คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4959/2541
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่คู่ความได้ตกลงทำสัญญาประนีประนอมยอมความและศาลพิพากษาตามยอมในคดีแพ่งเกี่ยวกับมูลหนี้ตามเช็ค ย่อมทำให้สิทธิในการนำคดีอาญามาฟ้องระงับไป
ย่อคำพิพากษา
ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่า มูลหนี้ตามเช็คที่โจทก์ฟ้องจำเลยเป็นมูลหนี้เดียวกันกับที่โจทก์ร่วมเป็นโจทก์ฟ้องจำเลยเป็นคดีแพ่งเรียกเงินตามเช็ค เมื่อโจทก์ร่วมและจำเลยตกลงทำสัญญาประนีประนอมยอมความกันในคดีแพ่ง และศาลได้พิพากษาตามยอมแล้วจึงทำให้มูลหนี้ตามเช็คสิ้นผลผูกพันก่อนศาลมีคำพิพากษาถึงที่สุด คดีจึงเลิกกันสิทธินำคดีอาญามาฟ้องจึงระงับไป ให้จำหน่ายคดีออกจากสารบบความ เมื่อศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ผลเท่ากับศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษายกฟ้องโจทก์ จึงต้องห้ามมิให้ฎีกาตาม ป.วิ.อ.มาตรา 220
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - พนักงานอัยการ สำนักงานอัยการสูงสุด · โจทก์ร่วม - นางสาวขจรรัตน์ พูนพานิช · จำเลย - นายเดชหรือสมชาติ ชัยสิทธิสมบูรณ์ |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ศิริชัย สวัสดิ์มงคล · อรรถนิติ ดิษฐอำนาจ · สุทิน ปัทมราชวิเชียร |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลแขวงดุสิต - นายภีม ธงสันติ · ศาลอุทธรณ์กลาง - นายกิติศักดิ์ กิติคุณไพโรจน์ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา