คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 568/2525
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
หลักกฎหมาย:
* การยื่นคำร้องขอให้พิจารณาคำร้องขอฟ้องคดีอย่างคนอนาถาใหม่ โจทก์ไม่จำเป็นต้องระบุข้อเท็จจริงอันเป็นพยานหลักฐานใหม่ในคำร้อง แต่สามารถแสดงให้ปรากฏในชั้นไต่สวนได้
* พยานหลักฐานเพิ่มเติมที่นำมาแสดงในชั้นไต่สวนคำร้องขอฟ้องคดีอย่างคนอนาถาใหม่ ไม่จำเป็นต้องเป็นพยานหลักฐานที่มีขึ้นหลังจากศาลสั่งยกคำร้องเดิม
ย่อคำพิพากษา
ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ยกคำร้องขอฟ้องคดีอย่างคนอนาถาของโจทก์ โจทก์จึงยื่นคำร้องขอให้พิจารณาคำร้องนั้นใหม่ เพื่ออนุญาตให้ตนนำพยานหลักฐานมาแสดงเพิ่มเติมว่าตนเป็นคนยากจน ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 156 วรรค 4 ดังนี้ โจทก์ไม่จำต้องระบุข้อเท็จจริงอันเป็นพยานหลักฐานใหม่นั้นไว้ในคำร้องที่ขอให้พิจารณาใหม่ เพราะเป็นเรื่องที่โจทก์จะแสดงให้ปรากฏในชั้นไต่สวนคำร้องใหม่
พยานหลักฐานที่จะนำมาแสดงเพิ่มเติมในชั้นไต่สวนพิจารณาคำร้องใหม่ดังกล่าว ไม่จำเป็นจะต้องเป็นพยานหลักฐานที่มีขึ้นหลังจากศาลสั่งยกคำร้องขออนาถาเดิมพยานหลักฐานเพิ่มเติมนั้นไม่ว่าจะมีอยู่ก่อนหรือหลังจากศาลมีคำสั่งยกคำร้องขออนาถาเดิมก็มีสิทธินำมาแสดงเพิ่มเติมได้เสมอ
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
คดีสืบเนื่องมาจากโจทก์ฟ้องไล่เบี้ยเรียกค่าเสียหายจากจำเลย ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องโจทก์ โจทก์อุทธรณ์และยื่นคำร้องขอดำเนินคดีอย่างคนอนาถาในชั้นอุทธรณ์ ศาลชั้นต้นไต่สวนแล้วให้ยกคำร้องขออนาถา โจทก์ยื่นคำร้องขอให้พิจารณาคำร้องขออนาถาใหม่เพื่ออนุญาตให้โจทก์นำพยานหลักฐานมาแสดงเพิ่มเติมว่าโจทก์เป็นคนยากจน ศาลชั้นต้นสั่งยกคำร้อง
โจทก์อุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
โจทก์ฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ปัญหามีว่า การยื่นคำร้องขอให้พิจารณาคำขอดำเนินคดีอย่างคนอนาถาใหม่ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา ๑๕๖ วรรค ๔ นั้น จะต้องแสดงให้เห็นในคำร้องว่ามีพยานหลักฐานใหม่เพิ่มเติมอีกหรือไม่ ศาลฎีกาพิเคราะห์แล้ว เห็นว่า การนำพยานหลักฐานใหม่เพิ่มเติมเพื่อแสดงให้ศาลเห็นว่า ผู้ร้องขอดำเนินคดีอย่างคนอนาถายังเป็นคนยากจนอยู่ เป็นเรื่องที่ผู้ขอจะต้องแสดงให้ปรากฏข้อเท็จจริงในชั้นไต่สวนคำร้องใหม่ ไม่จำต้องกล่าวระบุพยานหลักฐานใหม่เพิ่มเติมไว้ในคำร้องดังความเห็นของศาลอุทธรณ์
สำหรับปัญหาที่ว่าการนำพยานหลักฐานใหม่มาแสดงเพิ่มเติมว่าผู้ยื่นคำขอเป็นคนยากจนเพื่อให้ศาลพิจารณาคำขอใหม่ จะต้องเป็นเหตุที่เกิดขึ้นหลังจากศาลได้มีคำสั่งยกคำร้องขออนาถาหรือไม่นั้น ศาลอุทธรณ์มิได้วินิจฉัยมา ศาลฎีกาเห็นสมควรวินิจฉัยปัญหาตามฎีกาโจทก์ข้อนี้ไปทีเดียว โดยไม่ต้องย้อนสำนวนไปให้ศาลอุทธรณ์พิจารณาพิพากษาใหม่ศาลฎีกาพิเคราะห์แล้ว เห็นว่าไม่มีกฎหมายบัญญัติไว้ที่ใดเลยว่าการนำพยานหลักฐานใหม่มาแสดงเพิ่มเติมว่าผู้ยื่นคำขอเป็นคนยากจนเพื่อให้ศาลพิจารณาคำขอใหม่ จะต้องเป็นเหตุที่เกิดขึ้นหลังจากศาลมีคำสั่งยกคำร้องขออนาถา ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา ๑๕๖ วรรค ๔ บัญญัติว่า ".....ผู้ยื่นคำขออาจยื่นคำร้องขอต่อศาลให้พิจารณาคำขอนั้นใหม่ เพื่ออนุญาตให้ตนนำพยานหลักฐานมาแสดงเพิ่มเติมว่าตนเป็นคนยากจนก็ได้" ตามบทบัญญัติของกฎหมายดังกล่าวมามีความชัดแจ้งให้โอกาสผู้ยื่นคำขอดำเนินคดีอย่างคนอนาถาได้นำพยานหลักฐานมาแสดงเพิ่มเติมอีก เพราะเดิมอาจแสดงพยานหลักฐานไว้ไม่เพียงพอ จึงเป็นเหตุให้ศาลยกเว้นค่าธรรมเนียมให้แต่เฉพาะส่วนหรือยกคำขอเสียทั้งหมดดังนั้นผู้ยื่นคำขอให้ศาลพิจารณาคำขอดำเนินคดีอย่างคนอนาถาจึงมีสิทธินำพยานหลักฐานมาแสดงเพิ่มเติมได้เสมอไม่ว่าพยานหลักฐานเพิ่มเติมนั้นจะมีอยู่ก่อนหรือหลังจากศาลมีคำสั่งยกคำร้องขออนาถาเดิม
พิพากษายกคำพิพากษาศาลอุทธรณ์และคำสั่งศาลชั้นต้น ให้ศาลชั้นต้นดำเนินการไต่สวนคำร้องขอดำเนินคดีอย่างคนอนาถาใหม่ของโจทก์ แล้วมีคำสั่งใหม่ตามรูปคดี
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 568/2525
นายสด สาตมาลี โจทก์
นายขจัด รักษ์ขิตวัน กับพวก จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นายสด สาตมาลี · จำเลย - นายขจัด รักษ์ขิตวัน กับพวก |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | สหัส สิงหวิริยะ · อัมพล สุวรรณภักดี · สมบูรณ์ บุญภินนท์ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลแพ่ง - นายบรรจบ อุปพงษ์ · ศาลอุทธรณ์ - นายอำนวย อินทุภูติ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา