คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 288/2513
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่ศาลรับเอกสารที่โจทก์ส่งต่อศาลโดยมิได้อ้างเป็นพยานไว้ก่อน เป็นการผิดระเบียบที่จำเลยอาจยกขึ้นคัดค้านได้ แต่ต้องร้องคัดค้านภายในกำหนดเวลาที่กฎหมายกำหนด หากจำเลยมิได้คัดค้านภายในกำหนดเวลาดังกล่าว ย่อมหมดสิทธิที่จะยกข้อผิดระเบียบนั้นขึ้นอ้างในชั้นอุทธรณ์หรือฎีกาได้
หากจำเลยยอมรับว่าลายเซ็นในเอกสารเป็นของตน แต่โต้แย้งข้อเท็จจริงอื่นเกี่ยวกับเอกสารนั้น ศาลย่อมรับฟังพยานหลักฐานอื่นเพื่อพิสูจน์ข้อเท็จจริงนั้นได้
ย่อคำพิพากษา
โจทก์มิได้ระบุอ้างเอกสารสัญญากู้เป็นพยานไว้ แต่ได้ส่งต้นฉบับสัญญากู้ต่อศาลในการพิจารณา ศาลชั้นต้นสั่งรับไว้เป็นเอกสารในสำนวน ดังนี้ เป็นการไม่ปฏิบัติตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งว่าด้วยการอ้างและยื่นหรือส่งเอกสาร เป็นการพิจารณาผิดระเบียบจำเลยอาจยกขึ้นคัดค้านได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 27 แต่ต้องร้องคัดค้านเสียก่อน 8 วันนับแต่ได้ทราบเรื่องผิดระเบียบ และก่อนที่จะมีคำพิพากษา จำเลยเพิ่งยกขึ้นคัดค้านในชั้นอุทธรณ์ฎีกาย่อมไม่ได้
จำเลยรับว่าลายเซ็นในช่องผู้กู้ในสัญญากู้ที่โจทก์ส่งต้นฉบับต่อศาลเป็นของจำเลยคงโต้เถียงตามที่ให้การต่อสู้ว่าไม่ได้กู้เงินโจทก์ สัญญากู้เป็นเอกสารปลอม จึงต้องฟังจากคำพยานหลักฐานอื่นต่อไป ไม่ต้องห้ามมิให้รับฟังพยานบุคคล
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องจำเลยขอให้ศาลบังคับใช้เงินกู้และดอกเบี้ยรวม ๒๐,๒๕๐ บาท
จำเลยให้การว่า ไม่ได้กู้และทำสัญญากู้ให้โจทก์ สัญญากู้ตามฟ้อง เป็นสัญญาปลอม ฯลฯ
ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยใช้เงินตามฟ้อง
จำเลยอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
จำเลยฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยข้อกฎหมายไว้ว่าการที่โจทก์มิได้ระบุอ้างเอกสารสัญญากู้เป็นพยานไว้ แต่ได้ส่งต้นฉบับสัญญากู้ต่อศาลในการพิจารณาและศาลชั้นต้นสั่งรับไว้เป็นเอกสารในสำนวน เป็นการไม่ปฏิบัติตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งว่าด้วยการอ้างและยื่นหรือส่งเอกสาร เป็นการพิจารณาผิดระเบียบ จำเลยอาจยกขึ้นคัดค้านได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๒๗ แต่ต้องร้องคัดค้านเสียก่อน ๘ วันนับแต่ได้ทราบเรื่องผิดระเบียบ และก่อนที่จะมีคำพิพากษา จำเลยเพิ่งจะยกขึ้นคัดค้านในชั้นอุทธรณ์ฎีกาย่อมไม่ได้ นอกจากนี้ได้ความว่า โจทก์รับรองว่าเอกสารฉบับนี้เป็นสัญญากู้ที่ถูกต้อง จำเลยได้ดูเอกสารฉบับนี้ก็รับว่าลายเซ็นในช่องผู้กู้เป็นของจำเลย คงโต้เถียงตามที่ให้การต่อสู้ว่าไม่ได้กู้เงินโจทก์และสัญญากู้เป็นสัญญาปลอม ในข้อที่ว่าจะมีการกู้กันจริงหรือไม่ต้องฟังจากคำพยานและหลักฐานอื่นต่อไป ไม่ต้องห้ามมิให้รับฟังพยานบุคคลอย่างใด
ส่วนข้อเท็จจริงนั้นศาลฎีกาฟังว่า จำเลยกู้เงินโจทก์ไปจริง
พิพากษายืน
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 288/2513
นายคำผุ เมืองฮามพันธ์ โจทก์
นายสนั่น ศรีจันทร์ จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นายคำผุ เมืองฮามพันธ์ · จำเลย - นายสนั่น ศรีจันทร์ |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | เสลา หัมพานนท์ · ศิริ มลิลา · เฉลิม ทัตภิรมย์ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดอุดร - นายพนม พ่วงภิญโญ · ศาลอุทธรณ์ - นายธำรง สุนทรกุล ณ ชลบุรี |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา