คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1530/2508
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
หากข้อเท็จจริงตามคำฟ้องโจทก์ แม้จะเป็นจริง ก็ไม่เป็นความผิดตามกฎหมาย ศาลย่อมพิพากษายกฟ้องได้โดยไม่ต้องไต่สวนมูลฟ้อง
ย่อคำพิพากษา
ศาลพิจารณาคำฟ้องของโจทก์ปรกอบกับเอกสารท้ายฟ้องแล้ว เห็นว่า แม้จะเป็นความจริงตามคำฟ้อง จำเลยก็ไม่มีความผิดตามกฎหมาย ศาลพิพากษายกฟ้องได้ โดยไม่ต้องไต่สวนมูลฟ้อง
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยทั้งสองได้สมคบกันละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ และทำให้เกิดความเสียหายแก่โจทก์ ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 83, 150, 153, 157 , 165
ศาลชั้นต้นเห็นว่า ฟ้องของโจทก์ไม่มีมูลว่าจำเลยทั้งสองได้กระทำความผิดทางอาญาคดีพอวินิจฉัยได้โดยไม่ต้องไต่สวนมูลฟ้อง แล้วพิพากษายกฟ้องโจทก์
โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
โจทก์ฎีกาว่าฟ้องของโจทก์สมบูรณ์และถูกต้องตาประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาแล้ว ควรไต่สวนมูลฟ้องต่อไปตามกฎหมาย
ศาลฎีกาเห็นว่า ตามคำฟ้องประกอบกับเอกสารท้ายฟ้องไม่ปรากฏว่าจำเลยทั้งสองได้ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่โจทก์อย่างไร เพราะจำเลยทั้งสองปฏิบัติหน้าที่ราชการไปตามระเบียบ ไม่ได้ปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต ฉะนั้น แม้จะเป็นความจริงตามคำฟ้อง จำเลยทั้งสองก็ไม่มีความผิดตามบทกฎหมายที่โจทก์ขอให้ลงโทษศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษาต้องกัน ให้ยกฟ้องโดยไม่ต้องไต่สวนชอบแล้ว ฎีกาโจทก์ฟังไม่ขึ้น
พิพากษายืน
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1530/2508
นายสมพล สุขเกษม โจทก์
นายเฉลียว จันวิทย์ ที่ 1 นายเฉลิม ศิริวรรณ ที่ 2 จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นายสมพล สุขเกษม · จำเลย - นายเฉลียว จันวิทย์ ที่ 1 นายเฉลิม ศิริวรรณ ที่ 2 |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | กิตติ สีหนนทน์ · จิตติ ติงศภัทิย์ · มณี ชุติวงศ์ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดเชียงราย - นายสุพจน์ นาถะพินธุ · ศาลอุทธรณ์ - นายวินัย ทองลงยา |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา