⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1611/2547

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1611/2547

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
หากบิดามารดาไม่สามารถดูแลเด็กได้ตามสมควร ศาลอาจใช้ดุลพินิจกำหนดวิธีการสำหรับเด็กตาม ป.อ. มาตรา 74 (2) ได้ แม้ว่าเด็กจะอยู่ในความดูแลของบิดามารดาแล้วก็ตาม

ย่อคำพิพากษา

การใช้วิธีการสำหรับเด็กตาม ป.อ. มาตรา 74 (2) เป็นกรณีที่ศาลเห็นว่าบิดามารดาสามารถดูแลเด็กนั้นได้ แต่ตามรายงานการสืบเสาะและพินิจซึ่งจำเลยที่ 2 ไม่คัดค้านปรากฏว่าจำเลยที่ 2 ยังมีประวัติกระทำความผิดในคดีอื่นฐานร่วมกันลักทรัพย์ของผู้อื่นในเวลากลางคืน โดยทำอันตรายสิ่งกีดกั้นสำหรับคุ้มครองบุคคลหรือทรัพย์โดยใช้ยานพาหนะอันแสดงให้เห็นว่าเป็นผู้กระทำความผิดติดนิสัย ไม่สำนึกหรือเกรงกลัวต่อโทษที่กำหนดไว้ในกฎหมาย ไม่น่าจะอยู่ในวิสัยที่บิดามารดาของจำเลยที่ 2 จะสามารถดูแลได้ การที่ศาลใช้ดุลพินิจส่งตัวจำเลยที่ 2 เข้ารับการศึกษาและฝึกอบรมที่สถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนจังหวัดขอนแก่น จึงเป็นการใช้วิธีการสำหรับเด็กที่เหมาะสมแก่จำเลยที่ 2 แล้ว

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายอาญา ม.74

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 80, 83, 335 จำเลยทั้งสองให้การรับสารภาพ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 335 (1) (8) (ที่ถูกมาตรา 335 (1) (7) (8) วรรคสอง) ประกอบมาตรา 80, 83 จำเลยทั้งสองอายุ 16 ปีเศษ เห็นสมควรใช้วิธีการสำหรับเด็กโดยมอบตัวจำเลยที่ 1 แก่บิดามารดาหรือผู้ปกครอง และวางข้อกำหนดให้บิดามารดาหรือผู้ปกครองระวังมิให้จำเลยที่ 1 ก่อเหตุร้ายภายในกำหนด 2 ปี มิฉะนั้นจะต้องชำระเงินต่อศาลครั้งละ 1,000 บาท เมื่อก่อเหตุร้ายขึ้น สำหรับจำเลยที่ 2 เคยมีประวัติการกระทำผิดมาก่อน จึงเห็นสมควรส่งตัวจำเลยที่ 2 เข้ารับการศึกษาและฝึกอบรมที่สถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนจังหวัดขอนแก่น จนกว่าจะมีอายุครบ 18 ปีตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 75 จำเลยที่ 2 อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 4 พิพากษายืน จำเลยที่ 2 ฎีกา โดยผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาและลงชื่อในคำพิพากษาศาลชั้นต้นอนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ที่จำเลยที่ 2 ฎีกาขอให้มอบตัวให้แก่บิดามารดาของจำเลยที่ 2 โดยวางข้อกำหนดให้ระวังมิให้ก่อเหตุร้ายตลอดเวลาที่ศาลกำหนดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 74 (2) นั้น เห็นว่า การใช้วิธีการสำหรับเด็กตามฎีกาของจำเลยที่ 2 ดังกล่าวเป็นกรณีที่ศาลเห็นว่าบิดามารดาสามารถดูแลเด็กนั้นได้แต่ตามรายงานการสืบเสาะและพินิจซึ่งจำเลยที่ 2 ไม่คัดค้าน ปรากฏว่าจำเลยที่ 2 ยังมีประวัติกระทำความผิดในคดีอื่นฐานร่วมกันลักทรัพย์ของผู้อื่นในเวลากลางคืนโดยทำอันตรายสิ่งกีดกั้นสำหรับคุ้มครองบุคคลหรือทรัพย์โดยใช้ยานพาหนะ อันแสดงให้เห็นว่าเป็นผู้กระทำความผิดติดนิสัย ไม่สำนึกหรือเกรงกลัวต่อโทษที่กำหนดไว้ในกฎหมาย ไม่น่าจะอยู่ในวิสัยที่บิดามารดาของจำเลยที่ 2 จะสามารถดูแลได้ ที่ศาลล่างทั้งสองใช้ดุลพินิจส่งตัวจำเลยที่ 2 เข้ารับการศึกษาและฝึกอบรมที่สถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนจังหวัดขอนแก่น จึงเป็นการใช้วิธีการสำหรับเด็กที่เหมาะสมแก่จำเลยที่ 2 แล้ว ไม่มีเหตุที่ศาลฎีกาจะเปลี่ยนแปลงแก้ไข ฎีกาของจำเลยที่ 2 ฟังไม่ขึ้น" พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1611/2547 พนักงานอัยการจังหวัดมหาสารคาม โจทก์ นายสุระการ ขาวกระจ่าง กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดมหาสารคาม · จำเลย - นายสุระการ ขาวกระจ่าง กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ประชา ประสงค์จรรยา · องอาจ โรจนสุพจน์ · พงษ์เทพ ศิริพงศ์ติกานนท์
แหล่งที่มาสำนักวิชาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 4984/2541ฎีกา 4049/2536ฎีกา 257/2499ฎีกา 212/2511ฎีกา 1266/2481ฎีกา 1506/2519ฎีกา 753/2486ฎีกา 1806/2515ฎีกา 6517/2552ฎีกา 7536/2544ฎีกา 7074/2537ฎีกา 5750/2551ฎีกา 581/2510ฎีกา 823/2485ฎีกา 109/2498ฎีกา 12008/2554ฎีกา 1510/2515ฎีกา 1299/2535ฎีกา 2782/2544ฎีกา 7390/2556ฎีกา 1455/2498ฎีกา 1510/2530ฎีกา 448/2517ฎีกา 1588/2524
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักวิชาการ