⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 4472/2551

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4472/2551

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
มูลคดีที่เกี่ยวกับการโต้แย้งสิทธิเกิดขึ้นในเขตศาลที่การกระทำอันเป็นเหตุแห่งการโต้แย้งสิทธิได้เกิดขึ้น หรือที่มูลหนี้ตามสัญญาได้ก่อให้เกิดขึ้น หรือที่ได้มีการปฏิบัติตามสัญญา

ย่อคำพิพากษา

แม้จำเลยจะมีภูมิลำเนาอยู่ที่กรุงเทพมหานครและการตกลงรับ ก. เป็นสมาชิกสมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์ผู้ฝากเงินของจำเลยมีการพิจารณาอนุมัติที่กรุงเทพมหานครก็ตาม แต่เมื่อการสมัครสมาชิกของจำเลยและการขอเปิดบัญชีเงินฝากของ ก. ดังกล่าวกระทำโดยผ่านทางธนาคาร พ. สาขาสุรินทร์ และต่อมาจำเลยก็ตกลงรับ ก. เป็นสมาชิก ธนาคาร พ. สาขาสุรินทร์ จึงมีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุอันเป็นที่มาแห่งการโต้แย้งสิทธิของโจทก์ตามข้อตกลงในการเป็นสมาชิกของจำเลย ถือได้ว่ามูลคดีนี้เกิดขึ้นที่ธนาคาร พ. สาขาสุรินทร์ซึ่งอยู่ในเขตอำนาจศาลชั้นต้นตาม ป.วิ.พ. มาตรา 4 (1)

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.4

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยชำระเงินจำนวน 96,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ จำเลยให้การ ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ โจทก์อุทธรณ์เฉพาะปัญหาข้อกฎหมายโดยตรงต่อศาลฎีกา โดยได้รับอนุญาตจากศาลชั้นต้นตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 223 ทวิ ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ว่า โจทก์มีอำนาจฟ้องต่อศาลชั้นต้น (ศาลแขวงสุรินทร์) หรือไม่เห็นว่า ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 4 (1) บัญญัติว่า "คำฟ้องให้เสนอต่อศาลที่จำเลยมีภูมิลำเนาอยู่ในเขตศาลหรือต่อศาลที่มูลคดีเกิดขึ้นในเขตศาลไม่ว่าจำเลยจะมีภูมิลำเนาอยู่ในราชอาณาจักรหรือไม่" คำว่ามูลคดี หมายถึงต้นเหตุอันเป็นที่มาแห่งการโต้แย้งสิทธิอันจะทำให้เกิดอำนาจฟ้องร้องตามสิทธิและในแต่ละมูลคดีอาจเกิดขึ้นหลายแห่ง คดีนี้ข้อเท็จจริงปรากฏว่าจำเลยเป็นนิติบุคคลประเภทสมาคมมีวัตถุประสงค์เพื่อทำการสงเคราะห์ซึ่งกันและกันในการจัดการศพและสงเคราะห์ครอบครัวของสมาชิกซึ่งถึงแก่ความตายด้วยเงินสงเคราะห์ โดยไม่ประสงค์จะหากำไรมาแบ่งปันกัน ในการดำเนินการรับสมัครสมาชิกของจำเลย จำเลยกระทำโดยมีหนังสือเวียนไปตามธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตรสาขาต่างๆ เนื่องจากผู้ที่จะเป็นสมาชิกของจำเลยได้จะต้องเป็นพนักงานของธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตรทั่วประเทศ เป็นบิดามารดาของพนักงานหรือเป็นบิดามารดาของคู่สมรสพนักงานและผู้สมัครต้องมีบัญชีเงินฝากกับธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร สำนักงานใหญ่ หลังจากจำเลยมีหนังสือเวียนไปที่ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร สาขาสุรินทร์แล้ว นายกวนไต๋บิดาโจทก์ซึ่งเป็นพนักงานธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร สาขาสุรินทร์ ได้สมัครเป็นสมาชิกของจำเลยโดยระบุให้โจทก์เป็นผู้รับเงินสงเคราะห์ในลำดับแรก พร้อมกับขอเปิดบัญชีเงินฝากออมทรัพย์ร่วมกันประเภทไม่ใช้สมุดคู่ฝากในชื่อโจทก์ไว้กับธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตรสำนักงานใหญ่ เพื่อให้จำเลยหักเงินจากบัญชีดังกล่าวเป็นค่าบำรุงสมาคม เงินสงเคราะห์ศพล่วงหน้า รวมทั้งเงินที่ชำระแก่สมาชิกเมื่อถึงแก่ความตาย โดยผู้จัดการและสมุห์บัญชีของธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร สาขาสุรินทร์ ร่วมกันลงลายมือชื่อรับรองว่านายกวนไต๋เป็นผู้ฝากเงินกับธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร สำนักงานใหญ่ และมีคุณสมบัติที่ถูกต้องตามข้อบังคับของจำเลยทุกประการ จากนั้นธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร สาขาสุรินทร์ จะส่งเอกสารการสมัครดังกล่าวพร้อมทั้งหลักฐานอื่นที่เกี่ยวข้องไปให้จำเลยซึ่งมีที่ทำการอยู่ที่กรุงเทพมหานครพิจารณาอนุมัติ จากข้อเท็จจริงดังกล่าว เห็นว่า แม้จำเลยจะมีภูมิลำเนาอยู่ที่กรุงเทพมหานครและการตกลงรับนายกวนไต๋เป็นสมาชิกของจำเลยมีการพิจารณาอนุมัติที่กรุงเทพมหานครก็ตาม แต่เมื่อการสมัครสมาชิกของจำเลยและการขอเปิดบัญชีเงินฝากของนายกวนไต๋ดังกล่าวกระทำโดยผ่านทางธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร สาขาสุรินทร์ และต่อมาจำเลยก็ตกลงรับนายกวนไต๋เป็นสมาชิกธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร สาขาสุรินทร์ จึงมีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุอันเป็นที่มาแห่งการโต้แย้งสิทธิของโจทก์ตามข้อตกลงในการเป็นสมาชิกของจำเลยถือได้ว่ามูลคดีนี้เกิดขึ้นที่ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร สาขาสุรินทร์ซึ่งอยู่ในเขตอำนาจศาลชั้นต้นตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 4 (1) ที่ศาลชั้นต้นพิพากษามานั้น ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย ฎีกาของโจทก์ฟังขึ้น" พิพากษายกคำพิพากษาศาลชั้นต้น ให้ศาลชั้นต้นพิจารณาประเด็นอื่นต่อไปแล้วพิพากษาใหม่ตามรูปคดี ค่าฤชาธรรมเนียมในชั้นนี้ให้เป็นพับ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4472/2551 นางชวนจิตร หนูพันธ์ โจทก์ สมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์ผู้ฝากเงิน ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์ การเกษตร สำนักงานใหญ่ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นางชวนจิตร หนูพันธ์ · จำเลย - สมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์ผู้ฝากเงินธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร สำนักงานใหญ่
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)มนตรี ยอดปัญญา · ดิเรก อิงคนินันท์ · วีระพล ตั้งสุวรรณ
แหล่งที่มาสำนักวิชาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 2334/2517ฎีกา 8818/2551ฎีกา 3240/2533ฎีกา 620/2548ฎีกา 2766/2528ฎีกา 1511/2520ฎีกา 8672/2553ฎีกา 583/2548ฎีกา 7255/2539ฎีกา 841/2549ฎีกา 620/2475ฎีกา 2841/2547ฎีกา 2768/2530ฎีกา 1824/2567ฎีกา 1286/2481ฎีกา 6459/2546ฎีกา 3994/2540ฎีกา 729/2492ฎีกา 1783/2527ฎีกา 1307/2503ฎีกา 572/2549ฎีกา 2591/2526ฎีกา 3413/2524ฎีกา 1353/2518
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักวิชาการ