⚖️ LawAraiค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 709/2503

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 709/2503

ป.อาญา ม.14, 41

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การกักกันจะสั่งได้เฉพาะความผิดที่ระบุไว้ในมาตรา 41 ประมวลกฎหมายอาญา และมีกำหนดโทษจำคุกถึง 6 เดือนเท่านั้น

ย่อคำพิพากษา

จำเลยต้องโทษฐานลักทรัพย์ศาลจำคุก 6 เดือน ต่อมาจำเลยต้องโทษฐานทำร้ายร่างกาย ต่อสู้เจ้าพนักงานและเมาสุรา ศาลรวมกะทงลงโทษจำคุก 1 ปี แต่ฐานทำร้ายร่างกายนั้นศาลวางโทษจำคุก 4 เดือน ความผิดฐานทำร้ายร่างกาย จึงนำมากักกันจำเลยไม่ได้คงเหลือโทษฐานลักทรัพย์ครั้งเดียว ที่เป็นโทษฐานที่ระบุไว้ในมาตรา 41 ประมวลกฎหมายอาญา และมีกำหนดโทษจำคุกถึง 6 เดือน ศาลจึงมีอำนาจตามประมวลกฎหมาย อาญา มาตรา 14 ที่จะสั่งตามที่เห็นสมควร ศาลจึงอาจสั่งให้ยกเลิกการกักกันให้จำเลยได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายอาญา ม.14 ประมวลกฎหมายอาญา ม.41

🔎 คำพิพากษาอื่นที่อ้างมาตราเดียวกัน: ประมวลกฎหมายอาญา ม.14 → ประมวลกฎหมายอาญา ม.41 →

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีนี้ศาลอาญาพิพากษาว่าจำเลยเสพย์สุราอาละวาดและทำร้ายร่างกาย เป็นความผิดตามกฎหมายลักษณะอาญา มาตรา ๒๕๔, ๓๓๕ (๑๓) ให้รวมกะทงลงโทษจำคก ๖ เดือน เพิ่มโทษตามมาตรา ๗๒ อีก ๑ ใน ๓ จำคุก ๘ เดือน กับให้ลงโทษกักกันผู้มีสันดานเป็นผู้ร้าย พ.ศ. ๒๔๗๙ มาตรา ๔, ๘, ๙ อีก ๓ ปี คดีถึงที่สุด ต่อมาจำเลยยื่นคำร้องขอให้ยกเลิกโทษกักกัน โดยมีประมวลกฎหมายอาญาขึ้นใหม่ ศาลอาญามีคำสั่งว่าโทษกักกันได้เปลี่ยนมาเป็นวิธีการเพื่อความปลอดภัยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๕ แล้ว ตามรูปคดี่ จำเลยยังไม่อาจได้รับผลตามมาตรา ๒๔ , ๑๕ ให้ยกคำร้อง จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์เห็นว่า จำเลยต้องโทษฐานลักทรัพย์จำคุก ๖ เดือน พ้นโทษแล้วต้องโทษฐานทำร้ายร่างกาย ่ต่อสู้เจ้าพนักงาน เมาสุรา จำคุก ๑ ปี นอกนี้ไม่เข้าเกณฑ์ประมวลกฎหมาย อาญา มาตรา ๔๑ แต่โทษฐานทำร้ายร่างกาย ต่อสู้เจ้าพนักงาน เมาสุรานั้น จำเลยถูกศาลพิพากษาเรียงกะทง เฉพาะความผิดฐานทำร้ายร่างกาย ศาลจำคุก ๔ เดือน โทษครั้งนี้จึงนำมากักกันจำเลยไม่ได้คงเหลือฐานลักทรัพย์ครั้งเดียว จึงพิพากษากลับคำสั่งศาลชั้นต้น ให้ยกเลิกการกักกันคดีนี้เสีย โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่า คดีนี้มีแต่โทษฐานลักทรัพย์ครั้งเดียว ที่เป็นโทษฐานที่ระบุไว้ในมาตรา ๔๑ ประมวลกฎหมายอาญา และมีกำหนดโทษจำคุกถึง ๖ เดือน ศาลจึงมีอำนาจตามประมวลกฎหมาย อาญา มาตรา ๑๔ ที่จะสั่งตามที่เห็นสมควร ที่ศาลอุทธรณ์สั่งยกเลิกการกักกันให้จำเลยเสีย ชอบแล้ว พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 709/2503 พนักงานอัยการ กรมอัยการ โจทก์ นายแคะหรือเพชร แตงทองหรือแตนทอง จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการ กรมอัยการ · จำเลย - นายแคะหรือเพชร แตงทองหรือแตนทอง
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)จิตติ ติงศภัทิย์ · สารนัยประสาสน์ · พิบูลย์ไอศวรรย์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลอาญา - นายอดุล รัตนบิณฑะ · ศาลอุทธรณ์ - นายเธียร คชธีระ
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1521/2503ฎีกา 68/2483ฎีกา 151/2506ฎีกา 842/2507ฎีกา 247/2472ฎีกา 433/2502ฎีกา 422/2507ฎีกา 1145/2468ฎีกา 957/2509ฎีกา 960/2473ฎีกา 255/2471ฎีกา 1614/2498ฎีกา 1688/2505ฎีกา 1083/2507ฎีกา 807/2467ฎีกา 1073/2502ฎีกา 683/2506ฎีกา 1983/2497ฎีกา 698/2563ฎีกา 1684/2479ฎีกา 956-957/2473ฎีกา 1321/2503ฎีกา 405/2507ฎีกา 124/2515
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา