คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 211/2504
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
คำพิพากษาที่ถึงที่สุดว่าริบของกลางแล้ว ไม่มีผลผูกพันเจ้าของกรรมสิทธิ์ในของกลาง หากเจ้าของไม่ได้มีส่วนในการต่อสู้คดี และเจ้าของมีสิทธิร้องขอคืนของกลางและอุทธรณ์ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงได้
ย่อคำพิพากษา
ถึงแม้ศาลพิพากษาเสร็จเด็ดขาดแล้วว่าไม่ของกลางเป็นไม้หวงห้าม จำเลยมีไว้เป็นความผิดและให้ริบไม้ของกลางแล้วก็ดี เจ้าของไม่ยอมใช้สิทธิตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 36 ขอคืนไม้ของกลางโดยอ้างว่าไม่ใช่เป็นไม้หวงห้าม เพราะขึ้นอยู่ในสวนของตนได้ เพราะเจ้าของไม้ไม่มีโอกาสต่อสู้คดีกับโจทก์ คำพิพากษานั้นไม่มีผลผูกพันเจ้าของไม้
เมื่อผู้ร้องร้องขอคืนไม้ของกลางในกรณีเช่นนี้ ถึงแม้ศาลแขวงสั่งยกคำร้องก็ดี ผู้ร้องมีสิทธิอุทธรณ์ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ไม่อยู่ในบังคับแห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแขวงฯ มาตรา 22 ที่ห้ามอุทธรณ์ข้อเท็จจริง
ประชุมใหญ่ ครั้งที่ 5/2504
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
ศาลชั้นต้นพิพากษาปรับจำเลยและริบไม้ของกลางฐานมีไม้เสม็ดหวงห้ามโดยไม่รับอนุญาต และนำไม้เคลื่อนที่โดยไม่มีใบเบิกทาง
๑๐ วันต่อมา ผู้ร้องยื่นคำร้องว่า ไม้ของกลางเป็นไม้ในสวนของผู้ร้อง ให้จำเลยตัดไปจำหน่าย การตัดไม้ในที่ดินของเอกชนไม่มีความผิด ขอให้คืนไม้ให้ผู้ร้อง
ศาลชั้นต้นไต่สวนแล้วฟังว่าเป็นไม้ในสวนของผู้ร้องจริง แต่ผู้ร้องรู้เห็นเป็นใจให้จำเลยกระทำผิด จะคืนไม้ให้ไม่ได้ จึงสั่งให้ยกคำร้อง
ผู้ร้องอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับให้คืนไม้แก่ผู้ร้องตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๖
โจทก์ฎีกา
ศาลฎีกา โดยมติที่ประชุมใหญ่เห็นว่า ๑. ถึงแม้ศาลได้พิพากษาถึงที่สุดแล้วว่า ไม้ของกลางเป็นไม้หวงห้าม จำเลยมีไว้เป็นความผิดก็ดี เจ้าของไม้ย่อมใช้สิทธิตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๖ ขอคืนไม้ของกลางโดยอ้างว่าไม่ใช่เป็นไม้หวงห้ามได้ เพราะผู้ร้องไม่มีโอกาสต่อสู้ข้อหาของโจทก์ คำพิพากษาระหว่างโจทก์จำเลยไม่ผูกพันผู้ร้อง และ ๒.ถึงแม้ศาลแขวงได้สั่งยกคำร้องก็ดี ก็ไม่อยู่ในบังคับของมาตรา ๒๒ แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแขวงฯ ที่ห้ามอุทธรณ์ข้อเท็จจริง เพราะมาตรา ๒๒ นั้น ห้ามเฉพาะคำพิพากษาศาลแขวงที่ลงโทษหรือไม่ลงโทษจำเลยเท่านั้น ผู้ร้องมิได้เป็นจำเลย และไม่ต้องห้ามอุทธรณ์ฎีกาในข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๒๑๘, ๒๑๙, ๒๒๐ ประการใด จึงอุทธรณ์ฎีกาข้อเท็จจริงได้
ศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงว่า เป็นไม้ในสวนของผู้ร้อง จึงไม่เป็นไม้หวงห้ามตามพระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ. ๒๔๘๔ มาตรา ๗ ที่จะต้องขออนุญาตตัดฟัน ฉะนั้น การที่ผู้ร้องให้จำเลยตัดไปจำหน่าย จึงถือไม่ได้ว่าผู้ร้องรู้เห็นในการกระทำผิดของจำเลยพิพากษายืน
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 211/2504
ผู้ว่าคดีศาลแขวงสงขลา โจทก์
นายหมาด อิยี จำเลย
นายเจือ ศรียาภัย ผู้ร้อง
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - ผู้ว่าคดีศาลแขวงสงขลา · จำเลย - นายหมาด อิยี · ผู้ร้อง - นายเจือ ศรียาภัย |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | การุณย์นราทร · ชวน สิงหลกะ · อนุสสรนิติสาร |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลแขวงสงขลา - นายมั่น จุติกุล · ศาลอุทธรณ์ - หลวงชนาณัติกรรม |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา