⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1840-1841/2523

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1840-1841/2523

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ผู้รับโอนกรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินที่ให้เช่า ย่อมไม่จำต้องรับผิดในความเสียหายที่ผู้โอนได้ก่อไว้ต่อผู้เช่า เว้นแต่ความรับผิดนั้นจะเกิดจากการผิดสัญญาเช่า

ย่อคำพิพากษา

การที่จำเลยทั้งสามรับโอนกรรมสิทธิที่ดินจาก พ. ภายหลังที่ พ. ได้กระทำผิดสัญญาไม่รื้อถอนสิ่งปลูกสร้างบนที่ดินที่โจทก์เช่าเป็นเวลาหลายปี โดยไม่ปรากฏว่าได้มีข้อตกลงดังกล่าวขึ้นใหม่ ระหว่างจำเลยทั้งสามกับโจทก์ จำเลยทั้งสาม จึงไม่ได้กระทำผิดสัญญาข้อไม่ รื้อถอนสิ่งปลูกสร้าง บนที่ดินที่เช่าต่อโจทก์ และจำเลยทั้งสามผู้รับโอนกรรมสิทธิที่ดินที่ให้เช่าหาจำต้องรับเอาความรับผิดในความเสียหายต้องชดใช้ค่าสินไหมทดแทนที่หา พ. ผู้รับโอนได้มีอยู่ต่อโจทก์ เป็นของจำเลยด้วยตาม มาตรา 569 วรรคสองแห่ง ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ เพราะเหตุความรับผิดในความเสียหายดังกล่าวไม่ใช่หน้าที่ต้องปฏิบัติตามสัญญาเช่า

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.569 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.589

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า เมื่อวันที่ ๒๕ กรกฏาคม ๒๕๑๑ พ. ได้ทำสัญญาให้โจทก์เช่า ที่ดินเพื่อปลูกสร้างตึกแถว อาคารพาณิชย์ บังกาโล และสิ่งปลูกสร้างอย่างอื่น หาประโยชน์จากผู้เช่าช่วง ผู้ให้เช่าต้องจัดการให้รื้อถอนสิ่งปลูกสร้างออกจากที่เช่าภายใน ๒ ปี นับแต่วันทำสัญญาเช่า แต่ผู้ให้เช่ามิได้จัดการให้รื้อถอนออกไป เป็นการผิดสัญญา เป็นเหตุให้โจทก์ไม่ได้ปลูกสร้างตามโครงการ วันที่ ๕ กันยายน ๒๕๘๑๘ พ. ได้ขายฝากที่ดินพร้อมทั้งสิ่งปลูกสร้าง ทั้งหมดให้จำเลยที่ ๑ ที่ ๒ โดยจำเลยที่ ๑ ที่ ๒ ยอมปฏิบัติตามสัญญาเช่าทุกประการ ครบกำหนดขายฝากไม่มีการไถ่ถอน ที่ดินจึงตกเป็นกรรมสิทธิ์ของจำเลยที่ ๑ ที่ ๒ วันที่ ๘ พฤษภาคม ๒๕๒๑ จำเลยที่ ๑ ที่ ๒ ขายที่ดินพร้อมทั้งสิ่งปลูกสร้างให้จำเลยที่ ๓ โดยผู้ซื้อยอมปฏิบัติตามสัญญาเช่าทุกประการ เช่นกัน เมื่อ พ. ผู้โอนได้กระทำผิดสัญญาที่เช่าต่อโจทก์ จำเลยที่ ๑ ที่ ๒ และที่ ๓ ผู้รับโอนจึงต้องรับเอาหนี้หรือความรับผิดตามสัญญาเช่าจาก พ. มาชำระให้โจทก์ด้วย จำเลยที่ ๑ ที่ ๒ ที่ ๓ มิได้ปฏิบัติการให้ถูกต้องตามสัญญาเช่ากับโจทก์ โจทก์จึงขอเรียกค่าสินไหมทดแทน คือค่าขาดประโยชน์กำไรที่ควรจะได้จากสิ่งปลูกสร้าง ขอให้บังคับจำเลยที่ ๑ ที่ ๒ และที่ ๓ ร่วมกันหรือแทนกันชำระค่าสินไหมทดแทนแก่โจทก์ จำเลยทั้งสามให้การว่า จำเลยที่ ๑ ที่ ๒ ที่ ๓ ยอมปฏิบัติตามสัญญาเช่า พ. ผู้ให้เช่าได้ขับไล่ ผู้เช่าเดิม ออกจากที่ดินด้านเหนือเสร็จภายใน ๒ ปี แต่โจทก์ละเลยไม่สร้างอาคารพาณิชย์ในที่ดินด้านเหนือ ไม่จัดทำแบบแปลนสิ่งปลูกสร้างเพื่อขอความเห็นชอบจากผู้ให้เช่า เป็นการฝ่าฝืนสัญญาเช่า พ. ได้เตือนโจทก์ แล้วก็ไม่ปฏิบัติตาม โจทก์เป็นฝ่ายผิดสัญญา ไม่มีสิทธิเรียกค่าสินไหมทดแทนจาก พ. หาก พ. เป็นฝ่ายผิดสัญญา โจทก์จะต้องฟ้องเรียกค่าเสียหาย จาก พ. จะฟ้องเรียกค่าเสียหายจากจำเลยที่ ๑ ที่ ๒ ที่ ๓ ไม่ได้ ขอให้ยกฟ้อง ในวันชี้สองสถานคู่ความแถลงรับข้อเท็จจริงกัน ศาลชั้นต้นเห็นว่า ข้อเท็จจริงตามคำฟ้อง คำให้การ และคำแถลงของคู่ความ คดีพอวินิจฉัยได้ ให้งดสืบพยานของคู่ความทุกฝ่าย แล้วพิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์คำพิพากษาศาลชั้นต้นที่ให้งดสืบพยานและขอให้คืนค่าขึ้นศาลชั้นต้นเรียกเกินอัตราที่กฎหมายกำหนด ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้ให้ศาลชั้นต้นคืนค่าขึ้นศาลส่วนที่เกินแก่โจทก์ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คำฟ้อง ของโจทก์กล่าวไว้โดยชัดแจ้งว่า พ. ผู้ให้เช่าไม่ได้จัดการให้รื้อถอนสิ่งปลูกสร้างบนที่ดินให้หมดภายใน ๒ ปี นับแต่วันทำสัญญาเช่าวันที่ ๒๕ กรกฎาคม ๒๕๑๑ เป็นการผิดสัญญา เห็นว่า โจทก์ถือว่า พ. ได้เป็นผู้ผิดสัญญาไม่ปฏิบัติตามข้อตกลงเรื่องรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างบนที่ดินที่เช่าต่อโจทก์แล้ว ในกรณีเช่นนี้หากโจทก์ได้รับความเสียหาย โจทก์ก็ชอบที่จะฟ้องเรียกค่าสินไหมทดแทนจาก พ. ได้ แต่ โจทก์หาฟ้อง พ. ไม่ กลับฟ้องจำเลยทั้งสามให้ร่วมกันรับผิดชดใช้ค่าสินไหมทดแทน เมื่อการที่จำเลยทั้งสามรับโอนกรรมสิทธิที่ดินภายหลังที่โจทก์กล่าวในฟ้องว่า พ. ได้กระทำผิดสัญญาไม่รื้อถอนสิ่งปลูกสร้างบนที่ดินที่โจทก์เช่าเป็นเวลาหลายปี โดยไม่ปรากฏว่าได้มีข้อตกลงดังกล่าวขึ้นใหม่ ระหว่างจำเลยทั้งสามกับโจทก์ จำเลยทั้งสาม จึงไม่ได้กระทำผิดสัญญาข้อไม่ รื้อถอนสิ่งปลูกสร้าง บนที่ดินที่เช่าต่อโจทก์ และจำเลยทั้งสามผู้รับโอนกรรมสิทธิที่ดินที่ให้เช่าหาจำต้องรับเอาความรับผิดในความเสียหายต้องชดใช้ค่าสินไหมทดแทนที่หาก พ. ผู้รับโอนได้มีอยู่ต่อโจทก์ เป็นของจำเลยด้วยตาม มาตรา ๕๖๙ วรรคสองแห่ง ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์แต่อย่างใดไม่ เพราะเหตุความรับผิดในความเสียหายดังกล่าวไม่ใช่หน้าที่ต้องปฏิบัติตามสัญญาเช่า ไม่จำเป็นต้องสืบพยานโจทก์จำเลยอีก พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1840 - 1841/2523 นายเทียวป้อ แซ่ตังหรือ นายบุรินทร์ บุริสตระกูล โจทก์ นายบัญชา พนมธรนิจกุล กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายเทียวป้อ แซ่ตังหรือ นายบุรินทร์ บุริสตระกูล · จำเลย - นายบัญชา พนมธรนิจกุล กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)จินดา บุญศิริ · โสพิทย์ คังคะเกตุ · พิศิษฏ์ เทศะบำรุง
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดขอนแก่น - นายพรชัย สมรรถวิทยาเวช · ศาลอุทธรณ์ - นายสุพจน์ นาถะพินธุ
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 698/2540ฎีกา 835/2499ฎีกา 2725/2532ฎีกา 442/2496ฎีกา 2465/2515ฎีกา 46-48/2522ฎีกา 461/2552ฎีกา 4511/2529ฎีกา 1430-1432/2510ฎีกา 1325/2506ฎีกา 1101/2518ฎีกา 3249/2531ฎีกา 3819/2545ฎีกา 120/2506ฎีกา 1990/2552ฎีกา 322/2519ฎีกา 70/2522ฎีกา 3234/2516ฎีกา 163/2518ฎีกา 7331/2537ฎีกา 1349/2506ฎีกา 234/2538ฎีกา 4099/2534ฎีกา 3359/2530
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา