⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1349/2508

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1349/2508

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ผู้ซื้อสลากกินแบ่งรัฐบาลย่อมเป็นผู้ทรงสิทธิในสลากนั้น แม้สลากจะสูญหาย ผู้ทรงสิทธิก็ยังคงมีสิทธิติดตามเอาคืนจากผู้ที่ไม่มีสิทธิยึดถือไว้ได้ และผู้รับโอนสลากที่ได้มาโดยสุจริตจากผู้เก็บสลากที่สูญหาย ก็ไม่มีสิทธิดีกว่าผู้โอน

ย่อคำพิพากษา

โจทก์ซื้อสลากกินแบ่งรัฐบาลไทย โจทก์ย่อมเป็นผู้ทรงสิทธิตามสัญญาสลากกินแบ่งและเหนือใบสลากนั้น ฉะนั้น แม้โจทก์จะทำสลากพิพาทหล่นหาย โจทก์ก็ย่อมมีสิทธิติดตามและเอาคืนจากบุคคผู้ไม่มีสิทธิจะยึดถือไว้ได้ ส่วนผู้เก็บสลากพิพาทเป็นเพียงบุคคลผู้เก็บได้ซึ่งทรัพย์สินหาย ไม่ใช่เจ้าของ จึงไม่มีสิทธิที่จะเอาไปโอนขายให้แก่ใครได้ แม้ผู้รับโอนจะซื้อสลากพิพาทจากผู้ซึ่งเก็บได้โดยสุจริตและเปิดเผย ผู้รับโอนนั้นก็หามีสิทธิดีกว่าผู้โอนไม่

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1323 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1336

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีนี้ โจทก์ฟ้องว่า โจทก์ได้ซื้อสลากกินแบ่งรัฐบาล เลข ๐๘๗๗๗๗ กับ ๘๐๙๓๓๓ งวดซึ่งจะออกรางวัลในคืนวันที่ ๓๐ ธันวาคม ๒๕๐๔ จากร้านในตลาดอำเภอเสนา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา แล้วสลากทั้งสองนั้นได้หายไป โจทก์ไปแจ้งความต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจต่อมาจึงทราบว่าสลากเลข ๘๐๙๓๓๓ นั้น ถูกรางวัลที่ ๒ เป็นเงิน ๔๐,๐๐๐ บาท ตำรวจจึงแจ้งอายัดต่อสำนักงานสลากกินแบ่งของรัฐบาล แต่ได้รับแจ้งให้โจทก์ดำเนินคดีเอง จึงขอให้ศาลแสดงว่าโจทก์ผู้เดียวเป็นเจ้าของสลากที่ฟ้อง ห้ามจำเลยเกี่ยวข้อง และให้จำเลยส่งมอบสลากนั้นแก่โจทก์ ให้จำเลยใช้ค่าเสียหายที่ทำให้โจทก์รับเงินไม่ได้เท่ากับอัตราดอกเบี้ยร้อยละ ๗ ครึ่งต่อปี ในเงิน จำนวน ๔๐,๐๐๐ บาท และไม่ขัดขวางในการที่โจทก์จะรับเงินรางวัล จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นเห็นว่า จำเลยไม่ได้สิทธิพิพากษาให้จำเลยคืนสลากให้โจทก์และให้จำเลยเสียดอกเบี้ยในเงิน ๔๐,๐๐๐ บาท อัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีให้โจทก์นับแต่วันฟ้อง จนกว่าจะชำระเสร็จ จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์เห็นว่าโจทก์ไม่มีสิทธิขอให้บังคับ พิพากษากลับให้ยกฟ้อง โจทก์ฎีก ศาลฎีกาเห็นว่า การที่สลากพิพาทเป็นสลากกินแบ่งรัฐบาลไทย สัญญาสลากกินแบ่งจึงเป็นสัญญาอันผูกพันกันได้ การที่โจทก์เข้าเป็นคู่สัญญาโดยการซื้อสลากพิพาท โจทก์จึงเป็นผู้ทรงสิทธิตามสัญญาสลากกินแบ่งและเหนือใบสลากพิพาท สิทธิดังกล่าวย่อมเป็นทรัพย์สินอย่างหนึ่งของโจทก์ ดังนั้น แม้ใบสลากพิพาทจะหล่นหาย โจทก์ผู้เป็นเจ้าของย่อมมีสิทธิติดตามเอาคืนจากบุคคลผู้ไมมีสิทธิจะยึดถือไว้ ส่วนผู้เก็บสลากพิพาทได้ เป็นเพียงบุคคลผู้เก็บได้ซึ่งทรัพย์สินที่โจทก์ทำหล่นหาย ย่อมมีหน้าที่ต้องรักษาสลากพิพาทนั้นไว้ด้วยความระมัดระวังอันสมควร จนกว่าจะส่งมอบแก่โจทก์ ผู้เก็บสลากพิพาทได้ไม่ใช่เจ้าของ จึงไม่มีสิทธิตามมาตรา ๑๓๓๖ ที่จะเอาสลากพิพาทอันเป็นของโจทก์ไปโดนขายให้แก่นางอำไพ ดังนั้น แม้นางอำไพจะซื้อจากผู้ซึ่งเก็บสลากพิพาทได้ไว้โดยสุจริตและเปิดเผย นางอำไพก็ไมมีสิทธิในสลากพิพาทดีไปกว่าผู้ขาย ที่โจทก์ฎีกาขอให้พิพากษาให้โจทก์ชนะคดีนั้น ฟังขึ้น พิพากษากลับ ให้บังคับคดีไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1349/2508 นายเสน่ห์ พงษ์รื่น โจทก์ นายอุทัย ปุณยกนก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายเสน่ห์ พงษ์รื่น · จำเลย - นายอุทัย ปุณยกนก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)พร สุขารมณ์ · วิชัยนิตินาท · สวัสดิ์ พานิชอัตรา
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดพระนครศรีอยุธยา - นายจิรายุ ภัทร ภวมัย · ศาลอุทธรณ์ - หลวงสุธรรมานุวัตน์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 3806/2549ฎีกา 644/2489ฎีกา 1760/2548ฎีกา 16/2510ฎีกา 625/2569ฎีกา 3021/2522ฎีกา 574/2538ฎีกา 1188/2493ฎีกา 362/2522ฎีกา 765/2534ฎีกา 472/2526ฎีกา 5523/2536ฎีกา 1205/2482ฎีกา 2675/2527ฎีกา 698/2540ฎีกา 621/2519ฎีกา 4015/2528ฎีกา 7662/2546ฎีกา 5640/2540ฎีกา 8875/2542ฎีกา 1368/2510ฎีกา 1052/2509ฎีกา 1182/2491ฎีกา 967/2491
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา