⚖️ LawAraiค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 3842/2526

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3842/2526

ป.พ.พ. ม.113, 114, 453 ฯลฯ

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
* สัญญาเช่าซื้อที่กำหนดระยะเวลาผ่อนชำระเป็นจำนวนเดือน ให้ตีความว่าเป็นการแบ่งชำระเป็นงวดตามจำนวนเดือนนั้นๆ * การบอกเลิกสัญญาเช่าซื้อไม่จำเป็นต้องทำเป็นหนังสือ การที่ผู้ให้เช่าซื้อยึดทรัพย์สินคืนถือเป็นการบอกเลิกสัญญาแล้ว * ข้อตกลงในสัญญาเช่าซื้อที่ให้สิทธิผู้ให้เช่าซื้อบอกเลิกสัญญาได้ทันทีเมื่อผู้เช่าซื้อผิดนัดชำระเพียงงวดเดียว ถือว่ามีผลบังคับใช้ได้ แม้จะแตกต่างกับบทบัญญัติของกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ก็ตาม

ย่อคำพิพากษา

สัญญาเช่าซื้อรถยนต์มีข้อความว่า ผู้เช่าซื้อสัญญาจะผ่อนชำระค่าเช่าซื้อเป็นรายเดือน มีกำหนด 2 เดือน ดังนี้ต้องตีความว่าแบ่งชำระเป็น 2 งวด เดือนละ 1 งวดจะตีความว่าชำระงวดเดียวภายใน 2 เดือนหาได้ไม่ การบอกเลิกสัญญาเช่าซื้อ กฎหมายมิได้บังคับให้ต้องบอกเลิกเป็นหนังสือและการเช่าซื้อนั้นผู้ให้เช่าซื้อต้องเอาทรัพย์สินออกให้ผู้เช่าซื้อได้ใช้ การที่ผู้ให้เช่าซื้อยึดเอาทรัพย์สินที่ให้เช่าซื้อคืนไป ถือได้ว่าเป็นการบอกเลิกสัญญาเช่าซื้อแล้ว สัญญาเช่าซื้อที่ว่าผู้เช่าซื้อผิดนัดไม่ชำระค่าเช่าซื้อเพียงคราวเดียวหรืองวดเดียว ผู้ให้เช่าซื้อบอกเลิกสัญญาได้นั้น แม้จะแตกต่างกับบทบัญญัติของประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 575 วรรคแรก แต่กฎหมายบทนี้มิใช่กฎหมายอันเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน และมิได้เป็นสัญญาที่ขัดขวางต่อความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน จึงใช้บังคับได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.113 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.114 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.453 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.454 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.537 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.572 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.573 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.574

🔎 คำพิพากษาอื่นที่อ้างมาตราเดียวกัน: ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.113 → ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.114 → ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.453 → ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.454 →

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์ได้ทำสัญญาเช่าซื้อรถยนต์จากจำเลยในราคา ๑๖,๐๐๐ บาท สัญญาจะผ่อนชำระค่ารถยนต์ให้แก่จำเลยภายในกำหนด ๒ เดือน นับแต่วันทำสัญญา และได้ชำระค่าเช่าซื้อในวันทำสัญญาเป็นเงิน ๕,๐๐๐ บาท ต่อมาจำเลยได้มาทวงถามค่าเช่าซื้อที่ค้างชำระ โจทก์เห็นว่ายังไม่ถึงกำหนดตามสัญญาจึงไม่ให้ จำเลยขอยืมรถไปแล้วไม่คืนให้โจทก์อีก จำเลยจึงต้องคืนเงินจำนวน ๕,๐๐๐ บาทให้แก่โจทก์ ขอให้พิพากษาและบังคับ จำเลยให้การว่า ตามสัญญาเช่าซื้อโจทก์จะต้องชำระเงินค่าเช่าซื้อที่เหลือให้แก่จำเลยเป็นรายเดือน เดือนละ ๕,๐๐๐ บาท ครบกำหนดชำระในงวดที่ ๑ แล้ว โจทก์ผิดสัญญาไม่ชำระค่าเช่าซื้อ จำเลยมีสิทธิบอกเลิกสัญญาและริบเงินค่าเช่าซื้อที่ชำระไปแล้วกับยึดรถยนต์คืนตามสัญญา ศาลชั้นต้นฟังว่า โจทก์ผิดนัดไม่ชำระค่าเช่าซื้องวดที่ ๑ ให้แก่จำเลยแต่จำเลยยังไม่มีสิทธิบอกเลิกสัญญาเช่าซื้อ เพราะโจทก์เพิ่งผิดนัดครั้งแรกเท่านั้นจำเลยไม่มีสิทธิริบเงินที่โจทก์ได้ชำระไปแล้ว พิพากษาให้จำเลยชำระเงิน ๕,๐๐๐ บาทให้แก่โจทก์ จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับให้ยกฟ้องโจทก์ โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ที่โจทก์ฎีกาว่าตามสัญญาข้อ ๑ โจทก์มีสิทธิชำระค่าเช่าซื้อภายใน ๒ เดือน นับแต่วันทำสัญญานั้น เห็นว่าคู่สัญญามีเจตนาให้โจทก์ผู้เช่าซื้อชำระค่าเช่าซื้อที่ยังเหลืออีก ๑๑,๐๐๐ บาท เป็นรายเดือนมีกำหนด ๒ เดือนนับแต่วันทำสัญญา โดยชำระไม่น้อยกว่าเดือนละ ๕,๐๐๐ บาท เพราะสัญญาข้อนี้มีข้อความว่า "ซึ่งผู้เช่าซื้อสัญญาจะผ่อนชำระค่าเช่าซื้อให้เป็นรายเดือน มีกำหนด ๒ เดือน" คำว่ารายเดือนมีกำหนด ๒ เดือนนั้น ต้องตีความว่าแบ่งชำระเป็น ๒ งวด เดือนละ ๑ งวดจะตีความว่าชำระงวดเดียวภายใน ๒ เดือนหาได้ไม่ โจทก์จำเลยทำสัญญาเช่าซื้อรถยนต์ตามฟ้องเมื่อวันที่ ๗ มิถุนายน ๒๕๒๔ ค่าเช่าซื้อที่เหลืออีก ๑๑,๐๐๐ บาทซึ่งต้องแบ่งชำระเป็นสองงวดนั้น งวดแรกครบกำหนดชำระในวันที่ ๗ กรกฎาคม ๒๕๒๔ โจทก์ไม่ชำระภายในกำหนดดังกล่าว โจทก์จึงผิดสัญญาข้อนี้ ฎีกาข้อนี้ฟังไม่ขึ้น ที่โจทก์ฎีกาว่า การบอกเลิกสัญญาเช่าซื้อรถยนต์ตามฟ้องจะต้องบอกเลิกเป็นลายลักษณ์อักษร จำเลยมิได้บอกเลิกสัญญาดังกล่าวเป็นลายลักษณ์อักษรจะบังคับตามสัญญาเช่าซื้อรถยนต์ตามฟ้องข้อ ๔ ไม่ได้ นั้น เห็นว่าการบอกเลิกสัญญาเช่าซื้อกฎหมายมิได้บังคับให้ต้องบอกเลิกเป็นหนังสือ การเช่าซื้อนั้นผู้ให้เช่าซื้อต้องเอาทรัพย์สินออกให้ผู้เช่าซื้อได้ใช้ การที่จำเลยผู้ให้เช่าซื้อยึดเอารถยนต์ตามฟ้องอันเป็นทรัพย์สินที่ให้เช่าซื้อคืนไป ถือได้ว่าจำเลยได้บอกเลิกสัญญาเช่าซื้อรถยนต์ตามฟ้องแล้ว ตามสัญญาเช่าซื้อรถยนต์ตามฟ้องข้อ ๔ เมื่อโจทก์ไม่ชำระค่าเช่าซื้อตามเวลาที่กำหนดไว้ จำเลยมีสิทธิบอกเลิกสัญญาได้ เมื่อยึดรถยนต์ตามฟ้อคืนไปซึ่งถือได้ว่าจำเลยบอกเลิกสัญญาแล้ว จำเลยจึงมีสิทธิริบค่าเช่าซื้อ ๕,๐๐๐ บาทที่โจทก์ชำระให้ในวันทำสัญญาได้ตามสัญญาเช่าซื้อรถยนต์ตามฟ้องข้อ ๔ ฎีกาข้อนี้ฟังไม่ขึ้นเช่นกัน ที่โจทก์ฎีกาว่า คำวินิจฉัยของศาลอุทธรณ์ที่ว่า โจทก์จะต้องชำระค่าเช่าซื้อเป็นรายเดือน เมื่อไม่ชำระก็ถือว่าผิดสัญญาเช่าซื้อรถยนต์ตามฟ้องข้อ ๔ แล้ว เป็นการขัดต่อประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๕๗๔ นั้น เห็นว่า ตามสัญญาเช่าซื้อรถยนต์ตามฟ้องข้อ ๔ แม้โจทก์ผิดนัดไม่ชำระค่าเช่าซื้อเพียงคราวเดียวหรืองวดเดียว จำเลยก็บอกเลิกสัญญาได้ สัญญาข้อนี้แม้เป็นการผิดแผกแตกต่างกับบทบัญญัติของประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๕๗๔ วรรคแรก แต่กฎหมายบทนี้มิใช่กฎหมายอันเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน และสัญญาข้อนี้ก็มิได้เป็นการขัดขวางต่อความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน สัญญาข้อนี้จึงใช้บังคับได้ ฎีกาข้อนี้ฟังไม่ขึ้นเช่นกัน พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3842/2526 นายหยัน แดงกุล โจทก์ นายแดง สะสม จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายหยัน แดงกุล · จำเลย - นายแดง สะสม
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)บุญส่ง คล้ายแก้ว · ปรีชา พานิชวงศ์ · ปรานอม มหรรณพ
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดกระบี่ - นางสาวทัศนีย์ มณีภัณฑ์ · ศาลอุทธรณ์ - นายสุนทร จันทรศักดิ์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 4884/2543ฎีกา 2694/2535ฎีกา 1798/2506ฎีกา 681/2506ฎีกา 3245/2534ฎีกา 1800/2511ฎีกา 1561/2520ฎีกา 6239/2551ฎีกา 1083/2540ฎีกา 548/2522ฎีกา 4873/2528ฎีกา 615/2531ฎีกา 1036/2506ฎีกา 991/2548ฎีกา 888/2511ฎีกา 9188/2538ฎีกา 2657/2534ฎีกา 4432/2534ฎีกา 1593/2524ฎีกา 3024/2528ฎีกา 2224/2528ฎีกา 1061/2511ฎีกา 2610/2538ฎีกา 2160/2518
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา