⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1897/2518

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1897/2518

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เมื่อจำเลยยื่นฎีกาและศาลมีคำสั่งให้จำเลยนำส่งสำเนาฎีกาให้โจทก์ภายในกำหนดเวลา ถือว่าจำเลยทราบคำสั่งแล้ว หากจำเลยไม่ดำเนินการภายในกำหนดเวลาดังกล่าว ให้ถือว่าจำเลยทิ้งฟ้องฎีกา

ย่อคำพิพากษา

ศาลชั้นต้นสั่งรับฎีกาของจำเลย และสั่งให้โจทก์ (น่าจะเป็นจำเลย) นำส่งสำเนาฎีกาให้โจทก์ภายใน 7 วัน ไม่ปรากฏว่ามีผู้ใดฝ่ายจำเลยเซ็นทราบคำสั่งนี้ ต่อมาอีก 1 เดือนเศษ จำเลยยังไม่นำส่งสำเนาฎีกา ดังนี้ เมื่อแบบพิมพ์ท้ายฎีกามีข้อความว่า "ฯลฯ และรอฟังคำสั่งอยู่ ถ้าไม่รอถือว่าทราบแล้ว" และศาลชั้นต้นได้มีคำสั่งดังกล่าวในวันที่จำเลยยื่นฎีกานั้นเอง จึงต้องถือว่าจำเลยได้ทราบคำสั่งนั้นแล้ว แม้ศาลชั้นต้นจะสั่งผิดพลาดไป ควรจะสั่งว่า "ให้จำเลยนำส่งสำเนาฎีกาให้โจทก์" ก็ตาม แต่ผู้ที่ทราบคำสั่งก็ย่อมจะทราบได้ว่าตามคำสั่งนั้นหมายถึงให้จำเลยนำส่งสำเนาฎีกานั่นเอง เพราะจำเลยเป็นผู้ฎีกา เมื่อจำเลยมิได้นำส่งสำเนาฎีกาให้โจทก์ภายในเวลาที่ศาลชั้นต้นกำหนดเช่นนี้ จำเลยจึงทิ้งฟ้องฎีกา ศาลฎีกาจำหน่ายคดีเสียจากสารบบความ

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.67 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.70 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.132 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.174

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์ทั้งสองและจำเลยเป็นบุตรนางเล็ก ศรีประทีป ซึ่งถึงแก่กรรมไปแล้ว ก่อนถึงแก่กรรมนางเล็กได้แจ้งความประสงค์ว่า ต้องการให้จัดการทำศพของตนตามประเพณีไทย ห้ามนำศพเก็บไว้ในฮวงซุ้ย โจทก์จึงเก็บศพนางเล็กไว้ที่วัดอนงค์คารามเพื่อจัดการตามประเพณี แต่จำเลยกลับเอาศพนางเล็กไปเก็บไว้ที่บ้านจำเลย จังหวัดนครปฐม เพื่อบรรจุไว้ในฮวงซุ้ย เป็นการขัดต่อความประสงค์ของผู้ตายและโต้แย้งสิทธิของโจทก์ ขอให้พิพากษาว่าโจทก์มีอำนาจหน้าที่ทำศพนางเล็กและให้จำเลยนำศพนางเล็กไปเก็บไว้ที่วัดอนงค์คาราม กรุงเทพมหานคร เพื่อโจทก์จะได้จัดการทำศพต่อไป ศาลชั้นต้นสั่งรับฟ้องไว้ แต่เห็นว่าไม่จำต้องดำเนินกระบวนพิจารณาต่อไป พิพากษาว่าฟ้องของโจทก์ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๑๗๓ (๑) เพราะโจทก์เคยฟ้องจำเลยว่าเอาศพนางเล็กไปจากวัดอนงค์คารามครั้งหนึ่งแล้ว ปรากฏตามคดีแพ่งหมายเลขแดงที่ ๗๒/๒๕๑๗ ของศาลชั้นต้น และโจทก์ไม่มีสิทธิหน้าที่จัดการศพตามกฎหมายให้ยกฟ้อง โจทก์ทั้งสองอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาให้ยกคำพิพากษาศาลชั้นต้น ให้ศาลชั้นต้นดำเนินกระบวนพิจารณาต่อไป แล้วพิพากษาใหม่ตามรูปคดี จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งรับฎีกาและสั่งให้โจทก์ (น่าจะเป็นจำเลย) นำส่งสำเนาฎีกาให้โจทก์ภายใน ๗ วัน ไม่ปรากฏว่ามีผู้ใดฝ่ายจำเลยเซ็นทราบคำสั่งนี้ ต่อมาอีก ๑ เดือนเศษ จ่าศาลได้รายงานให้ผู้พิพากษาศาลชั้นต้นทราบว่า จำเลยยังไม่นำส่งสำเนาฎีกา ศาลชั้นต้นจึงส่งสำนวนมายังศาลฎีกาเพื่อพิจารณาต่อไป ศาลฎีกาเห็นว่า แบบพิมพ์ท้ายฎีกามีข้อความว่า "ฯลฯ และรอฟังคำสั่งอยู่ ถ้าไม่รอให้ถือว่าทราบแล้ว" และปรากฏว่าศาลชั้นต้นได้มีคำสั่งดังกล่าวข้างต้นในวันที่จำเลยยื่นฎีกานั่นเอง จึงต้องถือว่าจำเลยได้ทราบคำสั่งนั้นแล้ว แม้ศาลชั้นต้นจะสั่งว่า "ให้โจทก์นำส่งสำเนาฎีกาให้โจทก์" ซึ่งผิดพลาดไป ควรจะสั่งว่า "ให้จำเลยนำส่งสำเนาฎีกาให้โจทก์" ก็ตาม แต่ผู้ที่ทราบคำสั่งก็ย่อมจะทราบได้ว่าตามคำสั่งนั้นหมายถึงให้จำเลยนำส่งสำเนาฎีกานั่นเอง เพราะจำเลยเป็นผู้ฎีกา เมื่อจำเลยมิได้นำส่งสำเนาฎีกาให้โจทก์ภายในเวลาตามที่ศาลชั้นต้นกำหนดเช่นนี้ จำเลยจึงทิ้งฟ้องฎีกา ให้จำหน่ายคดีเสียจากสารบบความ. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1897/2518 นางสุมน สังสิทธิ์ ที่ 1 กับพวกรวม 2 คน โจทก์ นางซิวกี่ ธนศิลป์ ล.

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นางสุมน สังสิทธิ์ ที่ 1 กับพวกรวม 2 คน · ล. - นางซิวกี่ ธนศิลป์
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)บัญญัติ สุชีวะ · เดช วุฒิสิงห์ชัย · ผสม จิตรชุ่ม
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดนครปฐม - นายประศาสน์ ธำรงกาญกาจน์ · ศาลอุทธรณ์ - นายชุบ วีระเวคิน
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 3966/2551ฎีกา 4326/2540ฎีกา 6025/2538ฎีกา 3914/2531ฎีกา 2245/2535ฎีกา 2018/2548ฎีกา 1874/2519ฎีกา 1337/2533ฎีกา 393/2536ฎีกา 12569/2547ฎีกา 1117/2527ฎีกา 8366/2557ฎีกา 407/2544ฎีกา 866/2518ฎีกา 1477/2500ฎีกา 469/2531ฎีกา 6472/2541ฎีกา 4762/2545ฎีกา 1574/2498ฎีกา 2627/2522ฎีกา 3474/2538ฎีกา 514/2499ฎีกา 392/2489ฎีกา 4470/2543
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา