⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2502/2522

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2502/2522

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
สิทธิตามสัญญาเช่าซื้อที่ได้มาระหว่างสมรสเป็นสินสมรส ภริยาสามารถฟ้องคดีเกี่ยวกับสินสมรสได้โดยได้รับความยินยอมจากสามี

ย่อคำพิพากษา

สิทธิตามสัญญาเช่าซื้อเป็นทรัพย์สิน เมื่อได้มาระหว่างสมรส สามีภริยาเป็นเจ้าของรวม ภริยาฟ้องคดีเกี่ยวกับสินบริคณห์ได้โดยรับอนุญาตจากสามี ตาม มาตรา 1469 เดิมที่ใช้ในขณะภริยาฟ้องคดีละเมิดและประกันภัยรถที่สามีเช่าซื้อ

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.99 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1466

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยที่ 1 นายจ้างของผู้ทำละเมิดใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ 9,600 บาทกับดอกเบี้ย ให้จำเลยร่วมผู้รับประกันภัยรับผิดด้วย 8,000บาท ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้ ให้จำเลยที่ 1 และจำเลยร่วมใช้ค่าเสื่อมราคารถอีก 5,000 บาท จำเลยที่ 1 และจำเลยร่วมฎีกาว่าโจทก์ไม่ใช่เจ้าของผู้ครอบครองรถ ศาลฎีกาวินิจฉัยข้อกฎหมายว่า "ข้อเท็จจริงตามที่ศาลล่างทั้งสองฟังมาว่าโจทก์กับนายอาจหาญ ภวังนันท์ เป็นสามีภริยากันโดยชอบด้วยกฎหมาย ต่อมานายอาจหาญเช่าซื้อรถยนต์หมายเลขทะเบียน ก.ท.ษ. - 7873 จากบริษัทสยามเมเครดิต จำกัด และให้โจทก์ใช้รถยนต์คันดังกล่าว ขณะเกิดเหตุอยู่ในระหว่างชำระค่าเช่าซื้อยังไม่หมด เมื่อฟ้องคดีแล้วได้ชำระค่าเช่าซื้อครบถ้วนโอนกรรมสิทธิ์ตกมาเป็นของนายอาจหาญ และนายอาจหาญ ยินยอมให้โจทก์ฟ้องคดีนี้ คดีมีปัญหาว่าโจทก์มีอำนาจฟ้องหรือไม่ ศาลฎีกาเห็นว่า สิทธิตามสัญญาเช่าซื้อเป็นทรัพย์สิน นายอาจหาญทำสัญญาเช่าซื้อรถยนต์หมายเลขทะเบียน ก.ท.ษ. - 7873 จากบริษัทสยามเครดิต จำกัด ขณะเป็นสามีภริยากับโจทก์ สิทธิตามสัญญานั้นย่อมเป็นทรัพย์สินที่ได้มาระหว่างสมรส โจทก์จึงมีส่วนเป็นเจ้าของรวม มีสิทธิใช้รถยนต์ที่เช่าซื้อนั้นและมีหน้าที่ต้องดูแลรักษารถยนต์ให้อยู่ในสภาพดีเช่นเดียวกับนายอาจหาญและโจทก์มีอำนาจฟ้องคดีเกี่ยวกับการสงวนบำรุงรักษา หรือการใด ๆ เพื่อประโยชน์แก่สินบริคณห์เมื่อได้รับอนุญาตจากสามี ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1469ที่ใช้ขณะโจทก์ฟ้องคดี เมื่อฝ่ายจำเลยกระทำละเมิดต่อโจทก์ ทำให้รถยนต์หมายเลขทะเบียน ก.ท.ษ. - 7873 เสียหายและนายอาจหาญอนุญาตให้โจทก์ฟ้องคดีนี้แล้ว โจทก์จึงมีอำนาจฟ้องจำเลยที่ 1 และจำเลยร่วมด้วยได้" พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2502/2522 นางจงกลนี ภวังคนันท์ โจทก์ บ.จ.ก. ชฎาเฟอร์นิเจอร์และก่อสร้าง กับพวก จำเลย จำเลยร่วม จำเลย บ.จ.ก. ธนกิจประกันภัย จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นางจงกลนี ภวังคนันท์ · จำเลย - บ.จ.ก. ชฎาเฟอร์นิเจอร์และก่อสร้าง กับพวก · จำเลย - จำเลยร่วม · จำเลย - บ.จ.ก. ธนกิจประกันภัย
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ภักดิ์ บุณย์ภักดี · สีห์ คลายนสูตร · ภิญโญ ธีรนิติ
แหล่งที่มาเนติบัณฑิตยสภา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 536/2498ฎีกา 2241/2521ฎีกา 3117/2535ฎีกา 271-272/2485ฎีกา 306/2493ฎีกา 370/2506ฎีกา 1476/2518ฎีกา 1775/2512ฎีกา 134/2513ฎีกา 888/2511ฎีกา 1123/2487ฎีกา 541/2509ฎีกา 2253/2524ฎีกา 478/2501ฎีกา 1096/2511ฎีกา 348/2511ฎีกา 987/2485ฎีกา 293/2520ฎีกา 2735/2532ฎีกา 459/2492ฎีกา 1407/2513ฎีกา 991/2501ฎีกา 4820/2529ฎีกา 6711/2537
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · เนติบัณฑิตยสภา