⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 15919/2555

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 15919/2555

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การออกหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.3 ก.) โดยอาศัยหลักฐานที่ไม่ถูกต้องหรือไม่ชอบด้วยกฎหมาย เป็นการออกโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย และสัญญาซื้อขายที่เกิดจากการสำคัญผิดในสาระสำคัญแห่งนิติกรรมนั้นเป็นโมฆะ

ย่อคำพิพากษา

การออกหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.3 ก.) เลขที่ 4410 เป็นการออกเฉพาะราย โดยมีการนำหลักฐาน ส.ค.1 ของที่ดินแปลงอื่นมาเป็นหลักฐาน เป็นการออก น.ส.3 ก. โดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย ต้องเพิกถอนตามมาตรา 61 แห่ง ป.ที่ดิน ซึ่งตามคำฟ้องโจทก์บรรยายชัดเจนว่า จำเลยนำ น.ส.3 ก. ที่ออกโดยมิชอบด้วยกฎหมายมาหลอกขายให้โจทก์และได้รับเงิน 660,000 บาท จำเลยไม่ใช่เจ้าของผู้ครอบครองที่ดินแปลงนั้น โจทก์ซื้อที่ดินมาไม่ได้สิทธิครอบครอง การที่โจทก์เข้าทำสัญญาซื้อขายกับจำเลยจึงเป็นการทำสัญญาโดยสำคัญผิดในสิ่งที่เป็นสาระสำคัญแห่งนิติกรรม สัญญาซื้อขายเป็นโมฆะตาม ป.พ.พ. มาตรา 156 จึงต้องคืนทรัพย์ฐานลาภมิควรได้ตาม ป.พ.พ. มาตรา 172 วรรคสอง ประกอบมาตรา 412 ดังนั้น โจทก์ย่อมฟ้องบังคับให้จำเลยคืนเงินค่าที่ดินได้ และการฟ้องคดีของโจทก์เป็นการติดตามเอาเงินคืนตาม ป.พ.พ. มาตรา 1336 ไม่มีกำหนดอายุความ คดีโจทก์จึงไม่ขาดอายุความ และเมื่อโจทก์ไม่นำสืบว่ามีการทวงถามจำเลยให้ชำระเงินคืนเมื่อไร จำเลยต้องคืนเงินจำนวนดังกล่าวพร้อมดอกเบี้ยนับแต่วันฟ้อง

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.156 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.172 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.412 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1336

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยชำระเงินจำนวน 1,150,875 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงินจำนวน 660,000 บาท นับแต่วันถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ จำเลยให้การและแก้ไขคำให้การขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 4 พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงฟังเป็นยุติว่า การออกหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส. 3 ก.) เลขที่ 4410 เป็นการออกเฉพาะราย โดยมีการนำหลักฐาน ส.ค. 1 ของที่ดินแปลงอื่นมาเป็นหลักฐาน เป็นการออก น.ส. 3 ก. โดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย ต้องเพิกถอนตามมาตรา 61 แห่งประมวลกฎหมายที่ดิน ซึ่งตามคำฟ้องโจทก์บรรยายชัดเจนว่า จำเลยนำ น.ส. 3 ก. ที่ออกโดยมิชอบด้วยกฎหมายมาหลอกขายให้โจทก์และได้รับเงิน 660,000 บาท จำเลยไม่ใช่เจ้าของผู้ครอบครองที่ดินแปลงนั้น โจทก์ซื้อที่ดินมาไม่ได้สิทธิครอบครอง การที่โจทก์เข้าทำสัญญาซื้อขายกับจำเลยจึงเป็นการทำสัญญาโดยสำคัญผิดในสิ่งที่เป็นสาระสำคัญแห่งนิติกรรม สัญญาซื้อขายเป็นโมฆะตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 156 จึงต้องคืนทรัพย์ฐานลาภมิควรได้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 172 วรรคสอง ประกอบมาตรา 412 ดังนั้น โจทก์ย่อมฟ้องบังคับให้จำเลยคืนเงินค่าที่ดินได้ และการฟ้องคดีของโจทก์เป็นการติดตามเอาเงินคืนตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1336 ไม่มีกำหนดอายุความ คดีโจทก์จึงไม่ขาดอายุความ และเมื่อโจทก์ไม่นำสืบว่ามีการทวงถามจำเลยให้ชำระเงินคืนเมื่อไร จำเลยต้องคืนเงินจำนวนดังกล่าวพร้อมดอกเบี้ยนับแต่วันฟ้อง ที่จำเลยอ้างว่าจำเลยลงลายมือชื่อในหนังสือมอบอำนาจตามสำเนาหนังสือมอบอำนาจและมอบ น.ส. 3 ก. ให้นางรวงทองไปดำเนินการทางทะเบียนเพื่อไม่ต้องคืนเงินนั้น น.ส. 3 ก. ออกวันที่ 27 พฤษภาคม 2537 หนังสือมอบอำนาจลงวันที่ 30 พฤษภาคม 2537 ระบุว่า มอบอำนาจให้เสนอขายที่ดิน วันที่ 7 มิถุนายน 2537 นางรวงทอง นำหนังสือมอบอำนาจไปทำสัญญาจะซื้อจะขายที่ดิน น.ส. 3 ก. เลขที่ 4410 และ 4411 ของจำเลยกับโจทก์ จำเลยต้องรับผิดในฐานะผู้มอบอำนาจ และเชื่อว่าจำเลยทราบข้อเท็จจริงดี ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 4 วินิจฉัยว่า โจทก์ไม่สามารถนำสืบให้รับฟังได้ตามที่กล่าวอ้างว่าจำเลยร่วมกับเจ้าพนักงานที่ดินทุจริตประพฤติมิชอบนำหลักฐานของที่ดินแปลงอื่นมาเป็นหลักฐานในการออก น.ส. 3 ก. แล้วจำเลยนำไปหลอกลวงขายให้แก่โจทก์ จำเลยจึงไม่ต้องรับผิดต่อโจทก์ ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย ฎีกาของโจทก์ฟังขึ้น พิพากษากลับ ให้จำเลยคืนเงิน 660,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันฟ้อง (ฟ้องวันที่ 6 กรกฎาคม 2547) เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสามศาลให้เป็นพับ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 15919/2555 สำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม โจทก์ นายไสว เชิดทอง จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - สำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม · จำเลย - นายไสว เชิดทอง
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สุรพันธุ์ ละอองมณี · สุรศักดิ์ คีรีวิเชียร · สมสันต์ ศุภศาสตรสิน
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดอุดรธานี - นายทรงฤทธิ์ โพธิ์ศรี · ศาลอุทธรณ์ภาค 4 - นายบุญชู ทัศนประพันธ์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
หมายเลขคดีดำพ.2736/2552

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 837/2507ฎีกา 4880/2537ฎีกา 631/2503ฎีกา 2893/2547ฎีกา 739-740/2543ฎีกา 7467/2543ฎีกา 1475/2532ฎีกา 6757/2551ฎีกา 7249/2553ฎีกา 3113/2554ฎีกา 1156/2511ฎีกา 2171/2526ฎีกา 814/2554ฎีกา 530/2521ฎีกา 4508/2530ฎีกา 422/2521ฎีกา 3053/2523ฎีกา 5319/2539ฎีกา 415/2495ฎีกา 4128/2543ฎีกา 1275/2493ฎีกา 1008/2543ฎีกา 16/2496ฎีกา 242/2494
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา