⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 5649/2550

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5649/2550

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การขอแถลงการณ์ด้วยปากในคำฟ้องอุทธรณ์เป็นสิทธิของคู่ความ และการอนุญาตให้แถลงการณ์ด้วยปากหรือไม่เป็นดุลพินิจของศาลอุทธรณ์ ซึ่งคู่ความไม่มีสิทธิยกขึ้นฎีกาได้

ย่อคำพิพากษา

การขอแถลงการณ์ด้วยปาก คู่ความอาจขอมาในคำฟ้องอุทธรณ์โดยไม่จำต้องทำเป็นคำร้องติดมากับฟ้องอุทธรณ์ ถ้าศาลอุทธรณ์เห็นสมควรอนุญาตให้คู่ความแถลงการณ์ด้วยปากก็ให้พิจารณาคดีโดยเปิดเผยต่อหน้าคู่ความทั้งสองฝ่าย การอนุญาตให้คู่ความแถลงการณ์ด้วยปากหรือไม่เป็นดุลพินิจของศาลอุทธรณ์โดยเฉพาะ คู่ความไม่มีสิทธิยกขึ้นฎีกา

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.203 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.205

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 335 (1) (3) จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 335 (1) (3) วรรคสอง จำคุก 4 ปี จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า มีปัญหาวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยประการแรก การที่ศาลชั้นต้นไม่อนุญาตให้จำเลยเดินเผชิญสืบบริเวณที่เกิดเหตุชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ ศาลฎีกาตรวจสำนวนแล้วปรากฏว่า ตามรายงานกระบวนพิจารณาศาลชั้นต้นนัดสืบพยานจำเลยตั้งแต่วันที่ 28 มีนาคม 2544 ถึงวันที่ 27 พฤศจิกายน 2545 ไม่ปรากฏว่าจำเลยขอให้ศาลเดินเผชิญสืบแต่อย่างใด โดยเฉพาะอย่างยิ่งในนัดสุดท้ายตามรายงานกระบวนพิจารณาฉบับลงวันที่ 27 พฤศจิกายน 2545 ระบุว่า จำเลยนำพยานเข้าเบิกความได้ 2 ปาก แล้วแถลงว่าหมดพยานจำเลยเพียงเท่านี้ และขอยื่นคำแถลงการณ์ปิดคดีภายใน 20 วัน นอกจากนี้ในสำนวนก็ไม่ปรากฏคำร้องของจำเลยที่ขอให้ศาลชั้นต้นเดินเผชิญสืบบริเวณที่เกิดเหตุ ดังนั้น ที่จำเลยฎีกาอ้างว่า จำเลยได้แถลงขอเดินเผชิญสืบต่อผู้พิพากษาเจ้าของสำนวนในศาลชั้นต้นแล้ว แต่ผู้พิพากษาศาลชั้นต้นมิได้บันทึกไว้ในรายงานกระบวนพิจารณา จึงเป็นข้อเท็จจริงที่ไม่ปรากฏในสำนวน ฎีกาของจำเลยจึงเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงเพื่อนำไปสู่การวินิจฉัยปัญหาข้อกฎหมาย เมื่อศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำคุกจำเลย 4 ปี ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จึงเป็นกรณีที่ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามศาลชั้นต้นและให้ลงโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี คดีจึงต้องห้ามมิให้คู่ความฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 วรรคหนึ่ง ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย ที่จำเลยฎีกาประการต่อมาว่า การที่ศาลอุทธรณ์ไม่อนุญาตให้จำเลยแถลงการณ์ด้วยปากโดยให้เหตุผลว่า คดีนี้มิได้พิจารณาคดีโดยเปิดเผยและจำเลยมิได้ทำเป็นคำร้องติดมากับฟ้องอุทธรณ์เป็นการไม่ชอบ เพราะแม้จำเลยไม่ได้ทำเป็นคำร้อง แต่เพื่อประโยชน์แห่งความยุติธรรมศาลอุทธรณ์ควรอนุญาตให้จำเลยแถลงการณ์ด้วยปากนั้น เห็นว่า การขอแถลงการณ์ด้วยปาก คู่ความอาจขอมาในคำฟ้องอุทธรณ์โดยไม่จำต้องทำเป็นคำร้องติดมากับฟ้องอุทธรณ์ ถ้าศาลอุทธรณ์เห็นสมควรอนุญาตให้คู่ความแถลงการณ์ด้วยปากก็ให้พิจารณาคดีโดยเปิดเผยต่อหน้าคู่ความทั้งสองฝ่ายตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 203 และการอนุญาตให้คู่ความแถลงการณ์ด้วยปากหรือไม่เป็นดุลพินิจของศาลอุทธรณ์โดยเฉพาะ คู่ความไม่มีสิทธิฎีกาได้ กรณีนี้ถือได้ว่าศาลอุทธรณ์ไม่อนุญาตให้จำเลยแถลงการณ์ด้วยปาก จำเลยจึงไม่มีสิทธิยกขึ้นฎีกา ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย พิพากษายกฎีกาของจำเลย ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5649/2550 พนักงานอัยการ สำนักงานอัยการสูงสุด โจทก์ นายณรงค์ เอี่ยมสอาด จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการ สำนักงานอัยการสูงสุด · จำเลย - นายณรงค์ เอี่ยมสอาด
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)มงคล ทับเที่ยง · อิศเรศ ชัยรัตน์ · วัฒนชัย โชติชูตระกูล
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลอาญา - นางนริศรา ศรีภิรมย์ รางแดง · ศาลอุทธรณ์ - นายกึกก้อง สมเกียรติเจริญ
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
หมายเลขคดีดำอ.2224/2547

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1249-1250/2492ฎีกา 739/2502ฎีกา 1647/2479ฎีกา 100/2519ฎีกา 1396/2479ฎีกา 1040/2493ฎีกา 1174/2487ฎีกา 1377/2479ฎีกา 1547/2479ฎีกา 1037/2481ฎีกา 11/2485ฎีกา 429/2482ฎีกา 488/2479ฎีกา 1082/2480ฎีกา 105/2498ฎีกา 464/2495ฎีกา 267-268/2509ฎีกา 1541/2532ฎีกา 410/2488
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา