คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 507/2479
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การฟ้องเท็จและเบิกความเท็จจะลงโทษจำเลยได้ต่อเมื่อโจทก์พิสูจน์ได้ว่าจำเลยรู้อยู่แล้วว่าเป็นความเท็จแต่ยังคงนำมาฟ้องและเบิกความ
ย่อคำพิพากษา
ในคดีเรื่องฟ้องเท็จและเบิกความเท็จเป็นหน้าที่ของโจทก์จะต้องนำสืบให้ปราศจากความสงสัยว่าจำเลยรู้อยู่แล้วว่าเป็นเท็จแล้วนำมาฟ้องโจทก์ในคดีเรื่องก่อนและเบิกความประกอบคดี เพียงแต่คดีเรื่องก่อนจำเลยสืบไม่สมตามฟ้องศาลจึงพิพากษายกฟ้องจำเลยเสียเช่นนี้ยังลงโทษจำเลยมิได้
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
คดีได้ความว่าเดิมจำเลยในคดีนี้ได้เป็นโจทก์ยื่นฟ้องโจทก์เป็นจำเลยหาว่ายักยอกเงินของจำเลยไป ๑๐ บาท และต่อมาจำเลยได้เข้าเป็นพะยานในคดีนั้นเบิกความยืนยันฟ้องของตน ศาลได้ตัดสินว่าฟ้องของจำเลยเคลือบคลุม จึงให้ตัดสินยกฟ้องของจำเลยเสีย โจทก์ในคดีนี้จึงหวนกลับมาฟ้องจำเลยหาว่าฟ้องเท็จและเบิกความเท็จขอให้ลงโทษ
ศาลฎีกาตัดสินยืนตามศาลอุทธรณ์ว่าเพียงแต่ในคดีก่อนจำเลยในคดีนี้เป็นโจทก์สืบไม่สมตามฟ้องจะถือเป็นความผิดฐานเบิกความเท็จหรือฟ้องเท็จ เสมอมิได้โจทก์จะต้องนำสืบให้ปราศจายสงสัยว่าจำเลยรู้อยู่แล้วว่าเป็นเท็จแล้วนำมาฟ้องโจทก์ ในคดีก่อนนั้นและเบิกความเป็นพะยานประกอบคดี จึงพิพากษาให้ยกฟ้องโจทก์
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 507/2479
นายอิริง,นายจ๋าย โจทก์
นายทั่วเท่า จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นายอิริง,นายจ๋าย · จำเลย - นายทั่วเท่า |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | นิติศาสตร์ · อมาตย · เทฟโนต์ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลชั้นต้น - นายเชื้อ · ศาลอุทธรณ์ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา