คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 9117/2538
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
คำสั่งไม่รับคำคู่ความของศาลชั้นต้นเป็นคำสั่งที่จำเลยมีสิทธิอุทธรณ์ได้ทันที แต่หากศาลชั้นต้นพิจารณาและพิพากษาคดีไปโดยจำเลยมิได้อุทธรณ์คำพิพากษาดังกล่าว คำพิพากษาของศาลชั้นต้นย่อมถึงที่สุด และการจะให้ศาลชั้นต้นทำการไต่สวนและมีคำสั่งรับหรือไม่รับคำคู่ความใหม่ ย่อมไม่อาจเปลี่ยนแปลงผลของคำพิพากษาที่ถึงที่สุดแล้วได้
ย่อคำพิพากษา
ศาลสั่งศาลชั้นต้นที่สั่งไม่รับคำให้การของจำเลย เป็นคำสั่งไม่รับคำคู่ความตาม ป.วิ.พ.มาตรา 18 จำเลยมีสิทธิอุทธรณ์ฎีกาได้ทันที ตามป.วิ.พ.มาตรา 228 (3)
ในระหว่างที่จำเลยอุทธรณ์คำสั่งไม่รับคำให้การ ศาลชั้นต้นได้ดำเนินการพิจารณาคดีต่อไป และศาลอุทธรณ์มิได้สั่งให้ศาลชั้นต้นงดการพิจารณาคดีไว้ก่อน ตาม ป.วิ.พ. 228 วรรคสอง จนศาลชั้นต้นพิจารณาและพิพากษาคดีไปโดยจำเลยมิได้อุทธรณ์คำพิพากษาของศาลชั้นต้นแต่อย่างใด คำพิพากษาของศาลชั้นต้นดังกล่าวจึงเสร็จเด็ดขาดถึงที่สุดแล้ว การที่จะให้ศาลชั้นต้นทำการไต่สวนและมีคำสั่งรับหรือไม่รับคำให้การใหม่ ไม่ว่าผลการไต่สวนจะเป็นประการใดย่อมไม่อาจจะทำให้ผลของคำพิพากษาซึ่งถึงที่สุดแล้วเปลี่ยนแปลงไปได้ อุทธรณ์ของจำเลยจึงไม่เป็นประโยชน์แก่คดี
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - บริษัท พี.พี.เอ็ม แฟชั่น จำกัด · จำเลย - นายสมพล พิเดช |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | สมชัย สายเชื้อ · สะสม สิริเจริญสุข · ชัยนาท พันตาวงศ์ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลแพ่ง - นายพิสิฐ ฐิติภัค · ศาลอุทธรณ์ - นายสำราญ สุชาติพงศ์ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา