุลยทรรศน์ปฏิภาณ
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดสมุทรปราการ - นายเฉลิม สถิตย์ทอง · ศาลอุทธรณ์ - นายประสงค์ ศิริทรัพย์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 942-943/2515ฎีกา 1452/2511ฎีกา 231/2482ฎีกา 170/2546ฎีกา 272/2490ฎีกา 199/2537ฎีกา 2135/2518ฎีกา 4041/2542ฎีกา 794/2509ฎีกา 1765/2492ฎีกา 1896/2492ฎีกา 5712/2541ฎีกา 2657/2534ฎีกา 306/2506ฎีกา 70/2518ฎีกา 4007/2552ฎีกา 1776/2541ฎีกา 591/2513ฎีกา 1561-1562/2518ฎีกา 848/2534ฎีกา 1616/2522ฎีกา 4636/2543ฎีกา 1302/2535ฎีกา 6555/2538
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา