⚖️ LawAraiค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 3270/2554

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3270/2554

พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ ม.4, 7, 8 ฯลฯ · ป.อาญา ม.32, 33, 53 ฯลฯ

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การคำนวณปริมาณสารบริสุทธิ์ของยาเสพติดให้โทษตาม พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 สามารถกระทำได้โดยการนำผลการตรวจพิสูจน์ปริมาณสารบริสุทธิ์ของยาเสพติดของกลางบางส่วนมาคำนวณหาปริมาณสารบริสุทธิ์ของยาเสพติดของกลางทั้งหมดได้.

ย่อคำพิพากษา

จำเลยที่ 2 ร่วมกับพวกมีเมทแอมเฟตามีน 10,000 เม็ด ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายและจำหน่ายเมทแอมเฟตามีนดังกล่าวไปทั้งหมด แม้โจทก์ไม่ได้บรรยายฟ้องว่า เมทแอมเฟตามีนดังกล่าวมีปริมาณสารบริสุทธิ์เท่าใด แต่โจทก์บรรยายฟ้องมาแล้วว่า เมทแอมเฟตามีนของกลาง 40,000 เม็ด ที่จำเลยที่ 2 ร่วมกับพวกมีไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายและจำหน่ายมีน้ำหนัก 3,768.042 กรัม คำนวณเป็นสารบริสุทธิ์ได้ 796.982 กรัม อันเป็นการบรรยายฟ้องขอให้ลงโทษตาม พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 15 วรรคสอง (เดิม), 66 วรรคสอง (เดิม) แล้ว และเมทแอมเฟตามีน 10,000 เม็ด ดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของเมทแอมเฟตามีน 40,000 เม็ด ซึ่งตามรายงานการตรวจพิสูจน์ของกลางพบปริมาณเมทแอมเฟตามีนไฮโดรคลอไรด์ คำนวณเป็นสารบริสุทธิ์ได้ 796.982 กรัม และมีเมทแอมเฟตามีนของกลางเหลือจากการพิสูจน์ 3,749.201 กรัม ปริมาณสารบริสุทธิ์ของเมทแอมเฟตามีนตามรายงานการตรวจพิสูจน์ดังกล่าวเห็นได้ว่า เป็นการนำเมทแอมเฟตามีนของกลางบางส่วนมาตรวจพิสูจน์หาปริมาณสารบริสุทธิ์ แล้วจึงนำผลที่ได้ มาคำนวณหาปริมาณสารบริสุทธิ์ของเมทแอมเฟตามีนของกลาง 40,000 เม็ด ซึ่งสอดคล้องกับบทบัญญัติของ พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 ที่กำหนดปริมาณสารบริสุทธิ์ของยาเสพติดให้โทษโดยการคำนวณ จึงคำนวณสารบริสุทธิ์ของเมทแอมเฟตามีน 10,000 เม็ด ดังกล่าวได้เช่นเดียวกันว่ามีปริมาณเป็นสารบริสุทธิ์ 199.2455 กรัม โดยไม่มีข้อสงสัยว่าเมทแอมเฟตามีนดังกล่าวอาจมีส่วนผสมที่แตกต่างกับเมทแอมเฟตามีนส่วนอื่นที่จะทำให้ปริมาณสารบริสุทธิ์คำนวณได้ไม่ถึงหนึ่งร้อยกรัม (ประชุมใหญ่ครั้งที่ 3/2554)

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.227 ประมวลกฎหมายอาญา ม.32 ประมวลกฎหมายอาญา ม.33 ประมวลกฎหมายอาญา ม.53 ประมวลกฎหมายอาญา ม.58 ประมวลกฎหมายอาญา ม.78 ประมวลกฎหมายอาญา ม.83 พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 ม.4 พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 ม.7 พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 ม.8 พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 ม.15 พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 ม.66 พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 ม.67 พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 ม.102

🔎 คำพิพากษาอื่นที่อ้างมาตราเดียวกัน: ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.227 → ประมวลกฎหมายอาญา ม.32 → ประมวลกฎหมายอาญา ม.33 → ประมวลกฎหมายอาญา ม.53 →

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสี่ตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 4, 7, 8, 15, 66, 67, 102 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 32, 33, 58, 83 และริบเมทแอมเฟตามีนกับของกลางอื่นทั้งหมด จำเลยที่ 1 ให้การรับสารภาพ จำเลยที่ 2 ถึงที่ 4 ให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยที่ 1 ที่ 2 และที่ 4 มีความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 15 วรรคสอง (เดิม), 66 วรรคสอง (เดิม), 102 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83 ให้จำคุกตลอดชีวิต (ที่ถูก การกระทำของจำเลยเป็นกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท แต่ละบทมีอัตราโทษเท่ากัน ให้ลงโทษฐานร่วมกันจำหน่ายเมทแอมเฟตามีนเพียงบทเดียว) จำเลยที่ 1 ให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กึ่งหนึ่ง จำเลยที่ 2 ให้การรับสารภาพในชั้นจับกุมเป็นประโยชน์แก่การพิจารณาอยู่บ้าง มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้หนึ่งในสี่ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 ประกอบมาตรา 53 คงจำคุกจำเลยที่ 1 มีกำหนด 25 ปี จำคุกจำเลยที่ 2 มีกำหนด 37 ปี 6 เดือน และริบของกลาง ยกฟ้องจำเลยที่ 3 โจทก์ จำเลยที่ 2 และที่ 4 อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 5 พิพากษายืน จำเลยที่ 2 และที่ 4 ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ที่จำเลยที่ 2 ฎีกาว่า จำเลยที่ 2 เป็นลูกจ้างนายมานพ จำเลยที่ 2 นำตู้ลำโพงส่งให้จำเลยที่ 1 ซ่อมตามคำสั่งนายมานพ จำเลยที่ 2 ไม่ทราบว่าภายในตู้ลำโพงมีเมทแอมเฟตามีนจำนวน 10,000 เม็ด ซุกซ่อนอยู่ เห็นว่า พันตำรวจโทถนัดเบิกความว่า ก่อนจำเลยที่ 2 จะนำตู้ลำโพงที่ซุกซ่อนเมทแอมเฟตามีนไปส่งมอบให้จ่าสิบตำรวจไชยราชและสิบตำรวจโทคนังซึ่งปลอมตัวเป็นพ่อค้าที่โรงแรมวังเงิน พันตำรวจโทถนัดเห็นจำเลยที่ 2 ขับรถจักรยานยนต์มากับจำเลยที่ 1 ที่ห้องพักโรงแรมวังเงิน เพื่อนับเงินที่ใช้ล่อซื้อ หลังจากนั้นจำเลยที่ 2 ขับรถจักรยานยนต์คันเดิมมาที่ห้อง นำกล่องคล้ายตู้ลำโพงมาด้วยเพื่อส่งมอบให้จ่าสิบตำรวจไชยราชและสิบตำรวจโทคนัง พฤติการณ์จึงเห็นได้ว่าจำเลยที่ 2 เป็นผู้ติดต่อประสานงานและส่งมอบเมทแอมเฟตามีนให้แก่ผู้ล่อซื้อโดยทราบรายละเอียด จำนวนเมทแอมเฟตามีนที่ต้องการซื้อและวิธีซุกซ่อนเมทแอมเฟตามีนโดยจัดบรรจุเมทแอมเฟตามีนในตู้ลำโพงเพื่อส่งมอบแก่จ่าสิบตำรวจไชยราชและสิบตำรวจโทคนังจนกระทั่งถูกจับ ซึ่งวิธีซุกซ่อนเมทแอมเฟตามีนมาในตู้ลำโพงเป็นวิธีที่แนบเนียนเพื่ออำพรางการส่งมอบเมทแอมเฟตามีนมิให้ถูกพบเห็น ข้อเท็จจริงรับฟังว่า จำเลยที่ 2 ทราบว่าภายในตู้ลำโพงมีเมทแอมเฟตามีนซุกซ่อนอยู่ ฎีกาของจำเลยที่ 2 ในปัญหานี้ฟังไม่ขึ้น ศาลฎีกาโดยมติที่ประชุมใหญ่ เห็นว่า เมื่อข้อเท็จจริงฟังว่า จำเลยที่ 2 ร่วมกับพวกมีเมทแอมเฟตามีนจำนวน 10,000 เม็ด ซุกซ่อนในตู้ลำโพงไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายและจำหน่ายเมทแอมเฟตามีนดังกล่าวไปทั้งหมด แม้ฟ้องโจทก์ไม่ได้บรรยายว่า เมทแอมเฟตามีนมีปริมาณคำนวณเป็นสารบริสุทธิ์เท่าใด แต่โจทก์บรรยายฟ้องมาแล้วว่า เมทแอมเฟตามีนของกลางจำนวน 40,000 เม็ด ที่จำเลยที่ 2 ร่วมกับพวกมีไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายและจำหน่ายมีน้ำหนัก 3,768.042 กรัม คำนวณเป็นสารบริสุทธิ์ได้ 796.982 กรัม ซึ่งคำนวณเป็นสารบริสุทธิ์เกินหนึ่งร้อยกรัม อันเป็นการบรรยายฟ้องขอให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 15 วรรคสอง (เดิม), 66 วรรคสอง (เดิม) แล้ว และเมทแอมเฟตามีนที่จำเลยที่ 2 ร่วมกับพวกมีไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายและจำหน่ายจำนวน 10,000 เม็ด ดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของเมทแอมเฟตามีนจำนวน 40,000 เม็ด ที่โจทก์บรรยายฟ้องมาครบองค์ประกอบความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 15 วรรคสอง (เดิม), 66 วรรคสอง (เดิม) และตามรายงานการตรวจพิสูจน์เมทแอมเฟตามีนของกลาง ซึ่งจำเลยที่ 2 มิได้นำสืบโต้แย้งคัดค้าน เมทแอมเฟตามีนของกลางจำนวน 40,000 เม็ด ตรวจพบปริมาณเมทแอมเฟตามีนไฮโดรคลอไรด์คำนวณเป็นสารบริสุทธิ์ได้ 796.982 กรัม และมีเมทแอมเฟตามีนของกลางเหลือจากการตรวจพิสูจน์จำนวน 3,749.201 กรัม ปริมาณสารบริสุทธิ์ของเมทแอมเฟตามีนตามรายงานการตรวจพิสูจน์ เห็นได้ว่า เป็นการนำเมทแอมเฟตามีนของกลางบางส่วนมาตรวจพิสูจน์หาปริมาณสารบริสุทธิ์ แล้วจึงนำผลที่ได้มาคำนวณหาปริมาณสารบริสุทธิ์ของเมทแอมเฟตามีนของกลางจำนวน 40,000 เม็ด ซึ่งสอดคล้องกับบทบัญญัติของพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 ที่กำหนดปริมาณสารบริสุทธิ์ของยาเสพติดให้โทษโดยการคำนวณ เมื่อเมทแอมเฟตามีนจำนวน 10,000 เม็ด เป็นส่วนหนึ่งของเมทแอมเฟตามีนจำนวน 40,000 เม็ด ของกลาง จึงคำนวณสารบริสุทธิ์ของเมทแอมเฟตามีนจำนวน 10,000 เม็ด ได้เช่นเดียวกันว่าเป็นสารบริสุทธิ์ 199.2455 กรัม ซึ่งเกินกว่าหนึ่งร้อยกรัม โดยไม่มีข้อสงสัยว่าเมทแอมเฟตามีนอาจมีส่วนผสมที่แตกต่างกับเมทแอมเฟตามีนส่วนอื่นที่จะทำให้ปริมาณสารบริสุทธิ์คำนวณได้ไม่ถึงหนึ่งร้อยกรัม กรณีจึงลงโทษจำเลยที่ 2 ตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 15 วรรคสอง (เดิม), 66 วรรคสอง (เดิม) ได้ และพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ (ฉบับที่ 5) พ.ศ.2545 ที่แก้ไขใหม่ ไม่เป็นคุณแก่จำเลยที่ 2 จึงต้องใช้กฎหมายเดิม ซึ่งเป็นกฎหมายที่ใช้อยู่ในขณะกระทำความผิดบังคับแก่จำเลยที่ 2 มีปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามฎีกาจำเลยที่ 4 ว่า จำเลยที่ 4 มีความผิดตามฟ้องด้วยหรือไม่ เห็นว่า ขณะจ่าสิบตำรวจไชยราชและสิบตำรวจโทคนังซึ่งปลอมตัวเป็นสายลับล่อซื้อเมทแอมเฟตามีนจากจำเลยที่ 1 และที่ 2 จำนวน 10,000 เม็ด บริเวณโรงแรมวังเงิน จำเลยที่ 4 ไม่ได้อยู่ด้วย คงมีจำเลยที่ 1 อยู่กับจำเลยที่ 2 เพียงสองคนเท่านั้น จึงฟังไม่ได้ว่าจำเลยที่ 4 เกี่ยวข้องกับการจำหน่ายเมทแอมเฟตามีน 10,000 เม็ด ตามฟ้อง นอกจากนี้ขณะเจ้าพนักงานตำรวจเข้าตรวจยึดเมทแอมเฟตามีนจำนวน 30,000 เม็ด ที่บ้านจำเลยที่ 4 นั้น จำเลยที่ 4 นำสืบต่อสู้ว่า จำเลยที่ 4 ไม่ได้อยู่ที่บ้าน จำเลยที่ 4 ขับรถจักรยานยนต์ออกไปพบแพทย์เนื่องจากจำเลยที่ 4 ตั้งครรภ์กับนายมานพ ที่พันตำรวจโทถนัดและดาบตำรวจเกรียงศักดิ์ เบิกความว่า ขณะเข้าตรวจยึดเมทแอมเฟตามีนที่บ้านจำเลยที่ 4 เห็นจำเลยที่ 4 นั่งคร่อมรถจักรยานยนต์อยู่หน้าบ้าน แต่ในบันทึกการจับกุมกลับไม่ปรากฏรายละเอียดว่า จำเลยที่ 4 นั่งคร่อมรถจักรยานยนต์อยู่หน้าบ้านดังที่เบิกความ ทั้งที่บันทึกการจับกุมทำในวันเกิดเหตุและในแผนที่เกิดเหตุ ก็ไม่ปรากฏรายละเอียดว่า จำเลยที่ 4 นั่งคร่อมรถจักรยานยนต์อยู่หน้าบ้านตามที่เบิกความ ในชั้นสอบสวนพันตำรวจตรีสมบัติ เบิกความรับรองว่า จำเลยที่ 4 ให้การในชั้นสอบสวนตามบันทึกคำให้การ ซึ่งบันทึกคำให้การทำขึ้นในวันเกิดเหตุนั่นเอง จำเลยที่ 4 ให้การว่า จำเลยที่ 4 ขับรถจักรยานยนต์ไปพบแพทย์ขณะถึงบ้านป่าเหมือดได้พบเจ้าพนักงานตำรวจหลายคน เจ้าพนักงานตำรวจเรียกให้จำเลยที่ 4 หยุดรถจักรยานยนต์พร้อมกับแจ้งว่า เจ้าพนักงานตำรวจได้ตรวจค้นบ้านพักของจำเลยที่ 4 พบเมทแอมเฟตามีนของกลางจำนวน 30,000 เม็ด บรรจุถุงพลาสติกแบบมีหูหิ้วสีฟ้า 1 ใบ ซุกซ่อนอยู่ในกระติกใส่น้ำแข็งสีแดง 1 ใบ โดยมีจำเลยที่ 3 อยู่ในบริเวณบ้านพัก เจ้าพนักงานตำรวจนำตัวจำเลยที่ 4 ไปที่บ้านพัก เมื่อไปถึงเจ้าพนักงานตำรวจนำเมทแอมเฟตามีนจำนวน 30,000 เม็ด บรรจุในกระติกใส่น้ำแข็งสีแดง ซึ่งตรวจค้นได้บริเวณฝาบ้านใกล้กับตู้กับข้าวมาให้จำเลยที่ 4 ตรวจดู คำให้การชั้นสอบสวนของจำเลยที่ 4 ให้การในวันเดียวกันกับวันเกิดเหตุ จำเลยที่ 4 ยังไม่มีโอกาสปรุงแต่งเรื่องเพื่อแก้ตัวให้พ้นผิดและยังยืนยันตามคำให้การตลอดมา ข้ออ้างของจำเลยที่ 4 มีน้ำหนักน่าเชื่อ ข้อเท็จจริงที่ว่า จำเลยที่ 4 นั่งคร่อมรถจักรยานยนต์อยู่หน้าบ้านขณะเจ้าพนักงานตำรวจเข้ามาตรวจค้นจริงหรือไม่ จึงยังเป็นที่สงสัยอยู่ ส่วนที่พันตำรวจโทถนัดและดาบตำรวจเกรียงศักดิ์เบิกความว่า เมทแอมเฟตามีนจำนวน 30,000 เม็ด ตรวจค้นได้ที่บ้านจำเลยที่ 4 อยู่ในกระติกใส่น้ำแข็งสีแดง ก็ไม่ได้ความว่ากระติกใส่น้ำแข็งสีแดงซุกซ่อนอยู่ภายในบ้าน แต่กลับปรากฏตามรูปถ่ายว่า กระติกใส่น้ำแข็งสีแดงวางอยู่ใกล้ผนังข้างบ้านใต้ก๊อกน้ำ ชั้นล่างนอกตัวบ้านซึ่งเป็นที่โล่ง หากเป็นจริงอาจมีบุคคลหรือจำเลยอื่นนำมาวางไว้ขณะจำเลยที่ 4 ไม่อยู่บ้านก็เป็นได้ เมื่อโจทก์ไม่มีพยานอื่นใดมาสืบให้เห็นชัดว่า จำเลยที่ 4 มีพฤติการณ์เกี่ยวข้องกับเมทแอมเฟตามีนจำนวน 30,000 เม็ด กรณีมีความสงสัยตามสมควรว่าจำเลยที่ 4 ได้กระทำความผิดหรือไม่ จึงให้ยกประโยชน์แห่งความสงสัยนั้นให้จำเลยที่ 4 ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 227 วรรคสอง คดีรับฟังไม่ได้ว่าจำเลยที่ 4 ร่วมกระทำความผิดตามฟ้อง ฎีกาของจำเลยที่ 4 ฟังขึ้น พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกฟ้องจำเลยที่ 4 นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 5 ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3270/2554 พนักงานอัยการจังหวัดเชียงราย โจทก์ นายสราวุธ สมานมิตร กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดเชียงราย · จำเลย - นายสราวุธ สมานมิตร กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)วรพจน์ วิไลชนม์ · อนันต์ ชุมวิสูตร · นิพนธ์ ใจสำราญ
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดเชียงราย - นายพิสิทธิ์ ฉายะไพสิฐพร · ศาลอุทธรณ์ภาค 5 - นายสรศักดิ์ ศรีพิชญาการ
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
หมายเลขคดีดำอ.5606/2550

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1837/2531ฎีกา 2581/2548ฎีกา 1392/2564ฎีกา 21848/2555ฎีกา 1089/2559ฎีกา 185/2535ฎีกา 3345/2535ฎีกา 824/2535ฎีกา 712/2559ฎีกา 861/2521ฎีกา 1992/2530ฎีกา 5598/2540ฎีกา 6355/2544ฎีกา 531/2510ฎีกา 1148/2534ฎีกา 647/2563ฎีกา 628/2493ฎีกา 831/2541ฎีกา 4519/2544ฎีกา 7601/2540ฎีกา 239/2484ฎีกา 2936/2543ฎีกา 5806/2534ฎีกา 893/2563
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา