⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 4205/2555

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4205/2555

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เมื่อข้อเท็จจริงฟังได้ว่าทรัพย์สินถูกซื้อมาด้วยเงินของโจทก์ แต่มีชื่อจำเลยเป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์ และจำเลยมิได้กล่าวอ้างความเป็นเจ้าของหรือโต้แย้งสิทธิของโจทก์ โจทก์ย่อมมีสิทธิเรียกเอาทรัพย์สินนั้นคืนได้เสมือนเป็นการติดตามเอาทรัพย์สินของตนคืน.

ย่อคำพิพากษา

คดีนี้ แม้โจทก์จะกล่าวอ้างในฟ้องว่าเป็นเรื่องลาภมิควรได้ในการเรียกให้จำเลยโอนที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างพิพาทแก่โจทก์ แต่เมื่ออ่านฟ้องทั้งหมดแล้ว จำเลยถูกผู้อื่นแอบอ้างและใช้เอกสารปลอมในการจดทะเบียนรับโอนที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างพิพาทโดยจำเลยไม่มีเจตนารับโอนเป็นของตน จึงถือไม่ได้ว่าจำเลยได้มาซึ่งทรัพย์สิ่งใดโดยปราศจากมูลอันจะอ้างกฎหมายได้และเป็นทางให้โจทก์เสียเปรียบตาม ป.พ.พ. มาตรา 406 ซึ่งในการฟ้องคดีแพ่งโจทก์เพียงแต่บรรยายข้อเท็จจริงและมีคำขอบังคับก็เพียงพอโดยไม่จำต้องยกบทกฎหมายขึ้นกล่าวอ้าง กรณีเป็นหน้าที่ของศาลที่จะต้องยกบทกฎหมายขึ้นปรับใช้กับข้อเท็จจริงที่พิจารณาได้ความแล้วมีคำวินิจฉัยชี้ขาดไป เมื่อคดีนี้ข้อเท็จจริงฟังได้ตามคำฟ้องของโจทก์ว่า มีผู้แอบอ้างและใช้เอกสารปลอมขอกู้ยืมเงินจากโจทก์แล้วนำเงินของโจทก์ไปซื้อที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้าง เมื่อที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างพิพาทซึ่งซื้อมาด้วยเงินของโจทก์มีชื่อจำเลยเป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์ ทั้งจำเลยก็มิได้กล่าวอ้างความเป็นเจ้าของหรือโต้แย้งสิทธิของโจทก์ที่จะเรียกร้องเอาที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างพิพาท จึงชอบด้วยความเป็นธรรมที่โจทก์จะเรียกเอาที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างพิพาทได้เสมือนเป็นการติดตามเอาทรัพย์สินของตนคืนแทนเงินที่โจทก์ต้องสูญเสียไป เพื่อเยียวยาความเสียหายที่โจทก์ได้รับจากการกระทำอันมิชอบ โจทก์จึงฟ้องขอให้จำเลยโอนที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างพิพาทแก่โจทก์ได้ แต่ไม่อาจเรียกให้จำเลยชดใช้หนี้เงินกู้พร้อมดอกเบี้ยและเบี้ยประกันภัยตามฟ้องได้เพราะจำเลยไม่มีนิติสัมพันธ์ตามสัญญากู้ยืมเงินกับโจทก์

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.406 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1336

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องและแก้ไขคำฟ้องขอให้บังคับจำเลยโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินพิพาทโฉนดเลขที่ 52668 ตำบลบางเลน อำเภอบางใหญ่ จังหวัดนนทบุรี พร้อมสิ่งปลูกสร้างแก่โจทก์ มิฉะนั้นให้จำเลยชำระเงิน 5,617,289.99 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 15 ต่อปี ของเงินต้น 2,606,216.87 บาท จนกว่าจะชำระหนี้เสร็จแก่โจทก์ จำเลยขาดนัดยื่นคำให้การ ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมในชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงที่คู่ความไม่โต้เถียงกันในชั้นนี้รับฟังเป็นยุติว่า จำเลยถูกผู้อื่นแอบอ้างและใช้เอกสารปลอมขอกู้ยืมเงินจากโจทก์แล้วนำเงินไปซื้อที่ดินโฉนดเลขที่ 52668 ตำบลบางเลน อำเภอบางใหญ่ จังหวัดนนทบุรี พร้อมสิ่งปลูกสร้างพิพาท โดยจดทะเบียนใส่ชื่อจำเลยเป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์ พร้อมทั้งจดทะเบียนจำนองที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างไว้เป็นประกันหนี้เงินกู้แก่โจทก์ โจทก์ฟ้องขอให้จำเลยชำระหนี้เงินกู้และบังคับจำนอง ศาลมีคำพิพากษายกฟ้อง โจทก์จึงมาฟ้องคดีนี้ ปัญหาวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์มีว่า โจทก์ฟ้องขอให้จำเลยโอนที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างพิพาทแก่โจทก์ได้หรือไม่ เห็นว่า แม้คดีนี้โจทก์จะกล่าวอ้างในฟ้องว่าเป็นเรื่องลาภมิควรได้ในการเรียกให้จำเลยโอนที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างพิพาทแก่โจทก์ แต่เมื่ออ่านฟ้องทั้งหมดแล้วจำเลยถูกผู้อื่นแอบอ้างและใช้เอกสารปลอมในการจดทะเบียนรับโอนที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างพิพาทโดยจำเลยไม่มีเจตนารับโอนเป็นของตน จึงถือไม่ได้ว่าจำเลยได้มาซึ่งทรัพย์สิ่งใดโดยปราศจากมูลอันจะอ้างกฎหมายได้และเป็นทางให้โจทก์เสียเปรียบ ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 406 ซึ่งในการฟ้องคดีแพ่งโจทก์เพียงแต่บรรยายข้อเท็จจริงและมีคำขอบังคับก็เพียงพอโดยไม่จำต้องยกบทกฎหมายขึ้นกล่าวอ้าง กรณีเป็นหน้าที่ของศาลที่จะต้องยกบทกฎหมายขึ้นปรับใช้กับข้อเท็จจริงที่พิจารณาได้ความแล้วมีคำวินิจฉัยชี้ขาดไป เมื่อคดีนี้ข้อเท็จจริงฟังได้ตามคำฟ้องของโจทก์ว่า มีผู้แอบอ้างและใช้เอกสารปลอมขอกู้ยืมเงินจากโจทก์แล้วนำเงินของโจทก์ไปซื้อที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างพิพาท และใส่ชื่อจำเลยเป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์โดยที่จำเลยไม่มีส่วนรู้เห็นหรือเจตนารับโอนที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างแต่อย่างใด เมื่อที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างพิพาทซึ่งซื้อมาด้วยเงินของโจทก์มีชื่อจำเลยเป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์ ทั้งจำเลยมิได้กล่าวอ้างความเป็นเจ้าของหรือโต้แย้งสิทธิของโจทก์ที่จะเรียกร้องเอาที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างพิพาท จึงชอบด้วยความเป็นธรรมที่โจทก์จะเรียกเอาที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างพิพาทได้เสมือนเป็นการติดตามเอาทรัพย์สินของตนคืนแทนเงินที่โจทก์ต้องสูญเสียไป เพื่อเยียวยาความเสียหายที่โจทก์ได้รับจากการกระทำอันมิชอบ โจทก์จึงฟ้องขอให้จำเลยโอนที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างพิพาทแก่โจทก์ได้ แต่ไม่อาจเรียกให้จำเลยชดใช้หนี้เงินกู้พร้อมดอกเบี้ยและเบี้ยประกันภัยตามฟ้องได้ เพราะจำเลยไม่มีนิติสัมพันธ์ตามสัญญากู้ยืมเงินกับโจทก์ ที่ศาลล่างทั้งสองพิพากษายกฟ้องโจทก์ ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย ฎีกาของโจทก์ฟังขึ้นบางส่วน พิพากษากลับเป็นว่า ให้จำเลยโอนที่ดินโฉนดเลขที่ 52668 ตำบลบางเลน อำเภอบางใหญ่ จังหวัดนนทบุรี พร้อมสิ่งปลูกสร้างแก่โจทก์ คำขออื่นให้ยก ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสามศาลให้เป็นพับ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4205/2555 ธนาคารไทยธนาคาร จำกัด (มหาชน) โจทก์ นายหรือพันจ่าอากาศเอกพินิจ ถนนใหญ่ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - ธนาคารไทยธนาคาร จำกัด (มหาชน) · จำเลย - นายหรือพันจ่าอากาศเอกพินิจ ถนนใหญ่
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)วีระชาติ เอี่ยมประไพ · สมชาย พันธุมะโอภาส · กีรติ กาญจนรินทร์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดแพ่งธนบุรี - นายอำนวย โอภาพันธ์ · ศาลอุทธรณ์ - นายบุญทอง ปลื้มวรสวัสดิ์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
หมายเลขคดีดำพ.1344/2551

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 9131/2551ฎีกา 3806/2549ฎีกา 644/2489ฎีกา 1760/2548ฎีกา 16/2510ฎีกา 625/2569ฎีกา 3687/2565ฎีกา 3021/2522ฎีกา 4860/2537ฎีกา 574/2538ฎีกา 1188/2493ฎีกา 362/2522ฎีกา 765/2534ฎีกา 472/2526ฎีกา 5523/2536ฎีกา 2675/2527ฎีกา 1111/2494ฎีกา 698/2540ฎีกา 621/2519ฎีกา 4015/2528ฎีกา 7662/2546ฎีกา 5640/2540ฎีกา 8875/2542ฎีกา 1368/2510
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา