⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 649/2521

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 649/2521

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
หากศาลชั้นต้นสั่งไม่อนุญาตให้ผัดการนำตัวจำเลยมาสาบานตามคำร้องของจำเลยแล้ว ศาลไม่จำเป็นต้องสั่งคำร้องขอฟ้องอุทธรณ์อย่างคนอนาถาอีกต่อไป และจำเลยมีสิทธิฟ้องอุทธรณ์คำสั่งดังกล่าวได้

ย่อคำพิพากษา

การที่ศาลชั้นต้นสั่งคำร้องขอฟ้องอุทธรณ์อย่างคนอนาถาของจำเลยว่า "โดยเหตุที่ศาลสั่งไม่อนุญาตให้ผัดการนำตัวจำเลยมาสาบานตามคำร้องของจำเลยแล้ว จึงไม่จำเป็นต้องสั่งคำร้องนี้" โดยมิได้กำหนดเวลาให้จำเลยนำเงินค่าธรรมเนียมอุทธรณ์มาชำระภายในระยะเวลาอันสมควร จำเลยจึงมีสิทธิฟ้องอุทธรณ์คำสั่งจขอให้ศาลอุทธรณ์สั่งกำหนดเวลาให้ชำระค่าธรรมเนียมให้ครบภายในเวลาอันสมควรได้ ส่วนศาลอุทธรณ์จะเห็นสมควรกำหนดเวลาให้หรือไม่เป็นอีกเรื่องหนึ่ง เพราะเป็นอำนาจทั่ว ๆ ไป ในกรณีที่ไม่มีกฎหมายกำหนดไว้โดยเฉพาะตามความยุติธรรมและความเหมาะสม

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.155 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.156

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า เมื่อวันที่ ๒ พฤศจิกายน ๒๕๑๖ จำเลยซึ่งเป็นเจ้าของและผู้ขับขี่รถยนตสั่งส่วนบุคคลเลขทะเบีนย ก.พ.ฎ-๒๑๒๓ ได้กระทำละเมิดต่อโจทก์โดยขับรถยนต์มาตามถนนศรีอยุธยาจากทางวงเวียนพญาไทมุ่งหน้าไปทางวงเวียนศรีอยุธยาด้วยความประมาท โดยขับมาด้วยความเร็วสูงเกินกว่าอัตราที่ทางการกำหนด และไม่ระวังดูยวดยานที่อยู่ข้างหน้ากับไม่เว้นระยะให้ห่างตามสมควร ไม่ระวังผู้คนที่ข้างถนน ขณะที่โจทก์และเด็กนักเรียนกำลังข้างถนนจากฝั่งตรงข้ามหน้าโรงเรียนพญาไทจะไปฝั่งโรงเรียนพญาไท รถยนต์คันอื่น ๆ ได้ชะลอความเร็วลงและหยุดรถให้คนข้ามแต่จำเลยมิได้ชะลอความเร็วของรถลง กลับขับแซงรถคันอื่น ๆ ขึ้นมาและมุ่งแซงซ้ายรถยนต์แท็กซี่คันหมายเลขทะเบียน ก.ท.ท.-๑๖๑๐ ซึ่งชะลอความเร็วและหยุดให้โจทก์และบุคคลอื่น ๆ ข้ามถนน จำเลยแซงไม่พ้นจึงเฉี่ยวด้านซ้ายของรถยนต์แท็กซี่ แล้วรถของจำเลยได้พุ่งชนโจทก์อย่างแรง ทำให้โจทก์กระเด็กไปไกล ๑๕ เมตร ล้มลงฟาดพื้นถนน ศีรษะแตกเย็บถึง ๑๘ เข็ม ขาด้านซ้ายหักระดูกแตกต้องผ่าตัดใส่เหล็กช่วย ร่างกายส่วนตะโพก เอว และลำตัวได้รับความเจ็บช้ำบาดเจ็บสาหัสถึงทุพพลภาพ เสียหายแก่ร่างกายและอนามัย ต้องเจ็บป่วยด้วยอาการทุกขเวทนากล่าวเกินกว่า ๒๐ วัน จึงฟ้องเรียกค่าเสียหาย ๗ รายการ คิดเป็นเงิน ๑๘๒,๒๕๐ บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยร้อยละ ๗ ครึ่งต่อปีนับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จ กับให้จำเลยใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ จำเลยให้การรับว่า เป็นเจ้าของรถยนต์และเป็นผู้ขับรถยนต์คันหมายเลขทะเบียน ก.ท.ฏ-+ จริง แต่จำเลยไม่ได้ขับรถโดยประมาทดังโจทก์ฟ้อง ความจริงโจทก์ถูกรถยนต์แท็กซี่คันหมายเลขทะเบียน ก.ท.พ.-๑๖๙๐ ชน แล้วรถยนต์แท็กซี่ยังหักหลบโจทก์มาชนรถจำเลยแล้วขับหลบหนีไป จำเลยได้หยุดรถช่วยเหลือนำโจทก์ส่งโรงพยาบาล โจทก์จะได้รับบาดเจ็บตามที่กล่าวในฟ้องหรือไม่ ไม่รับรองและโจทก์ไม่ได้รับความเสียหายจริงดังฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระค่าเสียหายให้โจทก์เป็นเงินรวมทั้งสิ้น ๕๓,๗๕๐ บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ย คดีครบกำหนดยื่นอุทธรณ์วันที่ ๒๖ ตุลาคม ๒๕๑๘ ซึ่งตรงกับวันอาทิตย์ รุ่งขึ้นวันที่ ๒๗ ซึ่งจำเลยยังยื่นอุทธรณ์ได้ จำเลยมายื่นคำร้องต่อศาลชั้นต้นขอขยายระยะเวลายื่นอุทธรณ์ต่อไปอีก ๑๕ วัน ศาลชั้นต้นสั่งว่า ไม่มีเหตุหรือพฤติการณ์พิเศษที่จะอนุญาตให้ยกคำร้อง หลังจากศาลชั้นต้นมีคำสั่งดังกล่าวข้างต้นแล้ว ในวันเดียวกันนั้นทนายจำเลยยื่นอุทธรณ์ และยื่นคำร้องขอฟ้องอุทธรณ์อย่างคนอนาถา กับยื่นคำร้องขอผัดนำตัวจำเลยมาสาบานต่อศาลภายใน ๗ วัน ศาลชั้นต้นมีคำสั่งยกคำร้อง ส่วนคำร้องขอฟ้องอุทธรณ์อย่างคนอนาถา ศาลชั้นต้นสั่งว่าโดยเหตุที่ศาลสั่งไม่อนุญาตให้ผัดการนำตัวจำเลยมาสาบานตามคำร้องของจำเลยแล้ว จึงไม่จำต้องสั่งคำร้องนี้ จำเลยยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งศาลชั้นต้น (ที่ถูกต้องทำเป็นคำฟ้องอุทธรณ์คำสั่งและเสียค่าธรรมเนียมอย่างฟ้องอุทธรณ์คำสั่ง) ศาลอุทธรณ์มีคำสั่งยกคำร้อง จำเลยฎีกาคำสั่ง ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า การที่ศาลชั้นต้นสั่งคำร้องขอฟ้องอุทธรณ์อย่างคนอนาถาของจำเลยว่า "โดยเหตุที่ศาลสั่งไม่อนุญาตให้ผัดการนำตัวจำเลยมาสาบานตามคำร้องของจำเลยแล้ว จึงไม่จำต้องสั่งคำร้องนี้" โดยมิได้กำหนดเวลาให้จำเลยนำเงินค่าธรรมเนียมอุทธรณ์มาชำระภายในระยะเวลาอันสมควร จำเลยจึงมีสิทธิฟ้องอุทธรณ์คำสั่งขอให้ศาลอุทธรณ์สั่งกำหนดเวลาให้ชำระค่าธรรมเนียมให้ครบภายในเวลาอันสมควรได้ ส่วนศาลอุทธรณ์จะเห็นควรกำหนดเวลาให้หรือไม่เป็นอีกเรื่องหนึ่ง เพราะเป็นอำนาจทั่ว ๆ ไปในกรณีที่ไม่มีกฎหมายกำหนดไว้โดยเฉพาะตามความยุติธรรมและเหมาะสม การที่ศาลอุทธรณ์มีคำสั่งว่า "พิเคราะห์แล้วเห็นว่าผู้ร้องไม่มีสิทธิขอให้ศาลอุทธรณ์มีคำสั่งกำหนดเวลาให้ผู้ร้องนำเงินค่าธรรมเนียมมาชำระตามข้อยกคำร้อง" นั้น ไม่ต้องด้วยความเห็นของศาลฎีกา แต่ศาลฎีกาเห็นว่าไม่จำเป็นต้องย้อนสำนวนไปให้ศาลอุทธรณ์พิจารณาว่าควรจะกำหนดเวลาให้จำเลยชำระค่าธรรมเนียมอุทธรณ์ให้ครบภายในเวลาอันสมควรหรือไม่ โดยศาลฎีกาจะวินิจฉัยไปเลยทีเดียว ศาลฎีกาได้พิเคราะห์รูปคดีและพฤติการณ์ต่าง ๆ แห่งคดีแล้วเห็นว่า ไม่มีเหตุอันสมควรที่จะกำหนดเวลาให้จำเลยนำเงินค่าธรรมเนียมอุทธรณ์มาชำระตามที่จำเลยฎีกา พิพากษายืนในผลแห่งคดี ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 649/2521 นายประธาน พึ่งวุฒิ โจทก์ นายประวิทย์ วิทยานุเคราะห์ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายประธาน พึ่งวุฒิ · จำเลย - นายประวิทย์ วิทยานุเคราะห์
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ชลูตม์ สวัสดิทัต · ประภาศน์ อวยชัย · พัลลภ สังโขบล
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแพ่ง - นายบรรทม จาตกานนท์ · ศาลอุทธรณ์ - นายยนต์ สวนพุฒ
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 256/2507ฎีกา 2646/2527ฎีกา 2198/2522ฎีกา 3470/2526ฎีกา 866/2518ฎีกา 615-616/2488ฎีกา 1330/2518ฎีกา 1040/2527ฎีกา 4036-4037/2530ฎีกา 5415/2543ฎีกา 9200/2547ฎีกา 8277/2551ฎีกา 4910/2533ฎีกา 495/2549ฎีกา 1251/2493ฎีกา 1006/2538ฎีกา 2785/2523ฎีกา 4067/2532ฎีกา 4658/2534ฎีกา 1235/2535ฎีกา 1925/2539ฎีกา 11996/2547ฎีกา 491-492/2524ฎีกา 1730/2512
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา