⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 4702/2543

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4702/2543

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การนับระยะเวลาหนึ่งปีเพื่อขอคืนของกลางตาม ป.อ. มาตรา 36 ให้เริ่มนับแต่วันที่คำพิพากษาถึงที่สุดตาม ป.วิ.พ. มาตรา 147 วรรคสอง ประกอบ ป.วิ.อ. มาตรา 15 โดยถือว่าคดีถึงที่สุดเมื่อสิ้นกำหนดระยะเวลาอุทธรณ์หรือฎีกาแล้วไม่มีฝ่ายใดอุทธรณ์หรือฎีกา

ย่อคำพิพากษา

ป.อ. มาตรา 36 บัญญัติให้เจ้าของทรัพย์ที่แท้จริงเสนอคำขอคืนของกลางต่อศาลภายในหนึ่งปีนับแต่วัน คำพิพากษาถึงที่สุด คำว่า "หนึ่งปีนับแต่วันคำพิพากษาถึงที่สุด" หมายถึงกำหนดระยะเวลา 1 ปี นับแต่คดีเรื่องนั้นถึงที่สุด โดยเริ่มนับเมื่อสิ้นกำหนดระยะเวลาอุทธรณ์หรือฎีกาแล้วไม่มีฝ่ายใดอุทธรณ์หรือฎีกาตาม ป.วิ.พ. มาตรา 147 วรรคสอง ประกอบด้วย ป.วิ.อ. มาตรา 15 มิใช่นับแต่วันที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งริบของกลางแล้วไม่มีฝ่ายใดอุทธรณ์ คดีนี้แม้จำเลยจะมิได้อุทธรณ์ในเรื่องริบของกลางแต่จำเลยยังอุทธรณ์เรื่องขอให้รอการลงโทษจำคุกอยู่ คดีจึงยังไม่ถึงที่สุด

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.15 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.147 ประมวลกฎหมายอาญา ม.36

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีสืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดตาม ป.อ. มาตรา ๓๓๕ (๑) (๗) (๘) (ที่ถูก มาตรา ๓๓๕ (๑) (๗) (๘) วรรคสอง), ๓๓๖ ทวิ จำคุกคนละ ๙ เดือน ริบรถจักรยานยนต์และถุงผ้าของกลาง ส่วนนกเขียวและกรงนกของกลางคืนเจ้าของ ศาลอุทธรณ์ภาค ๓ พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ปรับจำเลยทั้งสองคนละ ๒,๕๐๐ บาท อีกสถานหนึ่ง โทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้มีกำหนด ๓ ปี โดยคุมประพฤติจำเลยไว้ ไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตาม ป.อ. มาตรา ๒๙, ๓๐ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น ผู้ร้องยื่นคำร้อง ขอให้มีคำสั่งคืนรถจักรยานยนต์ของกลางแก่ผู้ร้อง โจทก์ยื่นคำคัดค้านว่า ผู้ร้องไม่ใช่เจ้าของรถจักรยานยนต์ของกลางและผู้ร้องรู้เห็นเป็นใจด้วยในการกระทำความผิด ขอให้ยกคำร้อง ศาลชั้นต้นไต่สวนคำร้องแล้วมีคำสั่งให้คืนรถจักรยานยนต์ของกลางแก่ผู้ร้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค ๙ พิพากษายืน โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาข้อแรกของโจทก์ว่า จำเลยยื่นคำร้องขอคืนของกลางเกินกำหนด ๑ ปี ตาม ป.อ. มาตรา ๓๖ หรือไม่ เห็นว่า ป.อ. มาตรา ๓๖ บัญญัติให้เจ้าของทรัพย์ที่แท้จริงเสนอคำขอต่อศาลภายในหนึ่งปีนับแต่วันคำพิพากษาถึงที่สุด คำว่า "หนึ่งปีนับแต่คำพิพากษาถึงที่สุด" หมายถึง กำหนดระยะเวลา ๑ ปี นับแต่คดีเรื่องนั้นถึงที่สุด โดยเริ่มนับเมื่อสิ้นกำหนดระยะเวลาอุทธรณ์หรือฎีกาแล้วไม่มีฝ่ายใดอุทธรณ์หรือฎีกา ตาม ป.วิ.พ. มาตรา ๑๔๗ วรรคสอง ประกอบด้วย ป.วิ.อ. มาตรา ๑๕ มิใช่นับแต่วันที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งริบของกลาง แล้วไม่มีฝายใดอุทธรณ์ดังที่โจทก์ฎีกา คดีนี้แม้จำเลยจะมิได้อุทธรณ์ในเรื่องริบของกลางแต่จำเลยยังอุทธรณ์เรื่องขอให้ รอการลงโทษจำคุกอยู่ คดีจึงยังไม่ถึงที่สุด เมื่อข้อเท็จจริงได้ความว่า ศาลชั้นต้นอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค ๙ วันที่ ๒๘ กรกฎาคม ๒๕๔๐ โจทก์และจำเลยมิได้ฎีกา คดีจึงถึงที่สุดเมื่อวันที่ ๒๘ สิงหาคม ๒๕๔๐ การที่ผู้ร้องร้องขอคืนของกลางเมื่อวันที่ ๒๗ กรกฎาคม ๒๕๔๑ จึงเป็นการร้องขอต่อศาลภายใน ๑ ปี ตาม ป.อ. มาตรา ๓๖ ฎีกาข้อนี้ของโจทก์ ฟังไม่ขึ้น? พิพากษายืน . ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4702/2543 พนักงานอัยการจังหวัดตรัง โจทก์ ห้างหุ้นส่วนจำกัด ตรัง เอส ที กลการ ผู้ร้อง นายดม สังกาญจน์หรือสั่งการ กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดตรัง · ผู้ร้อง - ห้างหุ้นส่วนจำกัด ตรัง เอส ที กลการ · จำเลย - นายดม สังกาญจน์หรือสั่งการ กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ม.ล.ไกรฤกษ์ เกษมสันต์ · อภิศักดิ์ พรวชิราภา · ยงยศ นิสภัครกุล
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดตรัง - นายพิสุทธิ์ สุวบุญประภัทร์ · ศาลอุทธรณ์ภาค 9 - นายสมพันธ์ พันธุสิริ
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 99/2541ฎีกา 2918/2522ฎีกา 3345/2535ฎีกา 1305/2547ฎีกา 1022/2551ฎีกา 651/2507ฎีกา 230/2510ฎีกา 4046/2536ฎีกา 913/2538ฎีกา 1416-1418/2508ฎีกา 7988/2551ฎีกา 2186/2550ฎีกา 164/2553ฎีกา 185/2566ฎีกา 6911/2544ฎีกา 7937/2538ฎีกา 222/2468ฎีกา 1979/2521ฎีกา 3604/2533ฎีกา 6321/2544ฎีกา 235/2540ฎีกา 3329/2550ฎีกา 269/2537ฎีกา 2234/2535
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา