คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 90/2507
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เมื่อกรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินที่เช่าตกเป็นของบุคคลภายนอก ผู้รับโอนย่อมรับไปทั้งสิทธิและหน้าที่ของผู้โอนตามสัญญาเช่า เว้นแต่ผู้รับโอนจะพิสูจน์ได้ว่าตนไม่ต้องผูกพันตามสัญญาเช่านั้น
ย่อคำพิพากษา
ที่พิพาทเป็นของเจ้าของรวม 2 คน จำเลยเช่าจากเจ้าของรวมคนหนึ่ง แม้ที่พิพาทจะเปลี่ยนมาเป็นกรรมสิทธิ์ของโจทก์ซึ่งเป็นเจ้าของรวมอีกคนหนึ่งแต่ผู้เดียวภายหลังก็ตาม ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 569 สัญญาเช่าก็หาได้ระงับไปไม่ โจทก์ต้องรับไปทั้งสิทธิและหน้าที่ที่เจ้าของรวมคนนั้นมีอยู่ต่อจำเลยตามสัญญา ทั้งเมื่อโจทก์ไม่ได้ตั้งประเด็นนำสืบให้ปรากฎว่า โจทก์ไม่ต้องผูกพันตามสัญญาเช่านั้นอย่างใด เช่นนี้แล้ว เมื่อสัญญาเช่ายังไม่ระงับและเป็นการเช่าที่ได้รับความคุ้มครองตามพระราชบัญญัติควบคุมค่าเช่าฯ โจทก์ก็ไม่สิทธิฟ้องขับไล่
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่า เมื่อประมาณ ปีพ.ศ. ๒๕๐๐ ได้มีการรังวัดแบ่งแยกโฉนดเลขที่ ๑๕๓๙๔ ของโจทก์จึงทราบว่าบ้านและรั้วของจำเลยรุกล้ำที่ดินโจทก์ ขอให้ขับไล่
จำเลยให้การว่า บ้านและรั้วจำเลยซื้อโดยรับโอนกรรมสิทธิ์เมื่อวันที่ ๘ มีนาคม ๒๔๙๙ แล้วจำเลยเช่าที่ดินที่บ้านพิพาทปลูกจากนางจีน นางจีนเป็นเจ้าของรวมกับคนอื่น คือ โฉนดเลขที่ ๒๑๗๕ ต่อมา พ.ศ.๒๕๐๐ มีการแบ่งแยกโฉนด ฉะนั้น ถ้าโจทก์เป็นเจ้าของที่ดินที่บ้าน และรั้วของจำเลยปลูกจริงโดยรับโอนกรรมสิทธิ์มา โจทก์ก็ต้องรับโอนทั้งสิทธิและหน้าที่ที่เจ้าของเดิมมีอยู่ต่อจำเลยทั้งจำเลยเช่าอยู่อาศัยได้รับความคุ้มครองตามพระราชบัญญัติควบคุมค่าเช่าฯ ขอให้ยกฟ้อง
ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า ที่ดินที่จำเลยเช่ามาเพื่อปลูกบ้านเป็นที่อยู่อาศัย ได้รับความคุ้มครองตามพระราชบัญญัติควบคุมค่าเช่าในภาวะคับขันฯ ให้ยกฟ้อง
โจทก์อุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับขับไล่จำเลย
จำเลยฎีกา
ศาลฎีกาเห็นว่า ที่พิพาทที่โจทก์หาว่าจำเลยรุกล้ำนั้น เป็นที่ที่จำเลยเช่ามาจากนางจีนเจ้าของรวมกับโจทก์ในขณะจำเลยเช่า แม้ที่พิพาทจะเปลี่ยนมาเป็นกรรมสิทธิ์ของโจทก์แต่ผู้เดียว ตามนัยแห่งมาตรา ๕๖๙ ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ สัญญาที่จำเลยทำไว้กับนางจีนหาได้ระงับไปไม่ และเมื่อฟังได้ว่าจำเลยเช่าอยู่อาศัย ได้รับความคุ้มครองตามพระราชบัญญัติควบคุมค่าเช่าฯ ตลอดมา เมื่อโจทก์รับโอนกรรมสิทธิ์มา ก็ต้องรับโอนทั้งสิทธิและหน้าที่ที่นางจีนมีอยู่ต่อจำเลยตามสัญญาเช่า ส่วนในข้อที่ว่า นางจีนเจ้าของรวมจะมีอำนาจเอาที่พิพาทไปให้จำเลยเช่าหรือไม่ การเช่าได้รับความรู้เห็นยินยอมจากโจทก์ผู้เป็นเจ้าของรวมด้วยหรือไม่ ค่าเช่าที่ได้มาจากจำเลย โจทก์ได้รับส่วนแบ่งด้วยหรือไม่อย่างไรนั้น เป็นเรื่องระหว่างโจทก์กับนางจีน ทั้งโจทก์ไม่ได้ตั้งประเด็นขึ้นมาและนำสืบให้ปรากฎว่า โจทก์ไม่ต้องผูกพันตามสัญญาเช่าที่นางจีนเจ้าของรวมได้ทำไว้กับจำเลยผู้เช่าแต่อย่างใดเลย เมื่อสัญญาเช่ามิได้ระงับไป และเป็นการเช่าที่ได้รับความคุ้มครองตามพระราชบัญญัติควบคุมค่าเช่าในภาวะคับขันฯ โจทก์ก็ไม่มีสิทธิฟ้องขับไล่ พิพากษากลับคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ยกฟ้องโจทก์ตามศาลชั้นต้น
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 90/2507
สิบตำรวจเอกเสรี รอดประชา โจทก์
นายพยอม กาญจนลักษณ์ ล.
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - สิบตำรวจเอกเสรี รอดประชา · ล. - นายพยอม กาญจนลักษณ์ |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ประกอบ หุตะสิงห์ · สนิท สุมาวงศ์ · เพรียง โรจนรัส |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลแพ่ง - นายเข้า เฉลิมช่วง · ศาลอุทธรณ์ - นายชอัม รุทระวณิช |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา