⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 822/2534

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 822/2534

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เมื่อมีการโอนกรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินที่เช่า ผู้รับโอนย่อมรับไปทั้งสิทธิและหน้าที่ของผู้โอนตามสัญญาเช่า และการบอกเลิกสัญญาเช่าโดยส่งหนังสือไปยังผู้เช่า ณ สถานที่เช่านั้น แม้ผู้เช่าไม่ยอมรับ ก็ถือว่าได้บอกเลิกสัญญาเช่าโดยชอบแล้ว.

ย่อคำพิพากษา

โจทก์ได้รับโอนห้องพิพาทมาจากมารดาโดยจำเลยเป็นผู้เช่าอยู่ในขณะโอน โจทก์จึงรับโอนไปทั้งสิทธิและหน้าที่ตามสัญญาเช่า ตาม ป.พ.พ. มาตรา 569 วรรคสอง โจทก์ได้ส่งหนังสือบอกเลิกการเช่าไปยังจำเลย ณ ห้องพิพาทแล้วแต่ส่งไม่ได้โดยมีหมายเหตุการนำจ่ายไปรษณียภัณฑ์แจ้งเหตุขัดข้องว่าผู้รับไม่ยอมรับ จึงถือว่าได้มีการบอกเลิกการเช่าไปถึงจำเลยโดยชอบแล้ว.

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.130 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.569

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องและแก้ไขคำฟ้องว่า โจทก์มอบอำนาจให้นายไพโรจน์รัตแพทย์ ฟ้องคดีนี้ จำเลยเป็นผู้เช่า ตึกแถวเลขที่ 50 ถนนตีทองแขวงวัดราชบพิธ เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร ของโจทก์โดยไม่มีสัญญาเช่า กำหนดค่าเช่าเดือนละ 1,500 บาท ชำระทุกวันสิ้นเดือน จำเลยไม่ได้ชำระค่าเช่าให้โจทก์มาแต่เพือนพฤศจิกายน2525 โจทก์ไม่ประสงค์ให้จำเลยเช่าอีกต่อไป ได้บอกกล่าวเลิกการเช่าให้จำเลยและบริวารขนย้ายออกไปภายในกำหนด 15 วัน แต่จำเลยเพิกเฉย ขอให้ศาลบังคับให้ขับไล่จำเลยและบริวารออกไปจากตึแถวเลขที่ 50 ถนนตีทอง แขวงวัดราชบพิธ เขตพระนคร กรุงเทพมหานครของโจทก์ห้ามมิให้จำเลยและบริวารเข้าไปเกี่ยวข้อง ให้จำเลยชำระค่าเสียหายจนกว่าจำเลยและบริวารจะขนย้ายออกไปจากห้องดังกล่าว จำเลยให้การว่า โจทก์ไม่เคยมอบอำนาจให้นายไพโรจน์ รัตนแพทย์กระทำการแทนโจทก์ และโจทก์ไม่ได้รับอนุญาตจากสามีให้ฟ้องคดี จำเลยไม่เคยเช่าตึกพิพาทจากโจทก์ แต่จำเลยเช่าจากนางวาณี ล่ำซำ โดยมีคุณหญิงสร้อย ชวกิจบรรหาร หรือคุณหญิงสร้อย ร ป้อมเพ็ชร เป็นผู้แทนลงนามในสัญญาในฐานะผู้ให้เช่า อัตราค่าเช่าเดือนละ 120 บาทตั้งแต่ปี พ.ศ. 2504 ต่อมาปี 2525 ขึ้นค่าเช่าเป็นเดือนละ 150 บาทจำเลยไม่เคยรู้จักกับโจทก์ จำเลยไม่เคยติดค้างค่าเช่าตึกพิพาทในการชำระค่าเช่าเป็นหน้าที่ของผู้ให้เช่าจะต้องส่งคนมาเก็บทุกเดือน ศาลชั้นต้นพิพากษาให้ขับไล่จำเลยและบริวารออกไปจากห้องพิพาทเลขที่ 50 ถนนตีทอง แขวงราชบพิธ เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร ห้ามจำเลยและบริวารเกี่ยวข้องให้จำเลยชำระค่าเสียหายจนกว่าจะขนย้ายออกไปเสร็จสิ้น จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "พิเคราะห์แล้ว ข้อเท็จจริงฟังได้ว่าโจทก์ได้รับโอนที่ดินพร้อมห้องพิพาทมาจากนางวาณี ล่ำซำ มารดาจำเลยเป็นผู้เช่าห้องพิพาทอยู่ก่อนโจทก์ได้รับโอนห้องพิพาทมาเป็นกรรมสิทธิ์ ตามฎีกาข้อ 2.3 ข้อ 2.4 ข้อ 2.5 และ ข้อ 2.6 ซึ่งสรุปใจความได้ว่าจำเลยฎีกาในประเด็นว่า โจทก์ให้จำเลยเช่าห้องพิพาท และมีการบอกเลิกการเช่าแล้วหรือไม่ สำหรับเรื่องโจทก์ให้จำเลยเช่าห้องพิพาทหรือไม่นั้น ข้อเท็จจริงฟังได้โดยคู่ความไม่โต้แย้งกันว่าโจทก์ได้รับโอนห้องพิพาทมาจากมารดาโดยจำเลยเป็นผู้เช่าอยู่ในขณะโอน โจทก์จึงได้รับโอนไปทั้งสิทธิและหน้าที่ตามสัญญาเช่าตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 569 วรรคสอง ฎีกาของจำเลยว่าโจทก์มิใช่ผู้ให้จำเลยเช่าจึงฟังไม่ขึ้น ส่วนในปัญหาว่ามีการเลิกการเช่าแล้วหรือไม่นั้น โจทก์มีเอกสาร หมาย จ.5-จ.6 ซึ่งเป็นหนังสือบอกเลิกการเช่ากับซองจดหมายบรรจุหนังสือมาแสดงว่าโจทก์ได้ส่งหนังสือบอกเลิกการเช่าไปยังจำเลย ณ ห้องพิพาทนี้แล้ว มีหมายเหตุการนำจ่ายไปรษณียภัณฑ์แจ้งเหตุขัดข้องการส่งของที่ทำการไปรษณีย์ท้องที่ว่า ผู้รับไม่ยอมรับจึงถือว่าได้มีการบอกเลิกการเช่าไปถึงจำเลยโดยชอบแล้ว..." พิพากษายืน. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 822/2534 นาง สุมัณฑนา โมกขเวส โจทก์ นาง อำพัน ธุ์ ศรีวีระกุ ล จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นาง สุมัณฑนา โมกขเวส · จำเลย - นาง อำพัน ธุ์ ศรีวีระกุ ล
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)วิทวัส อยู่วัฒนา · บุญส่ง วรรณกลาง · ตัน เวทไว
แหล่งที่มาสำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 698/2540ฎีกา 3117/2535ฎีกา 835/2499ฎีกา 2725/2532ฎีกา 442/2496ฎีกา 2465/2515ฎีกา 46-48/2522ฎีกา 461/2552ฎีกา 4511/2529ฎีกา 923/2523ฎีกา 1430-1432/2510ฎีกา 1325/2506ฎีกา 1101/2518ฎีกา 3249/2531ฎีกา 3819/2545ฎีกา 4803/2533ฎีกา 120/2506ฎีกา 1990/2552ฎีกา 322/2519ฎีกา 70/2522ฎีกา 3234/2516ฎีกา 163/2518ฎีกา 7331/2537ฎีกา 1407/2513
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ