⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 4477/2530

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4477/2530

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่ศาลอุทธรณ์รับวินิจฉัยปัญหาข้อเท็จจริงในคดีที่ศาลชั้นต้นลงโทษปรับไม่เกิน 100 บาท ถือว่าไม่ชอบด้วยกฎหมาย หากศาลชั้นต้นไม่ได้สอบถามจำเลยว่าเป็นบุคคลเดียวกับที่ขอให้นับโทษต่อหรือไม่ จะไม่สามารถนับโทษต่อให้จำเลยได้

ย่อคำพิพากษา

ในข้อหาที่ศาลชั้นต้นลงโทษปรับ 100 บาทนั้น ต้องห้ามมิให้อุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 193 ทวิ การที่ศาลอุทธรณ์รับวินิจฉัยปัญหาข้อเท็จจริงให้จึงเป็นการไม่ชอบ ศาลฎีกาต้องยกคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ เมื่อจำเลยให้การปฏิเสธฟ้องโจทก์และศาลชั้นต้นไม่ได้สอบถามจำเลยว่าเป็นบุคคลคนเดียวกับที่โจทก์ขอให้นับโทษต่อหรือไม่จึงนับโทษต่อให้ไม่ได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.172 ประมวลกฎหมายอาญา ม.22

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๓๙, ๓๑๐, ๓๗๑, ๘๓ และให้จำเลยคืนหรือใช้ราคาทรัพย์แก่ผู้เสียหาย ริบของกลางและนับโทษจำเลยต่อจากโทษในคดีอาญาของศาลชั้นต้น จำเลยให้การปฏิเสธ (ศาลชั้นต้นไม่ได้สอบถามจำเลยว่าเป็นบุคคลเดียวกับที่โจทก์ขอให้นับโทษต่อหรือไม่) ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๗๑ ปรับ ๑๐๐ บาท และตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๓๙ วรรคสาม, ๓๑๐ ลงโทษตามมาตรา ๓๓๙ วรรคสาม ซึ่งเป็นบทหนักจำคุก ๑๕ ปี รวมจำคุก ๑๕ ปี ปรับ ๑๐๐ บาท ริบของกลาง ให้จำเลยคืนหรือใช้ราคาทรัพย์แก่ผู้เสียหายนับโทษจำเลยต่อจากโทษในคดีอาญาของศาลชั้นต้น จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธณ์พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๗๑ เพียงกระทงเดียว ข้อหาอื่นให้ยกฟ้อง นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อหาฐานพาอาวุธนั้น ศาลชั้นต้นลงโทษปรับ ๑๐๐ บาท จึงต้องห้ามมิให้อุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๑๙๓ ทวิ ที่ศาลอุทธรณ์รับวินิจฉัยอุทธรณ์ของจำเลยในปัญหาข้อเท็จจริงสำหรับข้อหาฐานพาอาวุธให้ด้วย ย่อมเป็นการไม่ชอบ และข้อหาฐานชิงทรัพย์และหน่วงเหนี่ยวหรือกักขังทำให้ผู้อื่นปราศจากเสรีภาพในร่างกาย ข้อเท็จจริงยังฟังไม่ได้ว่าจำเลยกระทำผิดหรือไม่ สมควรยกประโยชน์แห่งความสงสัยให้จำเลยตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๒๒๗ แต่ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนให้นับโทษจำเลยคดีนี้ต่อจากโทษคดีอื่นของศาลชั้นต้นนั้น ปรากฏว่าคดีนี้จำเลยให้การปฏิเสธฟ้องโจทก์ เมื่อศาลชั้นต้นไม่ได้สอบถามจำเลยว่าเป็นบุคคลเดียวกับที่โจทก์ขอให้นับโทษต่อหรือไม่ จึงนับโทษต่อให้ไม่ได้ พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ในข้อหาความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๗๑ คงให้บังคับคดีสำหรับความผิดในข้อหานี้ไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น และให้ยกคำขอในส่วนที่เกี่ยวกับนับโทษต่อ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4477/2530 พนักงานอัยการประจำศาลจังหวัดสีคิ้ว โจทก์ นายแมน แยมแสงสังข์ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการประจำศาลจังหวัดสีคิ้ว · จำเลย - นายแมน แยมแสงสังข์
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)เฉลิม การปลื้มจิตต์ · วิฑูรย์ ตั้งตรงจิตต์ · ไมตรี กลั่นนุรักษ์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดสีคิ้ว - นายประดิษฐ์ สิงหทัศน์ · ศาลอุทธรณ์ - นายเสมอ อินทรศักดิ์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 410/2488ฎีกา 4333/2560ฎีกา 1073/2480ฎีกา 529/2484ฎีกา 1901/2492ฎีกา 5387/2547ฎีกา 15690/2553ฎีกา 37/2488ฎีกา 88/2520ฎีกา 377-378/2516ฎีกา 5558/2534ฎีกา 7238/2553ฎีกา 336/2557ฎีกา 709/2491ฎีกา 1141/2515ฎีกา 2457/2530ฎีกา 3790/2527ฎีกา 1957/2515ฎีกา 1929/2567ฎีกา 5723-5724/2531ฎีกา 1249-1250/2492ฎีกา 2590/2524ฎีกา 127/2533ฎีกา 4411/2536
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา