คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2275/2526
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ใบอนุญาตให้ตั้งสถานบริการตามกฎหมายสถานบริการเป็นใบอนุญาตเฉพาะตัวของผู้รับอนุญาต จะขออนุญาตแทนกันหรือโอนใบอนุญาตแก่กันไม่ได้ สัญญาที่ให้บังคับโอนใบอนุญาตดังกล่าวจึงตกเป็นโมฆะ
ย่อคำพิพากษา
ใบอนุญาตให้ตั้งสถานบริการตามพระราชบัญญัติสถานบริการ พ.ศ. 2509 เป็นใบอนุญาตเฉพาะตัวของผู้รับอนุญาต จะขออนุญาตแทนกันไม่ได้พระราชบัญญัติดังกล่าวมิได้มีบทบัญญัติให้โอนใบอนุญาตแก่กันได้ แสดงให้เห็นถึงเจตนารมณ์ว่าไม่ประสงค์ให้โอนใบอนุญาตแก่กันแม้ใบอนุญาตดังกล่าวจะเป็นทรัพย์สิน ก็เป็นเรื่องเฉพาะตัวของผู้รับอนุญาตโจทก์จึงไม่อาจฟ้องขอให้บังคับจำเลยโอนใบอนุญาตให้แก่โจทก์ตามสัญญา เพราะวัตถุประสงค์แห่งสัญญาฝ่าฝืนต่อกฎหมายย่อมตกเป็นโมฆะ
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยทั้งสองได้ทำสัญญาขายสิ่งปลูกสร้างบนที่ดินของผู้อื่นซึ่งจำเลยเช่าตั้งร้านอาหารชื่อแซบอีหลี และซึ่งจำเลยมีใบอนุญาตตั้งสถานบริการสามารถจำหน่ายสุรา น้ำชา โดยมีการแสดงเพื่อการบันเทิงในร้านนี้ได้ จำเลยได้ทำสัญญาว่า จำเลยยอมโอนใบอนุญาตตั้งสถานบริการให้โจทก์แต่โอนไม่ได้เพราะระเบียบและกฎหมาย จำเลยยินยอมต่อใบอนุญาตให้ตั้งสถานบริการให้โจทก์ตลอดไป ในปี 2524 จำเลยไม่ยอมต่อใบอนุญาตตั้งสถานบริการทำให้โจทก์เสียหาย ขอให้บังคับให้จำเลยทั้งสองโอนใบอนุญาตตั้งสถานบริการดังกล่าวให้แก่โจทก์
จำเลยทั้งสองให้การว่า ไม่ได้ตกลงโอนใบอนุญาตตั้งสถานบริการให้โจทก์ สัญญาที่โจทก์นำมาฟ้องมีเงื่อนไขไม่ชอบด้วยกฎหมายขัดต่อความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน ตกเป็นโมฆะ จำเลยไม่ผิดสัญญา โจทก์ไม่มีสิทธิบังคับจำเลยให้ต่อใบอนุญาตตั้งสถานบริการหรือโอนใบอนุญาตให้โจทก์ได้ ขอให้ยกฟ้อง
ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง
โจทก์อุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
โจทก์ฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า พระราชบัญญัติสถานบริการ พ.ศ. 2509 มาตรา 4 ซึ่งแก้ไขโดยพระราชบัญญัติสถานบริการ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2521 ได้ บังคับห้ามมิให้ผู้ใดตั้งสถานบริการ เว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่การขออนุญาต เงื่อนไขในการขออนุญาตและการขอต่ออายุใบอนุญาตให้เป็นไปตามที่กำหนดในกฎกระทรวง โดยได้กำหนดคุณสมบัติของผู้ขอไว้หลายประการดังที่บัญญัติไว้ในมาตรา 6 หากผู้ใดฝ่าฝืนคือไม่ได้รับอนุญาตมีโทษตามมาตรา 26 เห็นได้ว่าใบอนุญาตให้ตั้งสถานบริการเป็นใบอนุญาตเฉพาะตัวของผู้รับอนุญาตโดยเฉพาะจะขออนุญาตแทนกันไม่ได้และพระราชบัญญัติฉบับนี้ก็มิได้มีบทบัญญัติให้โอนใบอนุญาตกัน แสดงให้เห็นถึงเจตนารมณ์ของกฎหมายว่าไม่ประสงค์ให้โอนใบอนุญาตกัน แม้ใบอนุญาตให้ตั้งสถานบริการเป็นทรัพย์สิน แต่ก็เป็นเรื่องเฉพาะตัวของผู้อนุญาต โจทก์จึงไม่อาจฟ้องขอให้บังคับจำเลยโอนใบอนุญาตให้โจทก์ได้เพราะวัตถุประสงค์แห่งสัญญาฝ่าฝืนต่อกฎหมายย่อมตกเป็นโมฆะบังคับมิได้
พิพากษายืน
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2275/2526
นางอนงค์ นิลกำแหง โจทก์
นายชัยณรงค์ อดิพัฒน์ตระกูล กับพวก จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นางอนงค์ นิลกำแหง · จำเลย - นายชัยณรงค์ อดิพัฒน์ตระกูล กับพวก |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | สำเนียง ด้วงมหาสอน · สินท อังศุสิงห์ · พิชัย วุฒิจำนงค์ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา