⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 938/2501

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 938/2501

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ผู้รับซื้อฝากเฉพาะสิ่งปลูกสร้างโดยสุจริตและจดทะเบียนก่อน ย่อมมีสิทธิในสิ่งปลูกสร้างดีกว่าผู้รับซื้อฝากที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างที่จดทะเบียนภายหลัง

ย่อคำพิพากษา

ผู้รับซื้อฝากเฉพาะสิ่งปลูกสร้างโดยสุจริต และจดทะเบียนที่อำเภอโดยชอบก่อน ทั้งได้รื้อไปแล้ว เพราะผู้ขายฝากมิได้ไถ่คืน ย่อมมีสิทธิในทรัพย์สิ่งปลูกสร้างดีกว่าผู้รับซื้อฝากที่ดินพร้อมทั้งสิ่งปลูกสร้างซึ่งรับซื้อฝากไว้ภายหลังโดยสุจริตและจดทะเบียนที่หอทะเบียนโดยชอบ

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายที่ดิน ม.71 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.491 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1299 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1410 พระราชบัญญัติว่าด้วยพนักงานเจ้าหน้าที่จดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมเกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2492 ม.4

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า เมื่อ ธ.ค.๙๕ โจทก์รับซื้อฝากที่ดินกับสิ่งปลูกสร้างในโฉนด๓๖๙๐ ไว้จากนางสุจิตราเป็นเงิน ๓๐,๐๐๐ บาท โดยเสียค่าตอบแทนสุจริตและจดทะเบียนสิทธิการซื้อขายฝากต่อพนักงานเจ้าหน้าที่หอทะเบียนแล้ว ในโฉนดมิได้จดแจ้งภาระติดพันหรือสิทธิเหนือพื้นดิน นางสุจิตราได้มอบที่ดินกับสิ่งปลูกสร้างให้โจทก์ และไม่ไถ่ถอนการขายฝากคืนตามกำหนด ที่ดินกับสิ่งปลูกสร้างเป็นกรรมสิทธิ์ของโจทก์ เมื่อ ๑๗-๑๘ ก.ค.+จำเลยกับพวกมารื้อเอาสิ่งปลูกสร้างไปหลายอย่างเป็นเงิน ๑๔,๓๒๗ บาท ขอให้แสดงว่าสิ่งปลูกสร้างที่จำเลยรื้อไปเป็นของโจทก์ ให้จำเลยนำมาปลูกไว้ตามเดิมหรือใช้ราคา จำเลยต่อสู้ว่า จำเลยฟ้องนายประสงค์และนางสุจิตราเป็นจำเลยต่อศาลแพ่งในฐานะที่เอาเรือนและสิ่งปลูกสร้างขายฝากจำเลยไว้ ศาลแพ่งพิพากษาให้ชนะคดี จึงขอให้ศาลบังคับคดียึดทรัพย์จำเลยจึงทราบความจริง เรือนและสิ่งปลูกสร้างนายประสงค์และนางสุจิตราขายฝากภริยาจำเลยไว้เมื่อ พ.ศ.๒๔๙๔ เป็นเงิน ๓,๐๐๐ บาทครบกำหนดไถ่ ๑ ปี ขอผัดผ่อน ขอเพิ่มเงินและทำสัญญาขายฝากใหม่กำหนด ๒ ปี ครบกำหนดวันที่+ส.ค.๙๗ ไม่ไถ่ และได้ทำกันที่อำเภอถูกต้องตามกฎหมายทั้ง ๒ คราว โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้องจำเลยได้รื้อเอาสิ่งปลูกสร้างบางส่วนไป เป็นการปฏิบัติตามคำพิพากษา ก่อนสืบพยาน โจทก์จำเลยรับกันว่า เมื่อ ๒ มี.ค.๙๔ นายประสงค์ นางสุจิตราขายฝากบ้านเลขที่ ๔๙๙ ไว้กับจำเลย กำหนดไถ่คืน ๑ ปี ต่อมา ๔ ส.ค.๙๕ ได้นำบ้านดังกล่าวและสิ่งปลูกสร้างทั้งหมดมาขายฝากจำเลยไว้อีก ทำสัญญาขายฝากกันที่อำเภอ กำหนดไถ่ใน ๒ ปี แต่ก็ไม่ได้ไถ่ จำเลยรับว่าโจทก์ได้รับซื้อฝากที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้าง กำหนดไถ่ ๑ ปี ทำสัญญาขายฝากที่หอทะเบียนที่ดิน ครบกำหนดไม่ไถ่คืน และคู่ความรับกันว่าสัญญาของแต่ละฝ่ายเป็นไปโดยสุจริตและชอบด้วยกฎหมาย ขอให้ศาลวินิจฉัยกรรมสิทธิ์ในทรัพย์ที่รื้อไปเป็นกรรมสิทธิ์ของใคร ศาลแพ่งสั่งงดสืบพยานแล้ววินิจฉัยว่า จำเลยได้จดทะเบียนซื้อฝากไว้ก่อน จึงมีสิทธิดีกว่า ทรัพย์พิพาทตกเป็นกรรมสิทธิ์แก่จำเลย พิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาพิพากษายืนโดยวินิจฉัยว่า คดีนี้มิได้พิพาทกันถึงสิทธิเหนือพื้นดิน และทรัพย์พิพาทได้รื้อไปแล้ว จึงไม่ตรงกับคำพิพากษาฎีกาที่ ๑๑๔/๒๔๙๙ ฉะนั้นการที่จำเลยได้รับซื้อฝากโดยทำสัญญากันที่อำเภอเป็นการชอบด้วยกฎหมาย กรรมสิทธิในทรัพย์พิพาทจึงตกไปยังจำเลยตาม ป.พ.พ.มาตรา ๔๙๑ โจทก์ผู้ได้รับซื้อฝากไว้ภายหลังจึงไม่ได้กรรมสิทธิ์ในทรัพย์พิพาท ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 938/2501 นางแดง วาศนะวัฒน์ โจทก์ ร้อยเอกพุฒ พิทยารัตน์ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นางแดง วาศนะวัฒน์ · จำเลย - ร้อยเอกพุฒ พิทยารัตน์
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ดุลยกรณ์พิทารณ์ · ศิลปสิทธิวินิจฉัย · ไชยเจริญ สันติศิริ
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแพ่ง - นายบุศย์ ขันธวิทย์ · ศาลอุทธรณ์ - นายสว่าง ว.วงษ์ศิริ
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 944/2513ฎีกา 718/2491ฎีกา 447/2497ฎีกา 2498/2550ฎีกา 1510/2552ฎีกา 81/2514ฎีกา 2314/2519ฎีกา 641/2489ฎีกา 253/2496ฎีกา 2183/2519ฎีกา 3552/2539ฎีกา 7725/2540ฎีกา 625/2485ฎีกา 1474/2508ฎีกา 3251/2533ฎีกา 2747/2537ฎีกา 1188/2493ฎีกา 1431/2492ฎีกา 1125/2504ฎีกา 273/2501ฎีกา 942-943/2515ฎีกา 5317/2538ฎีกา 3421/2538ฎีกา 1219-1222/2526
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา