⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1560/2531

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1560/2531

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่หน่วยงานหนึ่งมีอำนาจสอบสวนคดีอาญาทั่วราชอาณาจักรอยู่แล้ว การวางระเบียบภายในเพื่อแบ่งแยกความรับผิดชอบในการสอบสวน ไม่ทำให้การสอบสวนที่ได้รับอนุญาตภายหลังเสียไปซึ่งความชอบด้วยกฎหมาย

ย่อคำพิพากษา

ตามประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง กำหนดหน่วยงานฯให้กองปราบปรามมีเขตอำนาจรับผิดชอบในความผิดอาญาทั่วราชอาณาจักร ดังนี้ พันตำรวจเอก ส. ซึ่งรับราชการประจำกองปราบปรามจึงมีอำนาจสอบสวนคดีอาญาที่เกิดขึ้นในกรุงเทพมหานครอยู่แล้วตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 18 การที่กรมตำรวจวางระเบียบว่ากองปราบปรามจะสอบสวนความผิดอาญาได้ต่อเมื่อได้รับคำสั่งหรืออนุญาตจากอธิบดีกรมตำรวจหรือรองอธิบดีกรมตำรวจหรือผู้ช่วยอธิบดีกรมตำรวจหรือผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ก็เพื่อเป็นการแบ่งแยกความรับผิดชอบในการสอบสวนคดีเท่านั้นเมื่อพันตำรวจเอก ส. ได้รับอนุญาตให้เป็นพนักงานสอบสวนผู้รับผิดชอบคดีนี้แล้ว แม้จะได้รับอนุญาตภายหลัง การสอบสวนตั้งแต่ต้นก็เป็นการสอบสวนที่ชอบด้วยกฎหมาย

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.18

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยออกเช็คพิพาทโดยเจตนาที่จะไม่ให้มีการใช้เงินตามเช็คออกเช็คให้ใช้เงินมีจำนวนสูงกว่าจำนวนเงินที่มีอยู่ในบัญชีอันจะพึงให้ใช้เงินได้ในขณะที่ออกเช็ค และห้ามธนาคารมิให้ใช้เงินตามเช็คนั้นโดยเจตนาทุจริต ขอให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. 2497มาตรา 3 จำเลยให้การปฏิเสธ นางกรรณิการ์ สังสิทธิวงศ์ ผู้เสียหาย ขอเข้าเป็นโจทก์ร่วมกับพนักงานอัยการ ศาลชั้นต้นอนุญาต ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. 2497 มาตรา 3(1)(3)และ (5) จำคุก 1 ปี จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "คงมีปัญหาข้อกฎหมายตามฎีกาของจำเลยแต่เพียงว่าพนักงานสอบสวนทำการสอบสวนโดยชอบหรือไม่ จำเลยฎีกาว่าพันตำรวจเอกสมพงษ์ บุญธรรม พนักงานสอบสวนกองกำกับการ 1กองปราบปราม ได้รับแจ้งความร้องทุกข์และได้ทำการสอบสวนไปบ้างแล้วจึงขออนุญาตทำการสอบสวนต่อผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลางการสอบสวนก่อนที่จะได้รับอนุญาตจากผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลางที่พันตำรวจเอกสมพงษ์ บุญธรรม สอบสวนไปนั้น จึงเป็นการไม่ชอบถือว่าไม่มีการสอบสวน พนักงานอัยการจึงไม่มีอำนาจฟ้อง เห็นว่าประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 2(6) บัญญัติไว้ว่าบัญญัติไว้ว่า "พนักงานสอบสวนหมายความถึงเจ้าพนักงานซึ่งกฎหมายให้มีอำนาจและหน้าที่ทำการสอบสวน" และมาตรา 18 วรรคสองบัญญัติไว้ว่า "สำหรับในจังหวัดพระนครและจังหวัดธนบุรีให้ข้าราชการตำรวจซึ่งมียศตั้งแต่ชั้นนายร้อยตำรวจตรีหรือเทียบเท่านายร้อยตำรวจตรีขึ้นไป มีอำนาจสอบสวนความผิดอาญาซึ่งได้เกิดหรืออ้าง หรือเชื่อว่าได้เกิดภายในเขตอำนาจของตนหรือผู้ต้องหามีที่อยู่หรือถูกจับภายในเขตอำนาจของตนได้"คดีนี้ปรากฏว่าเหตุเกิดที่แขวงบ้านช่างหล่อ เขตบางกอกน้อยและแขวงวัดท่าพระ เขตบางกอกใหญ่ กรุงเทพมหานคร เกี่ยวพันกันขณะสอบสวนคดีนี้ พันตำรวจเอกสมพงษ์ บุญธรรม รับราชการประจำกองกำกับการ 1 กองปรามปราม ซึ่งตามประกาศกระทรวงมหาดไทยประกาศ ณ วันที่ 5 ตุลาคม 2515 โดยอาศัยอำนาจตามความในมาตรา 6แห่งพระราชกฤษฎีกาแบ่งส่วนราชการกรมตำรวจ กระทรวงมหาดไทยพ.ศ. 2508 ออกประกาศเรื่อง กำหนดหน่วยงาน เขตอำนาจการรับผิดชอบและเขตพื้นที่การปกครองของหน่วยราชการในกรมตำรวจ ข้อ 8 กำหนดว่า"กองปราบปรามมีเขตอำนาจการรับผิดชอบในการปฏิบัติหน้าที่ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาและตามบทกฎหมายอื่น อันเกี่ยวกับความผิดคดีอาญาทั้งหลายทั่วราชอาณาจักร" ดังนี้ พันตำรวจเอกสมพงษ์บุญธรรม จึงมีอำนาจสอบสวนคดีนี้อยู่แล้วตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 18 แต่ที่กรมตำรวจวางระเบียบไว้ว่า"กองปราบปรามและกองตำรวจสันติบาลจะทำการสอบสวนความผิดอาญาได้ต่อเมื่อได้รับคำสั่งหรืออนุญาตจากอธิบดีกรมตำรวจหรือรองอธิบดีกรมตำรวจหรือผู้ช่วยอธิบดีกรมตำรวจหรือผู้บัญชาการตำรวจสอบสวน" นั้น ก็เพื่อเป็นการแบ่งแยกความรับผิดชอบในการสอบสวนคดีมิให้สับสนกับอำนาจของพนักงานสอบสวนท้องที่เกิดเหตุซึ่งเป็นเรื่องภายในของกรมตำรวจ ดังนั้น เมื่อพันตำรวจเอกสมพงษ์บุญธรรม ได้รับอนุญาตให้เป็นพนักงานสอบสวนผู้รับผิดชอบคดีนี้แล้วแม้จะได้รับอนุญาตภายหลังจากที่ได้ทำการสอบสวนไปบ้างแล้วการสอบสวนตั้งแต่ต้นก็เป็นการสอบสวนที่ชอบด้วยกฎหมายพนักงานอัยการจึงมีอำนาจฟ้อง ฎีกาของจำเลยฟังไม่ขึ้น" พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1560/2531 พนักงานอัยการ กรมอัยการ โจทก์ โจทก์ร่วม โจทก์ นาง กรรณิการ์ สัง สิทธิ วงศ์ โจทก์ นาง วราภรณ์ พงศ์ สุวรรณ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการ กรมอัยการ · โจทก์ - โจทก์ร่วม · โจทก์ - นาง กรรณิการ์ สัง สิทธิ วงศ์ · จำเลย - นาง วราภรณ์ พงศ์ สุวรรณ
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)เสงี่ยม ทวีชัยการ · สุชาติ จิวะชาติ · สมศักดิ์ จูสวัสดิ์
แหล่งที่มาสำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 300/2501ฎีกา 649-650/2486ฎีกา 1915/2529ฎีกา 9239/2547ฎีกา 13537/2553ฎีกา 1093/2482ฎีกา 1401/2519ฎีกา 236/2518ฎีกา 1754-1755/2523ฎีกา 1103-1104/2496ฎีกา 825/2486ฎีกา 286-287/2491ฎีกา 4591/2553ฎีกา 1272-1273/2494ฎีกา 5982/2550ฎีกา 1742/2520ฎีกา 471/2488ฎีกา 1340/2492ฎีกา 2803/2554ฎีกา 2670/2535ฎีกา 1010/2508ฎีกา 105/2534ฎีกา 2994/2536ฎีกา 1264/2481
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ